พายัพ ปั้นเกตุ ยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปภาคใต้เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาและไม่ได้ทอดทิ้งประชาชน และเสนอวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด รวมถึงการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเสนอโครงการฟลัดเวย์ 140,000 ล้านบาท และแนะนำโครงการจัดทำแม่น้ำเจ้าพระยา 2 และทำอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังแสดงความเชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตลอดเวลาที่เราได้มีการอภิปราย เรื่อง พ.ร.ก. มาตั้งแต่เช้าจนถึงบัดนี้นั้น ต้องกราบเรียนว่าในสภาแห่งนี้มีความเห็นต่างกันหลายกรณี แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ความเห็นต่างนั้นเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ความเห็นต่างของเพื่อนสมาชิกบางท่านที่ไปพูด ตำหนิติเตียนท่านนายกรัฐมนตรีทำนองว่าท่านไม่สนใจใยดี พี่น้องประชาชนบางภาค บางพื้นที่นั้นเป็นเรื่องที่ผิดข้อเท็จจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เพื่อนสมาชิกสุภาพสตรี ท่านหนึ่งท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปที่จังหวัดภาคใต้ แล้วบอกว่าไปที่ภาคใต้แล้วไม่สนใจดูแลพี่น้องประชาชนคนภาคใต้เลยทำนองว่าทอดทิ้ง คนภาคใต้ บอกว่าหวังเหวิดอะไรทำนองนั้น ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าการที่ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปภาคใต้นั้น เพราะความห่วงใยพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศแล้วโดยเฉพาะพี่น้องชาวภาคใต้ท่านไม่เคยทอดทิ้ง แต่สิ่งที่ ท่านไปนั้นท่านไปดูแลแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวภาคใต้ และที่สำคัญก็คือว่าท่านไปแก้ไขปัญหาที่พรรคการเมืองบางพรรคได้ไปทำให้ เกิดปัญหาแล้วทอดทิ้งประชาชนไว้ ท่านประธานจำได้ไหมครับ เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ ที่อำเภอท่าศาลา น้ำท่วมร้ายแรง สะพานขาด จำชื่อสะพานได้ไหมครับ สะพานกรุงชิง สะพานกรุงชิงขาด ประชาชนเดือดร้อนไปมาหาสู่ก็ไม่ได้ คนเจ็บป่วยเดินทางจะไป โรงพยาบาลก็ไปไม่ได้ รัฐบาลสมัยนั้นไม่ได้ทำให้ประชาชนทันทีนะครับ ไปทำสะพานชั่วคราวไว้ แล้วปรากฏว่าน้ำมาอีกทีหนึ่งสะพานก็ขาดอีกทีหนึ่ง ไม่ได้ทำอะไรให้มันต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปนี้ ท่านไปแก้ไขปัญหานะครับ ไปซับน้ำตาพี่น้องประชาชนชาวใต้ที่มีความเดือดร้อน พี่น้องชาวอำเภอกรุงชิงตบมือชอบใจกันใหญ่ ท่านประธานได้ยินเสียงไหม ตอนนั้นนะครับ ผมอยู่จังหวัดสิงห์บุรี ผมยังได้ยินเสียงปรบมือของพี่น้องชาวใต้เลย บอกทำไม ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ช่างดีขนาดนี้ มาแก้ไขปัญหา มาสร้างสะพานให้ มาอนุมัติ งบประมาณให้ทันที นี่พูดกลางสภาต่อหน้าพี่น้องประชาชน ต่อหน้าท่านประธานนี่ เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้นะครับมันบิดเบือนกันไม่ได้ ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไรนั้น เราบิดเบือนไม่ได้ครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ไปซับปัญหา ไปซับน้ำตาพี่น้องชาวใต้แล้ว งบประมาณอื่น ๆ มันก็มีอยู่เป็นที่รู้กัน ไม่ว่าจะเป็น งบประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทที่อยู่ในกรอบ ที่จะดูแลแม่น้ำคูคลองแหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งก็อยู่ในกรอบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งสามารถเอาไปใช้ได้ ดำเนินการได้ ซึ่งอยู่ในกรอบอยู่แล้ว ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นท่านประธานครับ งบกลาง งบฉุกเฉิน งบเร่งด่วน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท มีสตางค์ที่เตรียมไว้ดูแลพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศ แล้วไม่ต้องเป็นห่วงครับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นคนภาคเหนือ แล้วจะไม่ดูแล คนภาคใต้ ถึงแม้ว่าท่านจะอู้ภาษาคำเมืองเหมือนกับคนเหนือทั่ว ๆ ไป แต่ท่านก็มี ความห่วงใยพี่น้องชาวใต้เช่นเดียวกัน