ธีระ วงศ์สมุทร หารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกการเป็นนิติบุคคลสำหรับบริษัทที่ต้องการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร และการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการส่งออกตรวจสอบมาตรฐานอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติของกรรมการวิชาการ โดยเน้นย้ำว่าการใช้ค้าว่าผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ที่มีความรู้นั้นควรระบุชื่อบุคคลตามค้าวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการตั้งผู้แทนภาครัฐหรือต่าง ๆ เหล่าน และเสนอข้อเสนอแก้ไขเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าเกษตร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้เกษตรกรมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการปรับปรุงมาตรฐาน ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และเพิ่มรายได้ รวมถึงเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อสินค้า
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในนามของรัฐบาลก็ต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้อภิปรายให้ข้อคิดเห็นแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ มากมายเหลือเกินนะครับ ไล่ตั้งแต่ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านวรชัย เหมะ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ท่านสุรสาล ผาสุข ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ท่านศุภชัย ใจสมุทร ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ท่านนิยม ช่างพินิจ ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน และท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส้าหรับท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นั้น ก็ได้มองต่างมุม ก็ต้องเอามาพิจารณาดูกันว่ามุมของท่านเป็นอย่างไร แล้วก็มุมของอีก ๑๑ คนเป็นอย่างไรในมุมมอง ผมอยากกราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้เมื่อปี ๒๕๕๑ กฎหมายฉบับนี้ออกมาสมัยที่มี สนช. มาใช้ในการด้าเนินการ เพราะฉะนั้นเราใช้มาระยะหนึ่ง ก็มีความจ้าเป็นที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่เราพบเห็นเพื่อให้มันชัดเจนมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นประเด็นที่ว่าให้ยกเลิกค้าว่า บริษัท มาเป็น นิติบุคคล นั้น ขออนุญาต กราบเรียนว่า
ประเด็นแรก ก็คือเพื่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรีและเป็นธรรม
ประเด็นที่ ๒ เพื่อให้สอดคล้องกับการถ่ายโอนภารกิจด้านการตรวจสอบ และการรับรองมาตรฐานของส่วนราชการตามมติคณะรัฐมนตรีซึ่งได้ออกไว้ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓
ประเด็นที่ ๓ เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกตรวจสอบมาตรฐานอย่างเพียงพอ และรองรับการตรวจสอบมาตรฐานการเกษตรของผู้ผลิตและผู้ส่งออก ซึ่งเมื่อสักครู่ ก็มีผู้อภิปรายว่าปัจจุบันนี้มีอยู่เพียง ๘ รายเท่านั้นเอง
ประเด็นที่ ๔ ก็คือได้มีการร้องขอจากผู้ประสงค์ที่จะขออนุญาตตรวจสอบ มาตรฐานที่ไม่มีฐานะเป็นบริษัท เช่น รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย หรือมูลนิธิต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่นที่เป็นนิติบุคคลที่มีความสามารถอยู่ในปัจจุบันนี้ เช่น สถาบันรับรอง มาตรฐานไอเอสโอ ส้านักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เหล่านี้เป็นต้น
ส่วนประเด็นที่บอกว่าเมื่อพิจารณาในเรื่องของห้องปฏิบัติการนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรบางประเภทนั้น เช่นการตรวจสอบกระบวนการผลิต ก็ไม่มีความจ้าเป็นที่จะต้องใช้ห้องปฏิบัติการ ในทางปฏิบัติในการตรวจสอบรับรองตามมาตรฐาน มกส. นั้น ผู้ขอรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ไม่มีความจ้าเป็นจะต้องมีห้องปฏิบัติการของตนเอง แต่ก็สามารถท้าสัญญาเพื่อใช้ห้องปฏิบัติการของผู้อื่น หากมีความจ้าเป็นที่จะต้องน้าสินค้า เกษตรไปตรวจสอบด้วย ซึ่งห้องปฏิบัติการทดสอบก็ต้องได้รับมาตรฐานไอเอสโอ/ไออีซี ๑๗๐๒๕ (ISO/IEC17025) แล้วก็ขึ้นทะเบียนกับส้านักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร
ส่วนประเด็นที่มองว่าจะมีความน่าเชื่อถือในประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน อย่างไรนั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่าได้มีการก้าหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบการตรวจสอบ มาตรฐานที่จะต้องจัดระบบองค์การให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลตามประกาศ ของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร
