อาณันย์ วัชโรทัย อภิปรายเรื่องการสัมผัสและการใกล้ชิดระหว่างชายชาติทหาร และการยึดอำนาจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเหตุผลในการตัดสินใจ และกล่าวหาว่ารัฐบาลขณะนั้นถูกกล่าวหาว่าทำให้เกิดการแตกแยก แต่การยึดอำนาจนั้นมีความชัดเจนในเรื่องสถาบัน และความเป็นสุภาพบุรุษที่ถูกโจมตีว่าไร้จุดยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ แล้วก็เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิก โดยเฉพาะท่านกษิตที่ท่านได้อภิปรายไป เมื่อครู่นี้
เอาประเด็นแรกก่อน ประเด็นของการสัมผัส แล้วก็การใกล้ชิด ความผูกพัน ผมเองในฐานะที่เป็นนักเรียนเตรียมทหารและนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าย่อมเข้าใจ ความรู้สึกของชายชาติทหารที่แท้จริงดี ความรู้สึกของการเป็นสุภาพบุรุษในเครื่องแบบ อยู่ที่ความถูกต้องครับท่านประธานที่เคารพ ไม่ได้อยู่ที่ความรู้สึกในการตัดสินใจ เพื่อประโยชน์ส่วนตนและตนเอง แน่นอนครับการยึดอำนาจต้องมีเงื่อนไขและต้องมีเหตุผล แน่นอนครับชัดเจนอย่างที่ท่านกษิตที่ผมก็เคารพท่านได้ชี้แจงไปเมื่อครู่นี้ เหตุผลพื้น ๆ อันหนึ่งคือเรื่องของการคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเหตุผลมาตรฐาน ถ้าเป็นข้าวปลาอาหาร ก็จะเรียกว่ากะเพราไก่ไข่ดาว เป็นเหตุผลปกติธรรมชาตินิยมที่ใช้ในการยึดอำนาจมาทุกยุค ทุกสมัย
เหตุผลที่ ๒ ก็คือการสร้างความแตกแยก รัฐบาลขณะนั้น ผู้นำรัฐบาล ถูกกล่าวหาว่าเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดการแตกแยก แต่ลองพิจารณาให้ลึกซึ้งให้ละเอียดว่า ในขณะที่รัฐบาลได้ดำเนินการบริหารประเทศอยู่นั้นได้ถูกกระทำในเหตุในผลที่ผิด และไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ผมไม่ทราบว่าความแตกแยกนั้นเริ่มต้นจากอะไร และเริ่มต้นที่ใคร ถ้าหากว่าจะเริ่มต้นที่หัวหน้าคณะปฏิวัติได้แก้ปัญหาของบ้านเมือง ด้วยหนทางที่ไม่ถูกต้องก็ต้องมาพิจารณาในเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่งก็คือว่า เหตุผล ในการยึดอำนาจนั้นมีความชัดเจนอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่าความเป็นห่วงในเรื่องสถาบัน คือ สิ่งที่เราเคารพ คนไทยเคารพยิ่งชีวิต มีเหตุผลที่ต้องกระทำ แต่ความเป็นสุภาพบุรุษนี่ละครับ ที่ถูกโจมตีว่าไร้จุดยืน ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คือได้ทำสิ่งหนึ่งและปฏิบัติสิ่งหนึ่ง มันไม่ได้เหนือ ไปกว่าความเป็นสุภาพบุรุษในหัวใจว่า สิ่งที่กระทำนั้นมันเกิดหนทางที่เป็นปัญหา แล้วก็ ก่อให้เกิดความแตกแยกยิ่งกว่าความแตกแยกดั้งเดิมที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นเองท่านคิด ท่านทราบครับ คือการยึดอำนาจเพราะต้องการหยุดยั้งปัญหาและความห่วงใยประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เป็นเรื่องถูกต้อง แต่ถ้าเรื่องที่ไม่แปลกและถูกต้อง