นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังมหาอุทกภัยและยกระดับรายได้ประชาชน โดยเน้นยุทธศาสตร์ 8 ด้านและการใช้จ่ายเพื่อสร้างความปรองดอง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังเสนอแผนพัฒนาระบบประกันสุขภาพ การศึกษา และปฏิรูปการเมือง พร้อมจัดสรรงบสนับสนุนความมั่นคง สถาบันพระมหากษัตริย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ มีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นจํานวน ไม่เกิน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
เหตุผล เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นได้มีงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ สําหรับใช้เป็นหลักในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ นับตั้งแต่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหาร ราชการแผ่นดิน เมื่อวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ เป็นเวลาที่ประเทศไทยเผชิญกับ มหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง รัฐบาลได้ดําเนินการทุกวิถีทางในการเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาวรวมทั้งกําหนดแนวทางและมาตรการเพื่อจัดการความเสี่ยง จากภัยธรรมชาติและสถานการณ์วิกฤติต่าง ๆ และด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการเร่งดําเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาอุทกภัย ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุนรวมทั้งระบบ เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันรัฐบาลให้ความสําคัญกับการยกระดับ รายได้ของประชาชนให้เกิดความเป็นธรรมและทั่วถึงผ่านมาตรการและโครงการต่าง ๆ อาทิ การเพิ่มรายได้ของแรงงานและผู้จบปริญญาตรี โครงการรับจํานําสินค้าเกษตร เป็นต้น ควบคู่กับการพัฒนาสังคมและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมเพื่อให้ประเทศและสังคมไทย สามารถพัฒนาไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปของโลก แม้ว่าผลกระทบจาก สถานการณ์มหาอุทกภัยจะได้คลี่คลายลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม รัฐบาลก็ยัง ตระหนักอยู่เสมอว่าปัจจัยเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศยังคงมีอยู่ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาล นําเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติพิจารณาในวันนี้ จึงกําหนดเป็นนโยบาย งบประมาณแบบขาดดุลในลักษณะที่ลดลงต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อเข้าสู่ งบประมาณสมดุลในอนาคตโดยมีจุดมุ่งหมายสําคัญ ๒ ประการ คือ
ประการแรก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสําคัญเร่งด่วนของรัฐบาลที่มีผลต่อการแก้ไข ปัญหาและฟื้นฟูกลไกทางเศรษฐกิจและสังคม ให้สามารถดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และเร่งรัดให้เศรษฐกิจขยายตัวกระจายผลประโยชน์สู่ประชาชน โดยตรงและทั่วถึง
ประการที่ ๒ เพื่อวางรากฐานต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว ให้ประเทศและสังคมไทยมีความเข้มแข็งทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม และรองรับการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ์ภายนอกประเทศได้อย่างเหมาะสมและเท่ากัน
และเพื่อเป็นข้อมูลสําหรับใช้ประกอบพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ดิฉันขอรายงานให้ทราบถึงสภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ฐานะและนโยบายการเงินการคลังของประเทศดังต่อไปนี้
ภาวะเศรษฐกิจทั่วไป เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๕ มีแนวโน้มขยายตัวที่ร้อยละ ๕.๕-๖.๕ อัตราเงินเฟ้อประมาณร้อยละ ๓.๕-๔.๐ โดยมีปัจจัยด้านอุปสงค์ภายในประเทศ เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สําคัญ อันเกิดจากการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อฟื้นฟูทรัพย์สินที่เสียหายและภาคอุตสาหกรรมที่กลับมาเร่งทําการผลิต ประกอบกับนโยบาย ของรัฐบาลที่เร่งรัดการจ่ายเงินเพื่อเยียวยาผู้รับผลกระทบและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับ ความเสียหายควบคู่กับการดําเนินมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายโดยรวมของประเทศ เช่น การเพิ่มรายได้แรงงานและค่าตอบแทนของผู้จบปริญญาตรี มาตรการภาษีรถยนต์คันแรก และดําเนินโครงการรับจํานําสินค้าเกษตร เป็นต้น นอกจากนี้การใช้จ่ายตามแผนการกู้เงิน ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ําและ สร้างอนาคตประเทศที่คาดว่าจะเริ่มเบิกจ่ายในปี ๒๕๕๕ และเป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจ ให้สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง สําหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๖ คาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ ๔.๐-๕.๐ อัตราเงินเฟ้อประมาณร้อยละ ๓.๘ โดยปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สําคัญยังคงมาจาก อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สําหรับการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐยังคงมีบทบาทสําคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการด้านการฟื้นฟูประเทศ การบริหารจัดการน้ํา การพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ (Logistics) การยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง สําหรับภาคการส่งออกคาดว่าจะเป็นแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้น จากการที่เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชีย (Asia) ฐานะและนโยบายการคลังในงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๖ รัฐบาลประมาณการว่าจะสามารถ จัดเก็บรายได้สุทธิทั้งสิ้น ๒,๑๙๗,๙๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๖.๓ จากปีก่อน และเมื่อหัก การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ จํานวน ๙๗,๙๐๐ ล้านบาทแล้ว คงเหลือเป็นรายได้สุทธิที่สามารถนํามาจัดสรรเป็นรายจ่ายของ รัฐบาลจํานวน ๒,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๖.๗ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
