สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2556 ที่ไม่เหมาะสมและไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เพียงพอให้กับเกษตรกรผู้ด้อยโอกาส และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงและแก้ไขปัญหานี้

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านแถลงประกอบ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ แล้วผมมีความเป็นห่วงอย่างยิ่งครับว่า การจัดทํางบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ นี้ งบประมาณนั้นจะกระจายไม่ทั่วถึงไปยังพี่น้อง คนรากหญ้า คนยากคนจน คือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งถือว่าเป็นประชากรส่วนใหญ่ในประเทศนี้ เพราะว่าเกษตรกรของเรา ๕๖.๙ เปอร์เซ็นต์นั้นยังประสบกับความยากจน ยังมีรายได้น้อย ยังมีรายได้ไม่พอกับการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจําวัน ผมแปลกใจเหลือเกินครับว่ารัฐบาล ที่กล่าวอ้างเหลือเกินว่ามาจากคนรากหญ้า ที่กล่าวอ้างเหลือเกินว่ามีคนยากคนจนสนับสนุน อยู่เป็นจํานวนมาก แต่การทํางบประมาณในครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อผมได้ดูในหัวข้อที่ ๑.๔ การบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการโดยจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๓,๔๐๒ ล้านบาทนั้น เพื่อเชื่อมโยงการบริหารจัดการโครงข่ายลุ่มน้ําอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา ในการป้องกันอุทกภัยและแก้ไขปัญหาภัยแล้งโดยการเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ําขยายเขต พื้นที่ชลประทาน ผมแปลกใจมากว่างบประมาณปีที่แล้วกับปีนี้มีความแตกต่างกันประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วท่านบอกว่าท่านมีนโยบายที่ใส่ใจ ที่สนใจที่จะแก้ไขให้พี่น้องประชาชน คนยากคนจน ท่านทราบไหมครับว่า ณ เวลาขณะนี้ที่เรากําลังอภิปรายงบประมาณอยู่นี้ ผมเชื่อมั่นอย่างที่สุดว่ามีคนยากคนจนหลายล้านคนที่วันนี้เขาไม่มีโอกาสล่ะครับ ที่หลายท่าน อภิปรายว่าขณะนี้เกษตรกรออกรถใหม่ ขณะนี้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ผมเชื่อ เหลือเกินว่า ณ วันนี้ ขณะนี้มีพี่น้องเกษตรกรอีกหลายคน อีกหลายล้านคนที่กําลังนั่งชมอยู่ และกําลังครุ่นคิดว่าวันนี้ในครอบครัวจะกินอะไร พรุ่งนี้จะเอาเงินรายได้ที่ไหนให้ลูกไปโรงเรียน และวันมะรืนนี้หมวกกันน็อกที่วนเวียนมาอยู่หน้าบ้านทุกวันนั้นมันบอกว่าถ้าไม่มีจ่ายร้อยละ ๒๐ จะเอาไม้มาตี จะเอามีดมาแทงถึงหน้าบ้าน เพราะอะไรครับ เพราะคนเหล่านี้ไม่มีที่ดินทํากิน เพราะพี่น้องรากหญ้า พี่น้องคนจนเหล่านี้ แม้มีที่ดินก็มีเพียงหยิบมือ แต่โชคร้าย ที่ดินของ พี่น้องเหล่านี้เขาไม่มีน้ําที่จะใช้ทํานา เขาไม่มีน้ําเพียงพอที่จะทําในการเกษตร ที่จะสร้าง รายได้ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีว่าท่านนายกรัฐมนตรี ครอบครัวของท่าน ตระกูลของท่าน คงไม่เคยมีความรู้สึกว่าการที่คนไม่มีจะกินมีความรู้สึกอย่างไร การที่คนไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะ เอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายในครอบครัวนั้นทุกข์ลําเค็ญใจขนาดไหน แต่ผมทราบครับ เพราะผม ก็เป็นคนรากหญ้าคนหนึ่งเหมือนกันแล้วก็เป็นคนรากหญ้าที่ไม่เคยลืมรากหญ้าและไม่เคย เหยียบย่ําคนรากหญ้าด้วยกัน แต่วันนี้ที่จะอภิปรายเพื่อสะท้อนให้รัฐบาลได้รับฟังปัญหาได้ เหลียวหลังมาดูกลุ่มรากหญ้าที่เคยอุ้มชูท่านที่วันนี้ท่าน ส.