สมบัติ ยะสินธุ์ หารือเรื่องราคาพืชผลที่ลดลง และขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรในภาคเหนือ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ผมอ่านดูแล้วว่า รัฐบาลก็มี ๘ ยุทธศาสตร์เหมือนเดิม เหมือนปี ๒๕๕๕ ในการแก้ปัญหาผมจะมาดูเรื่อง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงว่าการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนในปีที่ผ่านมา แก้ปัญหาไม่ได้ ปีนี้ผมคิดว่าแก้ปัญหาไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งงบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลดลงไปจํานวนมาก รัฐบาลชุดนี้บอกว่ามาจากพี่น้องประชาชนคนยากคนจน แต่ท่านกลับ จัดงบประมาณน้อยลง แสดงถึงความไม่จริงใจกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนอย่างที่กล่าวอ้างได้ รัฐบาลลองดูนะครับ ตั้งแต่พืชผลราคาตกต่ํา เพื่อน ๆ หลายคนจะพูดว่าพืชหลายชนิดว่า ราคาตกต่ํา เราจะพูดได้ว่าตกต่ําทั้งแผ่นดินก็ได้นะครับ ราคาพืชผล ไม่ว่าราคายางพารา ภาคใต้ก็เดือดร้อนกันจาก ๑๐๐ กว่าบาทไม่ถึง ๑๐๐ บาท มันสําปะหลังจาก ๒ บาทกว่า ก็เหลือ ๑ บาทกว่า ยิ่งสับปะรดก็มีปัญหา ในส่วนของภาคเหนือตอนบนซึ่งพี่น้องประชาชน เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นจํานวนมาก พี่น้องประชาชนบอกว่ามีนายกรัฐมนตรีคนเหนือ แล้วพืชสวนของภาคเหนือน่าจะได้ราคาดี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เราดูหอมหัวใหญ่ก็ราคาตกต่ํา รัฐบาลก็ไปแทรกแซงโดยการซื้อ ซื้อก็ช้า เกษตรกรขายไปหมดแล้วครับ เหลือแต่พ่อค้า ที่เก็บไว้แล้วก็มาขายให้กับรัฐบาล เวลาแก้ปัญหาก็แก้ปัญหาไม่ถูกจุด ต่อมาก็มีอะไรละครับ หอมแดง หอมแดงจากปีที่แล้วกิโลกรัมละ ๒๕ บาท ปีนี้เหลือ ๒๕ บาท ภาคเหนือก็มี ทางภาคอีสานก็มี ตอนนี้ยังมีปัญหากันอยู่ เวลาจัดเก็บเวลาทําก็ล่าช้าและไม่ทั่วถึง การเก็บ รักษาก็เห็นมีข่าวว่าเน่าเสียเป็นจํานวนมากทําให้รัฐบาลเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ วิธีการ ก็ไม่ดี ลิ้นจี่ซึ่งออกจากปีที่แล้วราคาประมาณ ๒๕ บาท ปีนี้เหลือ ๑๐ บาทจากในสวนครับ มีพืชผลอีกตัวหนึ่งซึ่งเป็นพืชหลักของภาคเหนือก็คือกระเทียม จากที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ราคา ๕๐ บาท ตอนนี้เหลือ ๒๕ บาท เรื่องนี้ผมเคยถามกระทู้ถามสดแล้ว แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็มาตอบ จากนี้รัฐบาลยังไม่เคย ทําอะไรให้คืบหน้าเลย พี่น้องประชาชนก็ฝากให้ผมถามว่าถามแล้วถามอีกว่าจะแก้ปัญหา หอม กระเทียมราคาตกต่ํานี้ได้อย่างไร พี่น้องทางภาคเหนือฝากถามผมมาว่าทําไมเวลา ทํานโยบายรับจํานําทําไมเวลาสูตรคํานวณทําไมไม่คํานวณเหมือนราคาข้าว ข้าวเราคํานวณ ต้นทุนแล้วก็บวกกําไรแต่เวลาพืชผลที่ไปรับจํานําของพี่น้องเกษตรกรทางภาคเหนือไม่ว่า ลําไย ลิ้นจี่ หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ทําไมคิดราคาที่ต่ํากว่าทุน ความเหลื่อมล้ํา ในการคิดคํานวณและคิดราคาจํานําแตกต่างกัน ทางคนเหนือเขาก็น้อยใจท่านนายกรัฐมนตรี ว่าเวลาพืชผลทางภาคเหนือเราตกต่ําคิดคํานวณก็ไม่เป็นธรรมกับเขา ไม่ยุติธรรมกับเขา การทํางานเองก็ล่าช้ากว่าจะมาจํานําของภาคเกษตร ของเกษตรกรก็ไม่เหลือ เหลือแต่ของนายทุน กับของคนที่พอมีรายได้เท่านั้นเอง ราคาพืชผลราคาตกต่ําไม่พอยังเจอกับต้นทุนผลิตนี่แพง ไม่ว่าปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช แล้วก็น้ํามัน ค่าแรงอีก โดนทั้ง ๒ ทางนะครับ ค่าแรงแพงแล้ว มิหนําซ้ําต้องมาเผชิญกับค่าครองชีพที่สูง พี่น้องประชาชนเขาก็เลยบอกว่าราคาสินค้าเกษตร ที่ผลิตได้ถูกทั้งแผ่นดิน แต่ราคาสินค้าที่พี่น้องประชาชนต้องซื้อนั้นแพงทั้งแผ่นดิน ก็แสดงว่า พี่น้องเกษตรกรทางภาคเหนือมีรายได้ที่ต่ําลงแต่มีค่าใช้จ่ายกลับสูงขึ้น เงินในกระเป๋า ก็น้อยลง ผมอยากฝากให้ทางรัฐบาลไปดูพืชตัวนี้หลาย ๆ ตัวที่ผมเอ่ยมาจัดงบประมาณไป ดูแลหน่อยท่านทราบดีนะครับว่าพืชตัวไหนจะออกช่วงไหนท่านก็มีการเตรียมการนะครับ ทางคนภาคเหนือเขาก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามีนายกรัฐมนตรีภาคเหนือแล้ว พี่น้องทางภาคเหนือ จะอยู่ดีกินดีกัน แล้วผมฝากอีกเรื่องว่าในปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยเราต้องเข้าร่วมประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนแล้ว ผมคิดว่าผลกระทบพืชผลทางการเกษตรของภาคเหนือซึ่งมีภูมิอากาศ คล้าย ๆ กับทางประเทศจีน ทางประเทศพม่ามีผลกระทบแน่นอน ทางโน้นเขาจะมีทางต่างประเทศ ที่เขาจะมาร่วมกับเรามีค่าแรงก็ต่ําปัจจัยการผลิตเขาก็ถูกกว่าบ้านเรา ผมเองอ่านดูงบประมาณ ก็ไม่เห็นมีงบประมาณที่จะมาช่วยเหลือตรงนี้ แล้วก็มีแผนรองรับของความพร้อม ของเกษตรกรอย่างไร สุดท้ายทางภาคเหนือเราผมคิดว่าถ้าเกิดว่าเราไม่มีแผนรองรับอย่างนี้ ทางภาคเหนือผมว่าเขาจะไม่มีอาชีพที่จะทําพืชไร่กันด้วยซ้ํานะครับ และสุดท้ายเขาก็อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็ควรจะจัดงบประมาณแล้วมีแผนรองรับอีก ๒ ปีข้างหน้าว่าเราจะมีผลกระทบกับ การประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนี้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