สําหรับการบริหารจัดการรายจ่ายรัฐบาลได้กําหนดแนวทางในการจัดทํา งบประมาณและนโยบายงบประมาณรายจ่ายประจําปีดังนี้
ประการที่ ๑ ให้ความสําคัญกับการดําเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะนโยบายสําคัญเร่งด่วน ๑๖ ข้อ และการดําเนินงานที่มีผล ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ
ประการที่ ๒ ให้ความสําคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ ของหน่วยงานควบคู่กับการพิจารณาแหล่งเงินอื่น
ประการที่ ๓ ส่งเสริมการสร้างศักยภาพทางการคลังขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
ประการที่ ๔ ดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลภายใต้กรอบความยั่งยืน ทางการคลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพแล้วเข้าสู่สมดุลในอนาคต ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ มีจํานวนทั้งสิ้น ๒๒๘,๔๔๗.๕ ล้านบาท
ฐานะและนโยบายการเงิน ด้วยเศรษฐกิจไทยสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ ในทุกภาคเศรษฐกิจในไตรมาสที่ ๑ ของปี ๒๕๕๕ และมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากปัญหาอุทกภัยคลี่คลายลง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไปมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้นจากอุปสงค์ภาคเอกชนที่ฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดและต้นทุนด้านพลังงานและค่าใช้จ่าย ค่าจ้างที่ปรับสูงขึ้น อีกทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไปยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย คณะกรรมการนโยบายการเงินจึงมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม ๒ ครั้ง ล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ ๓ ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจสอดคล้องกับการดูแลความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
สําหรับฐานะการเงินของประเทศอยู่ในฐานะมั่นคงจากดุลบัญชีเดินสะพัด ที่เกินดุล ทุนสํารองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูงโดยคิดประมาณ ๓ เท่าของหนี้ต่างประเทศ ระยะสั้น
สาระสําคัญของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่คณะรัฐมนตรี นําเสนอต่อสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการ ดําเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลโดยใช้จ่ายจากรายได้สุทธิ จํานวน ๒,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินงบประมาณดังกล่าวจําแนกเป็นรายจ่ายประจํา จํานวน ๑,๙๐๑,๙๑๑.๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๗.๒ ของวงเงินงบประมาณ รายจ่ายลงทุน จํานวน ๔๔๐,๙๓๘.๘ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๗ ของวงเงินงบประมาณ และรายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ จํานวน ๔๙,๑๔๙.๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๑ ของวงเงินงบประมาณ ทั้งนี้รัฐบาลได้กําหนด ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณไว้ ๘ ยุทธศาสตร์ และ ๑ รายการ ค่าดําเนินการภาครัฐ โดยมีรายละเอียดการดําเนินการที่สําคัญและวงเงินงบประมาณในแต่ละยุทธศาสตร์การจัดสรร ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม รัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณรายจ่ายไว้ จํานวน ๔๙๑,๔๘๒ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๐.๕ ของวงเงิน งบประมาณทั้งสิ้นเพื่อดําเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนสําคัญดังนี้
๑.๑ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์และฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้จัดสรร งบประมาณ จํานวน ๔๑๓ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์และความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวของคนในชาติ โดยสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ของประชาชนเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
๑.๒ การป้องกันปราบปรามและบําบัดรักษายาเสพติด ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๑,๕๘๒.๘ ล้านบาท เพื่อลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด เสริมสร้างสังคมไทย ให้เข้มแข็ง มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยใช้มาตรการทางกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมอย่างเป็นระบบ ปราบปราม ลงโทษผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นําเข้า และเครือข่ายยาเสพติด สกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและตามแนวชายแดน ควบคู่กับการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน เข้าร่วมป้องกันไม่ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