ขณะนั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ผมใช้คำว่า คลาดเคลื่อนและเข้าใจผิด มันย่อม แก้ไขได้ครับด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ การถูกกล่าวหาว่าไร้ซึ่งจุดยืนไม่ใช่ประเด็น และไม่ใช่ปัญหาครับ แต่ความถูกต้องคือจริยธรรมที่ท่านพูดนั่นละครับว่า ถ้ามันมี ความคลาดเคลื่อนในเหตุผล มีการเข้าใจกันคลาดเคลื่อน มีการได้รับข้อมูลข่าวสาร ที่ผิดพลาดมันปรับปรุงได้ มันแก้ไขได้ แล้วโดยเฉพาะการเข้าใจคลาดเคลื่อนอันนั้นก่อให้เกิด ความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเก่า ทำให้เกิดความเสียใจ ความสูญเสีย ลำพังคนไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ไม่ว่าจะโกรธแค้นกันอย่างไร ไม่เข้าห้ำหั่นและทำร้ายซึ่งกันและกัน แต่การเกิด เหตุการณ์ครั้งนั้นมันเกิดจากความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมและไม่ยุติธรรมในหัวใจจริง ๆ ซึ่งทุกท่านทราบอยู่แล้ว การลุกขึ้นมาต่อสู้กันในด้านของแนวความคิด ความเชื่อที่เริ่มต้น จากการที่วิตกและกังวลในบุคคลเพียงคนเดียว แล้วก็ก่อเกิดปัญหามาตลอดเวลา มันเป็นเรื่องที่คนที่ท่านมีความรู้สึกว่าท่านเป็นผู้ก่อขึ้นมาท่านควรที่จะต้องรับผิดชอบ แล้วก็ เสียสละ โดยที่ไม่คำนึงถึงว่าใครจะกล่าวหาว่าไร้ซึ่งจุดยืน การที่ท่านบอกว่านายทหารที่เป็นเพื่อนของท่าน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องท่านเสื่อมศรัทธาและเสียใจ ไม่ใช่เรื่องจริงครับ ผมเองเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเป็นรุ่นน้องของท่านหัวหน้า คณะปฏิวัติซึ่งท่านนั่งอยู่ข้าง ๆ ผมขณะนี้ ซึ่งท่านเสนอญัตติเพื่อความปรองดอง ผมทราบครับว่าทุกคนเห็นใจและทุกคนเชื่อว่าท่านเสียสละ กรุณาอย่าได้กล่าวอ้าง และทำลายล้างซึ่งกันและกันในหนทางที่ไม่ถูกต้อง ผมเสียดายบรรยากาศครับ ท่านประธานที่เคารพ บรรยากาศของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การสร้างความปรองดองแห่งชาติ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติในฐานะที่ท่านมีความรู้สึกเสียใจและรับผิดชอบ ทางคณะกรรมาธิการได้ตั้งท่าน เชิญท่านเป็นประธาน สิ่งแรกที่ท่านพูดก็คือว่า เราจะไม่หาจำเลย เราจะไม่หาผู้ผิด และเราจะไม่คิดว่าผู้ผิดนั้นหรือความยุติธรรมเป็นของผู้ชนะ ผู้แพ้คือผู้ผิด ไม่ยึดถือทั้งสิ้น เราหาวิธีที่จะสร้างความปรองดอง เราเริ่มต้นด้วยการสนทนาธรรมครับ ท่านประธานที่เคารพ เราคุยกันแบบไม่มีพรรค มีแต่พวก คุยกันด้วยความชื่นมื่น คุยกัน ด้วยบรรยากาศที่ดี นักข่าวที่เข้าไปสัมผัสมีความรู้สึกที่ดี แม้จะมีการแซวกันอยู่บ้างว่า จะปรองดองหรือปองร้าย หรือจะปรองดองกันได้หรือไม่ ผมเองเป็นหนึ่งในคนที่เข้ามาสู่ ถนนการเมืองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับการเชื้อเชิญจากคนที่ท่านกล่าวหา แล้วคนที่ถูกหาว่าสร้างความแตกแยกต้องการให้มาปรองดองโดยเฉพาะ