สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕

นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องการยกเลิกบริษัทเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงผู้อ่านยการเป็นเลขาธิการเพื่อแบ่งสัดส่วนข้าราชการ และให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้น้าสินค้าเข้า และผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า นอกจากนี้ยังพูดถึงการผลิตและส่งออกข้าวไทย และเรียกร้องให้มีกฎหมายที่ชัดเจนในการควบคุมสินค้าเกษตร พร้อมกับผลักดันและออกกฎหมายให้เร็วเพื่อใช้กับภาคเกษตร

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานและโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้น้า ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตรได้มีการปรับปรุงตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ และสิ่งที่ส้าคัญ ก็มีหลัก ๆ อยู่ ๑๒ มาตรา ก็มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ได้ให้ข้อคิดเห็นไปพอสมควร แต่สิ่งที่ ผมอยากจะฝากนะครับ ในเรื่องของการที่จะยกเลิกบริษัทเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบ มาตรฐานสินค้า ตรงนี้ก็เพื่อต้องการเปิดกว้างเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการ ที่จะเป็นผู้ตรวจสอบ เพราะถ้าดูแล้ววันนี้เองในการแข่งขันเวทีโลก โดยเฉพาะเสรีทางการค้า ที่จะมาถึงปี ๒๕๕๘ ถ้าเรามีผู้ตรวจสอบเท่านี้ครับ คงจะตามเขาไม่ทันแน่นอนนะครับ แต่สิ่งที่ส้าคัญอีกประการหนึ่งก็คือผู้อ้านวยการ เปลี่ยนมาเป็นเลขาธิการก็เพื่อจะแบ่งสัดส่วน ของข้าราชการเองให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนส้าคัญเลยก็มีผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้น้าสินค้าเข้า และสิ่งส้าคัญคือผู้บริโภค ๓-๔ ส่วนด้วยกันที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ผลิต โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรก็ต้องพูดถึงพี่น้องภาคการเกษตร ถ้าไม่พูดก็คงไม่ได้นะครับ และการที่จะผลิต แต่ดูแล้วนะครับจากมาตรา ๖ นี่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียน ให้ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีนะครับ คณะกรรมการมาตรฐานสินค้า อาจจะมีเพิ่มองค์กร หน่วยงานเพิ่มขึ้นมา แต่ผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตแล้วก็เป็นสิ่งส้าคัญมาก ก็คือท้าไม ไม่มีผู้ผลิตนะครับ ตัวแทนสินค้าภาคการเกษตร ตัวแทนที่ผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็นสภาเกษตรกรแห่งชาติเอง เพราะเขามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงเลย เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้นะครับ อย่างน้อยก็ยัง เป็นคณะกรรมการและยังจะสะท้อนในการผลิตสินค้า อุปสรรค ปัญหาให้แก่คณะกรรมการ ได้รับทราบ ในส่วนของผู้ส่งออกก็เช่นกันครับ วันนี้ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่าสินค้าการเกษตรบางตัวที่มีปัญหา แล้วก็มีผลกระทบ จนมาถึงพี่น้องภาคการเกษตรโดยตรง เพราะอาจจะมีผู้ส่งออกบางรายที่อาจจะน้าสินค้า มีสิ่งเจือปนเข้าไปบ้าง อะไรบ้าง แล้วที่เขารับปลายทางเขาก็มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น มันส้าปะหลังนี่นะครับ ที่มีข่าวง่าย ๆ เลยครับ มีสิ่งเจือปนเข้าไป โดยเฉพาะผู้ส่งออก เอาหิน เอาทรายปนเข้าไปเพื่อให้น้าหนักมันเพิ่มขึ้น แล้วผลกระทบก็กลับมาสู่ พี่น้องภาคการเกษตร รัฐบาลเองก็รับไม่ไหวหรอกครับ ถ้าเจอปัญหาอย่างนี้ ไม่ว่านโยบาย โครงการอะไร ถ้าเจออย่างนี้ไปก็ไปไม่เป็นเหมือนกันละครับ ตรงนี้ผมถึงเห็นด้วยผู้ส่งออก เราก็ควรจะมีองค์กรที่จะมาตรวจสอบคุณสมบัติ โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าการเกษตรให้เกิด ความชัดเจน โดยเฉพาะผู้ส่งออกของเราเองนี่ละครับ