๑.๓ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๒๐.๕ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการป้องกันแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบ อย่างเป็นระบบ โดยจัดทํายุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ธรรมาภิบาลในสถานศึกษา สร้างความตระหนักถึงผลเสีย ของการทุจริตในทุกภาคส่วน รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และเป็นธรรม
๑.๔ การบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๓,๔๐๒.๔ ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงการบริหารจัดการโครงข่ายลุ่มน้ําอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา ในการป้องกันอุทกภัยและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ให้บริการ ระบบประปาที่มีคุณภาพเพื่ออุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น สนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ เป้าหมาย ตลอดจนป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยโดยสนับสนุนระบบป้องกันน้ําท่วม ในพื้นที่การเกษตร พื้นที่ชุมชนเมืองสําคัญ รวมทั้งแก้ไขปัญหาน้ําอุปโภคบริโภคกรณีเร่งด่วน ในระดับท้องถิ่นไม่น้อยกว่า ๔๘๐ หมู่บ้าน
๑.๕ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดสรร งบประมาณ จํานวน ๒๐,๗๓๑.๙ ล้านบาท เพื่อเร่งนําสันติสุข ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนและความสงบเรียบร้อยกลับสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความร่วมมือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและอํานวยความยุติธรรม อย่างทั่วถึงเป็นธรรม รวมทั้งสนับสนุนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนา ด้านสังคมที่มุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การให้บริการสาธารณสุข และการยกระดับ คุณภาพชีวิตบนพื้นฐานความหลากหลายทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของวิถีชีวิต ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๑.๖ การฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศ ในภูมิภาค ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔,๑๑๗.๕ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยดําเนินโครงการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ในระดับรัฐกับรัฐ รัฐกับประชาชน ประชาชนกับประชาชน ตลอดจนเร่งดําเนินการ ตามข้อผูกพันในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
๑.๗ การลดภาระค่าครองชีพ ส่งเสริมและรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑,๔๕๙.๗ ล้านบาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ด้านราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม กํากับดูแลธุรกิจพลังงาน การค้า คุณภาพ ความปลอดภัยและราคาพลังงาน โดยจัดทําแผน และมาตรการเพื่อบริหารจัดการด้านพลังงานและกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงที่เหมาะสม
๑.๘ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๖๘,๑๓๗.๒ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อัตราการบริโภคภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยการเพิ่มรายได้ให้แรงงานและผู้จบการศึกษา ระดับปริญญาตรี พักหนี้ครัวเรือนเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งสนับสนุน การสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุให้ได้รับเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได
๑.๙ การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๘๓,๕๑๗.๔ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการพัฒนา ระดับรากฐานให้แก่หมู่บ้านและชุมชนโดยน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ พัฒนาศักยภาพตามขนาดของหมู่บ้านและชุมชน และเพิ่มทุนเพิ่มเติมให้กองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติ รวมทั้งสนับสนุนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในทุกจังหวัดเพื่อพัฒนา ศักยภาพสตรีให้มีบทบาทในการพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคมและการเมือง
๑.๑๐ การเสริมสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๐,๑๕๒.๒ ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพ รายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้กับเกษตรกรโดยยกระดับราคาสินค้าเกษตรผ่านโครงการจํานําผลผลิตทางการเกษตร และสามารถขยายเป้าหมายไปยังผลผลิตอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรได้รับจํานํา มีมูลค่าเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐
๑.๑๑ การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเกษตร ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑,๖๕๐ ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการจํานวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ราย ได้รับบัตรสินเชื่อเกษตรกรเพื่อนําไปหาปัจจัยการผลิตอันจะส่งผลให้สามารถปรับปรุง และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีคุณภาพ
๑.๑๒ การเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๘,๖๖๒.๒ ล้านบาท เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวเป็นกลไกสําคัญในการสร้างรายได้ของประเทศ มุ่งเน้นดําเนินการตลาดเชิงรุก โดยประชาสัมพันธ์ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกลุ่มอาเซียน การท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาล พร้อมทั้งอํานวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว
๑.๑๓ การพัฒนาศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑,๗๗๓.๓ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานศิลปาชีพ ยกระดับและสนับสนุน การสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนให้สามารถเชื่อมโยงตลาดฐานรากสู่ตลาดอาเซียน และตลาดโลก พัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อการสร้างเอกลักษณ์ และการผลิตสินค้าในท้องถิ่น รวมทั้งสนับสนุนผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและการตลาด ตามโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ
๑.๑๔ การพัฒนาระบบประกันสุขภาพ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑,๙๐๖,๔๘๕ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพรวดเร็ว สะดวกทั่วถึงและเป็นธรรมโดยพัฒนาให้บริการรักษาพยาบาลของระบบประกันสุขภาพ ให้มีคุณภาพสูงขึ้นตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการแพทย์ฉุกเฉินและระบบส่งต่อ ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและมีความเท่าเทียมกันทุกระบบ ทั้งระบบ ทั้งระบบประกันสุขภาพ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ระบบประกันสังคมและระบบสวัสดิการในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานของรัฐ
๑.๑๕ การสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา ได้จัดสรร งบประมาณ จํานวน ๘,๘๗๕.๙ ล้านบาท เพื่อการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา แท็บเล็ต (Tablet) ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ทุกคน พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ที่จําเป็นเพื่อใช้ประกอบ การเรียนการสอนควบคู่กับการจัดหาและพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา รวมทั้ง จัดให้มีระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายในสถานศึกษา
๑.๑๖ การส่งเสริมและปฏิรูปการเมือง ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๐๑ ล้านบาท เพื่อประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและกําหนดกลไกการปฏิรูป การเมืองและการกําหนดนโยบายสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรมตามหลักธรรมาภิบาล
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ความมั่นคงแห่งรัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย เอาไว้ จํานวน ๒๐๔,๕๓๗.๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๘.๕ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดําเนินงานที่สําคัญดังนี้
๒.๑ การเทิดทูนพิทักษ์และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้จัดสรร งบประมาณ จํานวน ๑๒,๕๐๖.๘ ล้านบาท เพื่อเทิดทูนพิทักษ์และธํารงไว้ซึ่งสถาบัน พระมหากษัตริย์มิให้มีการล่วงละเมิด การพัฒนาระบบถวายความปลอดภัย ส่งเสริม การสร้างจิตสํานึกให้มีความจงรักภักดี เทิดทูนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจน ส่งเสริมและเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริเพื่อให้ประชาชนตระหนัก ในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนําการดําเนินชีวิตตามแนวพระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียง
๒.๒ เสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ โดยจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๗๗,๒๕๗.๔ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาระบบป้องกันประเทศให้มีความพร้อม มีศักยภาพในการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ มีความปลอดภัยจากภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศ มุ่งพัฒนายุทโธปกรณ์ เพื่อเสริมสร้างกําลังกองทัพ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ที่มีประโยชน์ต่อกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือทางทหาร กับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ รวมทั้งสนับสนุนสิทธิและหน้าที่ และจัดสวัสดิการ ของกําลังพลทุกระดับให้มีมาตรฐานการดํารงชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
๒.๓ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๔,๗๗๒.๙ ล้านบาท เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ โดยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและประชาคมโลก ในการอํานวยความปลอดภัย เตรียมความพร้อมและจัดการวิกฤตการณ์ที่เกิดจากภัยก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รักษาผลประโยชน์ของชาติทั้งทางบก และทางทะเล ป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าว ที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและกฎหมายการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินอย่างเข้มงวด
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ และยั่งยืน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายเอาไว้ จํานวน ๒๒๘,๓๙๕.๘ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙.๕ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้นเพื่อดําเนินงานที่สําคัญดังนี้
๓.๑ การบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคให้เกิดความยั่งยืน ได้จัดสรร งบประมาณ จํานวน ๒๖,๑๘๙.๘ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ และสร้างเสถียรภาพทางการคลังโดยดําเนินนโยบายการเงินการคลังให้เกิดความสมดุล เพื่อประสิทธิภาพในด้านงบประมาณและการบริหารจัดการหนี้สาธารณะ พัฒนาระบบ สถาบันการเงินให้เข้มแข็งเพื่อพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนและมีเสถียรภาพในระยะยาว
๓.๒ การส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าภาคการเกษตร ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๖๓,๓๔๕ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มภาคการเกษตร เพื่อให้ฐานการผลิตภาคการเกษตรมีความเข้มแข็ง สามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพเพียงพอสําหรับผู้บริโภคภายในประเทศ และมีเหลือสําหรับ ผลิตพลังงานทางเลือกและส่งออกอย่างสมดุล
๓.๓ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๖,๖๗๔.๔ ล้านบาท เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ สนับสนุน การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในลักษณะเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ที่สามารถ อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางด้านการลงทุน หรือกํากับดูแล สถานประกอบการให้มีการแข่งขันอย่างมีคุณภาพ เป็นธรรมและได้มาตรฐาน
๓.๔ การเพิ่มประสิทธิภาพภาคการตลาด การค้าและการลงทุน ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๖,๖๕๔.๑ ล้านบาท เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการค้าภายใน และระหว่างประเทศให้ขยายตัวอย่างมั่นคงและยั่งยืน มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม เจรจาขยายตลาดการค้า การลงทุนและสร้างความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้า ส่งเสริมการค้า และการดําเนินธุรกิจในต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพด้านการตลาด การส่งออก สินค้าอาหารไทยให้ขยายตัวไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐
๓.๕ การพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๒,๙๐๓.๖ ล้านบาท เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทยให้มีศักยภาพ และได้มาตรฐาน โดยการส่งเสริมพัฒนาบูรณะและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว และส่งเสริมศักยภาพ ปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวและบริการอันนําไปสู่การเติบโตทางการท่องเที่ยวอย่างสมดุล และยั่งยืน
๓.๖ การส่งเสริมและพัฒนากีฬาและสันทนาการ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๙,๑๘๖.๙ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และประชาชนได้ออกกําลังกาย เล่นกีฬาและเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและสมรรถภาพทางกายที่ดี ตลอดจนการบริหารจัดการด้านกีฬาและนันทนาการให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อสนับสนุน การพัฒนาทักษะด้านกีฬา ความเป็นเลิศและอาชีพในระดับภูมิภาคเอเชีย และระดับนานาชาติ
๓.๗ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๘๐,๖๓๙.๑ ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบก ทางราง ทางน้ําและทางอากาศ ในการขนส่งสินค้าและบริการต่าง ๆ ให้มีความสะดวก ปลอดภัย ประหยัด และมีคุณภาพ ตามมาตรฐานสากล สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์พัฒนา บูรณะและบํารุงรักษาโครงข่ายทางหลวง และทางหลวงชนบท ในองค์รวมให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทางและขนส่งของภูมิภาค เพื่อให้ผู้ใช้โครงข่ายทาง ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมต่อระบบขนส่งอื่น ขยายพื้นที่การบริการขนส่งทางราง และทางด่วนพิเศษให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย
๓.๘ การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๖๙๔.๙ ล้านบาท เพื่อจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อการพัฒนาและความมั่นคง ทางพลังงานของประเทศ โดยสนับสนุนดําเนินงานสํารวจและผลิตปิโตรเลียมในเขตสัมปทาน จัดทํานโยบายด้านพลังงานและแผนพลังงานระดับชุมชนเพื่อลดการใช้พลังงาน ตลอดจน ส่งเสริมให้มีการผลิตและใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
๓.๙ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔,๑๐๘ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร โดยพัฒนาโครงข่ายการสื่อสารความเร็วสูงให้มีความครอบคลุมมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศและส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนมีทักษะความรู้และสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลสถิติและสารสนเทศ ได้อย่างมีคุณภาพ จัดให้มีระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลข่าวสารภาครัฐ เพื่อให้เกิดการบูรณาการไปสู่หน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การศึกษาคุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมกัน ในสังคม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ จํานวน ๖๒๕,๔๔๓.๓ ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ ๒๖.๑ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้นเพื่อดําเนินงานที่สําคัญดังนี้
๔.๑ การสนับสนุนการจัดการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัยจนจบการศึกษา ขั้นพื้นฐานได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๘๘,๘๘๑.๔ ล้านบาท เพื่อประชากรวัยเรียน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายสามัญและสายอาชีพไม่น้อยกว่า ๑๒.๘ ล้านคน ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพและมาตรฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งสนับสนุนการจัดหาหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียนและค่าใช้จ่าย ที่จําเป็นอื่น ๆ และลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษาของผู้ปกครอง