ส. ยุพราชบอกว่าอ้อมกอดของ รัฐบาลในวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว อ้อมกอดของท่านไปโอบอุ้มนายทุน โอบอุ้มเจ้าของโรงสี โอบอุ้มเจ้าของโรงมันสําปะหลัง ท่านประธานครับ การที่พี่น้องเหล่านี้จะได้รับการจัดสรรน้ํา อย่างเป็นธรรมและทั่วถึงนั้น ถ้ารัฐบาลคิดไม่ได้ ถ้ารัฐบาลคิดไม่เป็น ไม่ต้องทําอย่างไรครับ มีแบบแผนอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนฝากไปยังรัฐบาลแบบแผนที่ดีที่สุดที่มีอยู่แล้ว ก็คือโครงการพระราชดําริของพระองค์ท่าน ผมเชื่ออย่างที่สุดว่าทุกโครงการพระราชดําริ ของพระองค์ท่านในเรื่องแหล่งน้ํานั้น ฝ่าพระบาทของพระองค์ท่านได้เหยียบย่างลงไปทุกพื้นที่ พระเนตรพระกรรณของท่านได้ไปเล็งเห็นมาทุกพื้นที่ ทําไมล่ะครับงบประมาณในปีนี้ ทําไมล่ะครับ รัฐบาลไม่จัดสรรให้เพียงพออย่างเหมาะสม ท่านมองข้ามตรงนี้ได้อย่างไรครับ ตรงนี้ละครับ โครงการพระราชดําริเหล่านี้ละครับที่แหล่งน้ําจะกระจายทั่วถึงให้แก่เกษตรกรผู้ด้อยโอกาส ที่จะกระจายทรัพยากรซึ่งเป็นส่วนรวมของประเทศชาติได้อย่างเป็นธรรม ถ้าคิดไม่ได้คิดใหม่ ยังมีเวลาที่จะแก้ไขและปรับปรุง ตัดทอนงบประมาณส่วนที่ไม่จําเป็นออกไป ตัดทอน งบประมาณที่ไม่เร่งด่วนออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแท็บเล็ต (Tablet) ผมฝากท่านประธานไปยัง รัฐบาลท่านทราบไหมครับว่าแท็บเล็ตนะที่จะแจกนักเรียนชั้น ป. ๑ นะ โรงเรียนในประเทศไทย หลายพันโรงเรียนที่เด็ก ป. ๑ นั่งเรียนอยู่ห้องเดียวกับเด็ก ป. ๒ และใช้ครูคนเดียวกันนี้สอน ท่านลองคิดดูบรรยากาศสิครับ เด็ก ป. ๒ นั่งมองเด็ก ป. ๑ เล่นแท็บเล็ต คิดออกไหมครับว่า รู้สึกแบบไหน หรือว่าคิดไม่เป็น หรือไม่มีความรู้สึกใด ๆ เลยครับ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็ไม่มีความคิด นั่นละครับ ท่านประธานครับ ตอนนี้ก็มีปัญหาอีกเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะเกษตรกรคนยากคนจน คนรากหญ้า ผมเองก็เคยมีส่วนช่วยในการเจรจา ผมไม่คิดหรอกครับว่าผมเป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน ถ้าจะมีม็อบ (Mob) ของเกษตรกรผมจะไปยุยง ปลุกปั่น ทําให้วุ่นวาย ไม่เคยคิดหรอกครับ ผมคิดอย่างเดียวครับ ผมจะพยายามเจรจากับทางรัฐบาล จะพยายามเจรจากับกระทรวง หลายครั้งหลายหนครับที่พยายามเจรจาประนีประนอมไม่ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ชาวจังหวัดกาญจนบุรีต้องปิดถนนสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น แต่ที่พี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกมันสําปะหลังเหล่านี้เขาต้องทําแบบนี้เพราะอะไรครับ ท่านทราบไหมครับว่า โดยเฉพาะที่จังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดเดียว ยังไม่รวมอีกหลายสิบจังหวัดที่ปลูกมันสําปะหลัง เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนในโครงการรับจํานํานั้นประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ผลผลิตก็ตก ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ที่ได้เข้าโครงการรับจํานําจริง ๆ นั้นมีเพียงครึ่งเดียวนะครับ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านตัน แต่ปัญหาใหญ่ในขณะนี้ ราคาที่ท่านว่าจะประกันในเดือนพฤษภาคมที่ท่านบอกว่ากิโลกรัมละ ๓.๒ บาทนั้น ไม่เป็นจริงเลยครับ ผมท้าเลย ลงไปดูเลยว่าขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ชาวจังหวัดกาญจนบุรีที่ขายมันสําปะหลังได้ราคาจริง ๆ ขณะนี้ได้ตันละไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาท ท้าพิสูจน์เลยครับ เพราะอะไรหรือครับ เพราะว่าที่จังหวัดกาญจนบุรีเขามีลานมันสําปะหลัง ที่เข้าโครงการเพียงลานเดียว ๑๓ อําเภอมีลานมันสําปะหลังอยู่ที่อําเภอเลาขวัญลานเดียวครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานคณะรัฐมนตรี ครม. สัญจรได้ไปประชุมสัญจรที่จังหวัดกาญจนบุรี