นคร มาฉิม หารือเรื่องการกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปราบปรามป้องกันและขจัดปัญหาคอร์รัปชันในด้านการจัดการน้ำ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีระบบและมีการบริหารจัดการอย่างครบวงจร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณาต่อเรื่องพระราชกำหนดการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบ บริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ และพระราชกำหนดปรับปรุง การบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ สถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ อย่างไรเสียก็คงจะผ่านความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ ผมเองอยากจะตั้งข้อสังเกตแล้วก็ฝากเป็นประเด็น ๔-๕ ประเด็นต่อท่านประธานเพื่อนำเรียน ไปถึงรัฐบาลและพี่น้องคนไทยทั้งประเทศว่าพรรคประชาธิปัตย์เอง อันที่จริงแล้วพวกเรา ประชุมปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่องว่าวิกฤติของประเทศมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการ ในการแก้ไข มีมาตรการในการป้องกัน แล้วก็มีมาตรการในการที่จะพัฒนาประเทศ แต่สิ่งที่ พรรคประชาธิปัตย์และตัวกระผมเองเป็นห่วง อยากจะกราบเรียนเป็น
ประเด็นที่ ๑ ก็คือในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของประเทศล้มเหลวแทบจะโดยสิ้นเชิง ก่อให้เกิดอุทกภัยและปัญหาวิกฤติต่อประเทศครั้งใหญ่ สร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิต ต่อทรัพย์สินและโอกาสของประเทศมากจนเกินคณานับ นำมาซึ่งการขาดความเชื่อมั่น ของนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างมากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นนับจากนี้ไปรัฐ และสภาแห่งนี้ขอฝากไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึง กยอ. กยน. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าท่านจะต้องมีความเป็นเอกภาพ ท่านจะต้องมีการบูรณาการ ในการวางระบบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งประเทศอย่างจริงจัง และจะต้อง เป็นเป้าหมายแห่งชาติที่อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ผมมั่นใจครับว่าวิจารญาณ ของสมาชิกรัฐสภาแต่ละท่านนั้นเอาประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง เอาประโยชน์ ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอให้เรื่องนี้ขับเคลื่อนไปบนผลประโยชน์ของประเทศ ขับเคลื่อน และผลักดันไปบนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนให้อยู่เหนือความขัดแย้งของการเมือง และต้องการให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง ในสมัยนี้รัฐบาลของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านเริ่มนับ ๑ ๒ ๓ ถ้าเกิดว่าสมัยต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศและมาเป็นรัฐบาลจะขอนับ ๔ ๕ ๖ ต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้หมดคำว่า น้ำท่วม ให้หมดคำว่า ฝนแล้งไปเสียที เป็นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอรัฐบาลว่าอย่าให้มีการเลือกปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น ในการใช้จ่ายงบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืออีกหลาย ๆ งบประมาณที่จะขอเพิ่มเติม จากสภาแห่งนี้ ผมรู้สึกเจ็บช้ำ บางครั้งรู้สึกเจ็บปวดแทนประชาชนที่ไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณอย่างเป็นธรรม ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ผมต้องการให้รัฐบาลคำนึงถึงการบริหารจัดการที่เป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อย่างแท้จริง ไม่ต้องการให้รัฐบาลเลือกทุ่มเทงบประมาณไปเฉพาะขานคะแนนเสียง หรือว่าคนที่จะเลือกตนเองเท่านั้นเป็นที่ตั้ง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ายึดถือผลประโยชน์ ของการเมือง ชี้ไปตามความประสงค์ของฝ่ายทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงสภาพทางกายภาพ และธรรมชาติที่แท้จริงของระบบน้ำที่ไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ ที่ไหลจากต้นน้ำมากลางน้ำ และปลายน้ำอย่างเป็นระบบและมีการบริหารจัดการอย่างครบวงจรอย่างบูรณาการแล้ว ความล้มเหลวจะเป็นหายนะของประเทศ แล้วก็เป็นที่น่าเสียดายโอกาสที่ท่านได้รับโอกาส จากประชาชนแล้วไม่ดำเนินการ
ประเด็นที่ ๓ เนื่องเวลาจำกัดมาก ผมเองฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า การบริหารจัดการเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำยังไม่มีแผนในการบริหารจัดการเลย ผมยกตัวอย่าง ที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดพิจิตร แล้วก็จังหวัดสุโขทัยในโซน (Zone) ภาคเหนือตอนล่าง เหนือเขื่อนแควน้อยขึ้นไปจะมีลุ่มน้ำสาขา ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำพาด ลุ่มน้ำแควน้อย ลุ่มน้ำวังทอง แล้วก็ลุ่มน้ำคลองชมพู ได้ผ่านการทำการสำรวจแล้วก็ขอประชาพิจารณ์ ผ่านอีไอเอเรียบร้อย ได้เตรียมงบประมาณไว้ทั้งหมดประมาณ ๙,๗๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าไม่มีอยู่ในแผน ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาลตามกฎหมายนี้เลย ฝากเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลว่า ถ้าต้องการไม่ให้ภาคกลางและกรุงเทพฯ ถูกน้ำท่วม ท่านจะต้องทำให้ต้นน้ำ คือในชนบทเขียวทั้งปี กรุงเทพฯ กับภาคกลางจะไม่ท่วม
ประเด็นที่ ๔ ต่อให้งบประมาณมีมากมายมหาศาลแค่ไหนถ้ารัฐบาล ไม่สามารถที่จะขจัดคอร์รัปชันที่มันลุกลามและกัดกร่อนกินงบประมาณแผ่นดินทวีคูณ และรุนแรงขึ้นทุกขณะ ตอนนี้มันพัฒนาไปที่ ๒๐ ๓๐ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะการบริหาร จัดการเรื่องน้ำ ท่านประธานครับ ต่อให้ถมงบประมาณมากมายมหาศาลแค่ไหน ถ้ารัฐบาล ไม่หยิบยกเรื่องการปราบปราม ป้องกันและขจัดปัญหาคอร์รัปชันให้เป็นวาระแห่งชาติ ไม่สามารถหรอกครับที่จะบูรณาการและปรับปรุงพัฒนาระบบน้ำให้ครบวงจรและสมบูรณ์แบบได้
สุดท้ายครับ รัฐบาลจะต้องกล้า ผู้นำจะต้องเด็ดเดี่ยว จะต้องกล้าหาญ เอาผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และนำปัญหา การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้เหนือระดับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง อันนั้นละครับ อนุชนรุ่นหลังจะนึกถึงท่านในฐานะรัฐบุรุษ กราบขอบพระคุณครับ