๔.๒ การสร้างและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๓๗๒,๒๓๒.๔ ล้านบาท เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัย ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษาและแหล่งความรู้ในสาขาต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ และมาตรฐานตั้งแต่ระดับปฐมวัยต่อเนื่องไปจนตลอดชีวิต โดยมีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง สร้างสรรค์นวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทัดเทียมนานาชาติ พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ ปรับปรุงหลักสูตรและระบบการจัดการ การเรียนการสอนทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งจัดสรรกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นิสิตนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สนับสนุนให้ สถาบันอาชีวศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคล้องตรงตามความต้องการของประเทศ
๔.๓ การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานมาตรฐานแรงงาน ได้จัดสรร งบประมาณ จํานวน ๑๒,๓๐๒.๗ ล้านบาท เพื่อให้ประชากรวัยแรงงานและประชาชนทุกกลุ่ม ได้รับบริการและโอกาสในการทํางานและประกอบอาชีพเพิ่มมากขึ้น โดยแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง ผู้ว่างงาน แรงงานใหม่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการและแรงงานนอกระบบได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือ ที่เหมาะสมในการประกอบอาชีพ และแรงงานไทยได้รับการพัฒนายกระดับฝีมือเป็นแรงงานทักษะ หรือแรงงานกึ่งทักษะ สอดคล้องตามความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งจัดระบบการทํางานของแรงงานต่างด้าวไม่น้อยกว่า ๗๐๐,๐๐๐ ราย ให้มีการจ้าง แรงงานโดยถูกต้องตามกฎหมาย
๔.๔ การพัฒนาด้านสาธารณสุข ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๑๘,๒๑๒.๒ ล้านบาท เพื่อประชาชนแต่ละช่วงวัยมีสุขภาพดีในทุกมิติ ได้รับการบริการ ทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีคุณภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง มีสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสม ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และแจ้งเตือนภัยด้านสุขภาพ เพื่อลดภาระโรคและภัยคุกคามต่อสุขภาพ เร่งให้การคุ้มครองพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรควบคู่กับการพัฒนา แผนผลิตภัณฑ์สุขภาพ ให้มีสุขภาพปลอดภัยและสมประโยชน์ สนับสนุนการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการรักษาพยาบาลและส่งเสริมสุขภาพ สนับสนุน การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนสนับสนุนการดําเนินงาน ของสภากาชาดไทย ในการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นเลิศครบวงจร
๔.๕ การอนุรักษ์ส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๙,๒๕๙.๗ ล้านบาท เพื่อให้สังคมและคนไทยมีคุณภาพ จริยธรรมจิตสํานึกค่านิยมที่ดีงาม โดยสนับสนุนพุทธศาสนาและศาสนาอื่นให้ได้รับการทํานุบํารุง เผยแพร่หลักธรรม เสริมสร้างวิถีชีวิตที่ดีงามภายใต้ธรรมะทั้งแผ่นดิน เพื่อนําหลักธรรม ทางศาสนาไปใช้เป็นแนวทางในการดํารงชีวิตและอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างเอื้ออาทร และมีความสุข สนับสนุนให้คนไทยมีความภาคภูมิใจและร่วมฟื้นฟูรักษาสืบสานศิลปะ ภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
๔.๖ การเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๒๐,๓๓๒.๙ ล้านบาท เพื่อประชาชนทุกกลุ่มทุกวัยมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น โดยสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพครอบครัวให้เข้มแข็ง พัฒนาขีดความสามารถ และการพึ่งพาตนเอง เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่น เสริมสร้าง ความเสมอภาค และพัฒนาศักยภาพของสตรีให้เข้มแข็งและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งการให้ การคุ้มครองคนพิการหรือทุพพลภาพ สนับสนุนกองทุนและเงินทุนหมุนเวียนเพื่อส่งเสริม การจัดสวัสดิการสังคมคุ้มครองเด็ก ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการหรือทุพพลภาพ
๔.๗ การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยทางถนน ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔,๒๒๒ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนมาตรการและนโยบายลดการเกิดอุบัติเหตุ และความสูญเสียทางจราจร โดยอํานวยการจราจรเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย จากการใช้ยานพาหนะ รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสําคัญ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ด้านอุบัติภัย
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ จํานวน ๕๗,๖๘๒.๑ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๔ ของวงเงิน งบประมาณทั้งสิ้นเพื่อดําเนินงานที่สําคัญดังนี้
๕.๑ การอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๒๓,๘๗๙.๔ ล้านบาท เพื่อการคุ้มครองป้องกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า สัตว์น้ํา ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และทรัพยากรธรณีให้มีความสมดุล ของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