ส่วนเรื่องก้าหนดคุณสมบัติและหลักต้องห้ามต่าง ๆ ผู้ประกอบการตรวจสอบ มาตรฐานจะต้องได้รับใบรับรองจากหน่วยงานรับรองซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล แล้วก็สามารถตรวจติดตามยืนยันได้
ประการสุดท้าย ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานจะต้องมีทุนประกัน ที่ครอบคลุมความเสี่ยง ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรับรองนะครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง คือประเด็นในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติ ของกรรมการวิชาการนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าประเด็นที่ตัดค้าว่า ผู้ทรงคุณวุฒิ ออกนั้นนะครับ ในประเด็นนี้เองเนื่องจากว่าการใช้ค้าว่าผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ที่มีความรู้นั้น ก็ท้าให้เกิดการตีความว่าจะต้องตั้งโดยระบุชื่อบุคคลตามค้าวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะฉะนั้นอย่างนี้ถ้าเราปรับแก้ใหม่ก็คงให้เกิดความยืดหยุ่นในการตั้งผู้แทนภาครัฐ หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะที่ผ่านมาการตั้งชื่อบุคคลนั้นยอมรับว่าท้าให้องค์ประกอบ ในการประชุมคณะกรรมการวิชาการนั้นเป็นไปด้วยความยากล้าบากพอสมควร ในการด้าเนินการนะครับ
ส้าหรับในประเด็นการเพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนว่า ก็เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องท้าหน้าที่ได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อมีประสิทธิภาพนะครับ
ส่วนประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับว่า ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาตินั้น โดยหลักแล้วผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า แต่บังเอิญว่าปัจจุบันนี้เรายังไม่มีประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติอยู่ระหว่างเตรียมการ ที่จะได้เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้นะครับ ถึงไม่ใส่ตรงนี้ไว้นะครับ
ส่วนประเด็นผู้อ้านวยการหรือเลขาธิการนั้นก็เพื่อให้เป็นไปตามที่ ก.พ.ร. ได้ก้าหนดเอาไว้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานที่มติคณะรัฐมนตรีได้ก้าหนดไว้นะครับ
ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าอีกหลายประเด็นที่มีความเป็นห่วงใยในเรื่องนี้ ผมก็ต้องกราบเรียนว่าหลายคนมองเห็นตรงกัน ส้าหรับในมาตรฐานสินค้าเกษตรนั้น ต้องเรียนว่าเรามีทั้งมาตรฐานบังคับและมาตรฐานทั่วไป ซึ่งวันนี้เรายังมีขั้นมาตรฐานทั่วไป ในการด้าเนินงานนั้น ก็คือเป็นการด้าเนินการตามความสมัครใจของผู้ที่เป็นเกษตรกร ผู้ด้าเนินการ ซึ่งคิดว่าเรามองเห็นตรงกันว่าประโยชน์ของการที่มี พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าเกษตรนั้นคง จะมีด้วยกัน ๓ ส่วน ส่วนแรกก็คือ ช่วยให้เกษตรกรมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการปรับปรุงมาตรฐาน ในด้านการผลิตซึ่งท้าให้สินค้าเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อซึ่งท้าให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ในส่วนที่ ๒ คือ ผู้ประกอบการก็สามารถจ้าหน่ายสินค้าที่ได้มีมาตรฐาน แล้วก็ยังมีสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค แล้วก็ผลักดันให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สูงขึ้น ประการสุดท้าย ผู้รับบริโภคก็เข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพช่วยให้มีความมั่นใจ ในการตัดสินใจซื้อสินค้าได้
ประการสุดท้าย ผมคิดว่าเป็นเครื่องมือที่จะใช้ในการเจรจาสินค้าการเกษตร เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการก้าหนดมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศซึ่งสอดคล้องกับ สถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน
ข้อสังเกตอีกหลายประการส้าหรับที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ ข้อเสนอแนะ และให้ข้อคิดเห็น ค้าแนะน้า ผมคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ ซึ่งในส่วนนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องขอขอบคุณแล้วก็จะน้อมรับน้าไปพิจารณาด้าเนินการต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