แล้วอีกประการหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนเลยว่าเราก็ต้องยอมรับนะครับ ประเทศไทยผลิตข้าว ส่งข้าวอันดับ ๑ ของโลก แต่เป็นอย่างไรครับ พี่น้องภาคเกษตรผลิต ออกมาแล้วก็จริงนะครับ แต่น้าไปขายให้กับพ่อค้า ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจ้าน้า หรือโครงการประกันรายได้ก็ช่างนะครับ ก็มีการตรวจสอบจากพ่อค้าโดยตรง แต่สิ่งส้าคัญ ตอนที่จะส่งออกนี่นะครับ ข้าวหอมมะลิก็เอาไปปนกับข้าวหอมจังหวัดบ้าง ข้าว กข บ้าง แล้วผลกระทบก็ติดตามมานะครับ เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าองค์กรที่จะตรวจสอบตรงนี้ ไม่พอหรอกครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลครับ ที่พยายามเพิ่มเติม ตรงนี้เข้ามาเพื่อที่ขยาย วันนี้การแข่งขันเวทีโลกตรงนี้เป็นสิ่งส้าคัญมาก เพราะฉะนั้น ผู้ส่งออกเอง แล้วสิ่งที่ส้าคัญไปกว่านั้นนะครับ วันนี้ถ้าเราน้าสินค้าส่งออกไป เผลอ ๆ โดนกีดกันครับ เขามีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานของเราอย่างชัดเจน แต่เราไม่มีโอกาสเลยครับ ท่านประธาน มันเป็นเครื่องมือชี้วัดอันหนึ่งครับท่านประธานครับ เมื่อสินค้าน้าเข้าจาก ต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าภาคการเกษตร ถ้าเรามีองค์กรตรงนี้มากขึ้น แล้วก็มี กระบวนการตรวจสอบที่ดีนะครับ อย่างนี้ก็เป็นตัวกีดกัน เราไม่ต้องพูดถึงกีดกันละครับ อย่างน้อยก็ไปตรวจมาตรฐานให้กับพี่น้องคนไทยที่จะเข้ามารับบริโภคสินค้าการเกษตร จากต่างประเทศได้ ตรงนี้ละครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ผมถือว่าล่าช้าไปเสียอีกนะครับ ในวันนี้ก็คงจะฝากไว้

แล้วอีกประการหนึ่งครับ ดูจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ สิ่งที่ส้าคัญ ๑. เราควบคุมผู้ผลิต ควบคุมผู้ส่งออก ควบคุมผู้บริโภคและผู้น้าเข้า แต่ผมอยากจะถามนะครับ ผมอยากจะฝากเอาไว้ในมาตรการนะครับ โดยเฉพาะผู้ที่มามีส่วนร่วมในการเป็นกระบวนการ ตรวจสอบสินค้าภาคการเกษตร เขาต้องมีความรับผิดชอบครับ ต้องมีจรรยาบรรณ แล้วก็ต้องมีกฎหมายชัดเจนครับ จะเป็นกฎกระทรวง กฎทบวง กรม หรือของคณะกรรมการ นี่นะครับ ต้องชัดเจนครับ ถ้าผิดพลาดตรงนี้ไปใครรับผิดชอบ เราเปิดครับ เปิดให้กว้างขึ้น แต่สิ่งที่ส้าคัญตรงนี้ละครับ เมื่อผู้บริโภคบริโภคไปเกิดอันตรายจากสินค้าน้าเข้า แล้วแม้กระทั่งสินค้าภายในประเทศใครควรจะรับผิดชอบ ต้องมีชัดเจนในมาตรานี้ หรือคณะกรรมการที่จะไปพิจารณากันต้องชัดเจนนะครับ ก็คงฝากไว้ เพราะฉะนั้นบทลงโทษต้องมีครับ ท่านประธาน เอาละครับทั้ง ๑๒ มาตราที่ทางรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่น้าเสนอขึ้นมาเป็นสิ่งที่ดี ผมเองก็พร้อมที่ให้การสนับสนุน แต่อาจจะมีบางสิ่งบางอย่าง โดยเฉพาะผู้ที่ยกเลิกจากบริษัทเพื่อต้องการเปิดวงกว้างให้กับ ผู้ประกอบการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมกับภาครัฐในการที่ตรวจสอบมาตรฐาน แต่สิ่งส้าคัญที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ ๑. ผู้ผลิตต้องมีส่วนร่วม โดยจะต้องเอาคณะกรรมการ ตัวแทนสภาเกษตรกรแห่งชาติก็ได้เข้ามาสัก ๑ ท่าน หรือผู้ทรงคุณวุฒิอะไร เอาตรงนี้ เข้ามานะครับ นี่คือประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ต้องจริงจังกับผู้ส่งออกไทยเพื่อให้เกิดสินค้าเกษตรมาตรฐาน ของไทยมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นที่ยอมรับของชาวต่างประเทศ อย่างนี้เป็นต้น

ประเด็นที่ ๓ ต้องมีองค์กรตรงนี้ ต้องเข้าไปเลยครับที่สินค้าที่น้าเข้า จากต่างประเทศนี่ต้องชัดเจนในการตรวจสอบ แล้วผู้บริโภคมีการร้องเรียนมีอะไรอย่างนี้ ก็ต้องชัดเจนครับ ก็คงฝาก

แล้วประการสุดท้าย บทลงโทษ ในการที่พวกองค์กรนี้ที่เข้ามามีส่วนร่วม มันต้องมีบทลงโทษครับ เมื่อเข้ามาแล้วเพื่อมารับผิดชอบตรงนี้เป็นประเด็นส้าคัญ ก็คงฝากไว้ ผมเองพร้อมแล้วก็ยินดีที่จะผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ แล้วก็ขอให้ ออกมาเร็ว ๆ เพื่อให้ใช้กับพี่น้องภาคการเกษตร ขอบพระคุณมากครับ