๕.๒ การจัดการสิ่งแวดล้อม ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๓,๔๐๕.๗ ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษได้อย่างเหมาะสม เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ของประชาชนตามเกณฑ์มาตรฐานที่รัฐกําหนด โดยการป้องกัน ควบคุม ลด และกําจัด มลพิษโดยรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางอากาศ น้ํา กลิ่น เสียง และกําจัดขยะทุกประเภท อย่างถูกสุขลักษณะ พัฒนาเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่น้อยกว่า ๓๕๐ เครือข่าย
๕.๓ การจัดการทรัพยากรน้ํา ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๑,๔๘๑.๓ ล้านบาท เพื่อพัฒนาอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรน้ําอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการสร้างกลไกการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําอย่างมีส่วนร่วม สอดคล้องกับความจําเป็นในการดํารงชีวิตและภาคการผลิต อนุรักษ์ ฟื้นฟู ปรับปรุงแหล่งน้ําเพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย รวมทั้งเฝ้าระวัง และเตือนภัยแก่ประชาชนในพื้นที่ภัยเสี่ยงด้านน้ํา
๕.๔ การจัดการภัยพิบัติ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๘,๘๐๘.๓ ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการป้องกันเตือนภัยให้มีความรวดเร็ว แม่นยํา และทันเหตุการณ์ สามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ สาธารณภัย โดยกําหนดมาตรฐานป้องกันและเตือนภัยจากสาธารณะ บูรณะ ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากภัยพิบัติผ่านพ้นไปแล้ว สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการกัดเซาะชายฝั่ง และป้องกันการสูญเสียดินแดนชายฝั่งแม่น้ําระหว่างประเทศ ติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เสี่ยง ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ธรณีธรรมชาติ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการรายงานพยากรณ์อากาศ และรายงานแผ่นดินไหว
๕.๕ การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๐๗.๔ ล้านบาท เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบการเปลี่ยนแปลง สภาวะภูมิอากาศของโลก โดยการจัดทําแผนและกําหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน พัฒนาศักยภาพในการจัดการก๊าซเรือนกระจกให้แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชน ภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ จํานวน ๑๙,๖๓๖.๓ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๐.๘ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดําเนินงานที่สําคัญดังนี้
๖.๑ การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๘,๗๐๘.๘ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐาน ขององค์ความรู้ สามารถยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการให้ได้มาตรฐาน มีระบบสนับสนุนและการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ จัดให้มีแหล่งความรู้สาธารณะเพิ่มขึ้น และนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวิจัย พัฒนา หรือปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนนักเรียนทุนไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ ทุน สนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียน วิทยาศาสตร์ และส่งเสริมพัฒนากําลังคน และผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีให้ได้รับการเสริมสร้างขีดความสามารถ
๖.๒ ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๐,๙๒๗.๕ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษาขั้นสูงให้มีการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งจัดระบบบริหารงานวิจัยให้เกิดประสิทธิภาพสูง โดยสนับสนุนทุนการวิจัยเพื่อนําผล ไปสู่การใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และป้องกันสาธารณภัย เพื่อสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่น ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างนวัตกรรม ที่นําไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับท้องถิ่นและประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ ๗ การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ จํานวน ๗,๙๘๒.๒ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๐.๓ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดําเนินงานที่สําคัญดังนี้
๗.๑ การรักษาพัฒนาและคุ้มครองสิทธิคนไทยและผลประโยชน์ ของประเทศ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๗,๙๘๒.๒ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย และได้รับประโยชน์จากการเป็นภาคีของความตกลงระหว่างประเทศ โดยส่งเสริมให้มีบทบาท และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริม สถานะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศไทย สนับสนุนความสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และนานาประเทศ รวมทั้งมีปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับโลกมุสลิม สนับสนุนความร่วมมือ ระหว่างประเทศเพื่อช่วยส่งเสริมผลประโยชน์และสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ ๘ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จํานวน ๓๓๐,๖๘๖.๔ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๓.๘ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดําเนินงานที่สําคัญดังนี้
๘.๑ การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ได้จัดสรร งบประมาณ จํานวน ๔๕,๑๙๔.๘ ล้านบาท เพื่อยกระดับการบริหารงานระบบราชการ ให้มีการดําเนินงานที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล และเพิ่มคุณภาพให้บริการของ หน่วยงานภาครัฐแก่ประชาชน ปรับปรุงการให้บริการเชิงรุกของภาครัฐ บริหารทรัพยากรบุคคล และเพิ่มสมรรถนะข้าราชการไปสู่ระบบสากลอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม และธรรมาภิบาล รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารของทางราชการสู่สาธารณชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและเป็นธรรม
๘.๒ การส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๔๙,๕๓๔.๔ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการกระจายอํานาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระ มีการจัดบริการสาธารณะที่เหมาะสมตามความต้องการ ของประชาชน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรของท้องถิ่นให้มีศักยภาพพร้อมเพื่อรองรับ การถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลาง รวมทั้งให้ความสําคัญกับการส่งเสริมให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดําเนินการตามภารกิจถ่ายโอนที่กําหนดไว้ในแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๘.๓ การส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๘,๕๐๕.๖ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดดําเนินโครงการ ภายใต้แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอย่างบูรณาการร่วมกันในทุกภาคส่วน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการรักษา ความมั่นคง
๘.๔ การสนับสนุนการจัดการของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๓๗,๖๖๘.๒ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารงาน ของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้สามารถดําเนินงานได้ตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญและมีประสิทธิภาพเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น สามารถให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและอํานวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างเสมอ ภาคทั่วถึงและเป็นธรรม
๘.๕ การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๗๙,๗๘๓.๔ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ทางกฎหมายและเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของกลไก การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส รวดเร็วและเป็นธรรม พัฒนากระบวนการยุติธรรมและอํานวยความยุติธรรม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วยมาตรการเชิงรุก เพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น
๙. รายการค่าดําเนินการภาครัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ จํานวน ๔๓๔,๑๕๔.๘ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๘.๑ ของวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น เพื่อดําเนินงานที่สําคัญดังนี้
๙.๑ การบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๗๖,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อสํารองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาในสภาวะฉุกเฉิน ให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นสามารถนําไปใช้ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมิได้คาดหมาย เพื่อรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
๙.๒ การบริหารบุคลากรภาครัฐ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๗๙,๕๐๗ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสําหรับบุคลากรภาครัฐตามสิทธิทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง
๙.๓ การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ ได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๗๗,๙๔๗.๘ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐให้เกิดเสถียรภาพ ทางการเงิน การคลังของประเทศ การดําเนินการและติดตามการชําระหนี้ของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ผูกพันไว้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สาระสําคัญ ของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามที่รัฐบาลได้แถลงมานั้น เป็นเพียงส่วนสําคัญที่ควรนํามาแถลงให้ทราบ สําหรับรายละเอียดปรากฏอยู่ในเอกสาร งบประมาณที่ได้นําเสนอต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้ว ดิฉันและคณะรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่นําเสนอนี้ได้แสดงให้เห็นถึงเจตนาอันแน่วแน่ของรัฐบาลในการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย เป็นเครื่องมือสําคัญเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่สําคัญของชาติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและพัฒนา สังคมไทยให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองและแข่งขันในเวทีโลกได้ รวมทั้งเกิดความยั่งยืน ในการพัฒนาประเทศทุกภาคส่วนบนพื้นฐานของความพอเพียงในระยะยาว ทั้งนี้คํานึงถึง ความกินดีมีสุขและประโยชน์ที่จะตกอยู่กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศเป็นสําคัญ จึงหวังว่าท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะได้ให้การสนับสนุนและพิจารณา รับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อรัฐบาลจะได้ยึดถือเป็นหลักในการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป ขอบคุณค่ะ