ท่านประธานเข้าใจบ่ เพราะฉะนั้นครับเรื่องอย่างนี้ ในเวลาที่เราอภิปรายในสภา เราต้องอธิบายความอย่างนี้ให้ชัดเจน ถ้าเรามามัวเบี่ยงเบน ประเด็นนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจผิดให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่อย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีเรื่องความห่วงใยอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุม ครม. ครั้งหน้าที่จะไปต่อจากนี้ ครั้งล่าสุดจะไปต่อจากนี้ จะไปนะครับ ที่จังหวัดภูเก็ตครับ แล้วภูเก็ตอยู่จังหวัดไหนครับ ก็อยู่จังหวัดภูเก็ต ภาคไหนครับ ก็ภาคใต้อย่างไร ก็จะไป อีกแล้วนี่ครับ แล้วนี่บอกไม่ห่วงใย ท่านพี่น้องครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินสายจากภาคเหนือสุด ล่องลงมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา มาดูแลแก้ไขปัญหา ไปสำรวจพื้นที่ ไปดูที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ดูเขื่อนว่าเขื่อนที่ภาคเหนือน้ำเยอะไหม จะพร่องน้ำอย่างไรถ้ามีมากเกินไป ท่านไปดูหมด ไปรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ไปฟังความคิดเห็นของประชาชนว่า คิดอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาไม่ให้น้ำท่วมอย่างไร เดินสายดูแลตั้งแต่จังหวัดอุตรดิตถ์ มาจังหวัดพิษณุโลก เข้าจังหวัดพิจิตรของ ส.ส. สุณีย์ เหลืองวิจิตร อยู่ข้างหลังผม เสร็จแล้ว มาจังหวัดนครสวรรค์ เข้าจังหวัดชัยนาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พี่น้องครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การเดินทางของท่านนายกรัฐมนตรีที่ไปทัวร์เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำนั้น ได้สร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่าในขณะนี้ มีนายกรัฐมนตรีซึ่งใคร ๆ ก็ดูถูกดูแคลนว่าเป็นสุภาพสตรี เป็นผู้หญิงแล้วคงทำงานไม่ได้ ที่ไหนได้ท่านประธาน เป็นผู้หญิงแกร่ง และเป็นผู้หญิงเก่งอีกต่างหาก ประชาชน เกิดความเชื่อถือ นักลงทุนมีความเชื่อมั่น โครงการที่จะเกิดขึ้นกับ พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัยครับ เป็นความเจตนาดี ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นครับท่านประธานสิ่งที่ พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีความวิตกกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินจำนวนนี้ เอาไปทำอะไร ท่านครับ มีแผนงานไหม สงสัยกัน ถามว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำแต่ลุ่มแม่น้ำ เจ้าพระยาอย่างเดียวสิ ที่อื่นไม่ทำเลยใช่ไหม มันไม่ใช่จริงอย่างนั้น รายละเอียดผมจะเล่าให้ฟัง รอสักครู่ อย่าเพิ่งรีบกลับก็แล้วกัน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นนะครับ บอกว่าแหล่งรับน้ำ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ไม่เห็นมีเลย อยู่ที่ไหนครับ บอกประชาชนหรือยัง ปัดโธ่ ในเวลาที่ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ออกไปจังหวัดต่าง ๆ ประชุมเสร็จมีการแถลงข่าว ออกทีวี ออกหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ท่าทางไม่ได้อ่านใช่ไหมนี่ ท่านประธานครับ มีอยู่แล้ว นอกจากนั้น ข้อสงสัยว่ากู้เงินมาแล้วท่าทางจะดีแต่กู้กระมัง นี่อยากจะบอกให้มันไม่เหมือนที่ตัวเอง ทำหรอกนะ มันต่างกัน เดี๋ยวตัวเองจะเข้าใจผิด ไม่เหมือนกัน อ้ายนี่กู้มาแล้วอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลนี้กู้ รัฐบาลนี้ใช้หนี้เอง ไม่ใช่ไปกู้แล้วรอรัฐบาลอื่นใช้หนี้ อย่างที่ใครเคยทำมาหรอกครับท่านประธาน อันนั้นต่างกัน กู้เองใช้หนี้ได้ แล้วก็กู้มา แก้ไขปัญหาของประเทศชาติบ้านเมืองครับ ถามว่าทำอย่างไรล่ะ ถามว่าทำอย่างไร ตั้งหน่วยงานขึ้นมาอย่างไร มาให้ความเชื่อมั่น ตั้ง กยน. อะไรขึ้นมาท่านประธานจำได้ไหมครับ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเลยดูแลเรื่องปัญหา อุทกภัยโดยเฉพาะเลย และทำอย่างไรท่านประธานครับ เมื่อน้ำมันมากท่านเดินทางไปดู รัฐบาลนี้เดินทางไปดูท่านก็บอกว่าถ้าอย่างนี้ก่อนที่น้ำมันจะเข้ามากรุงเทพมหานครนี่ หาที่อยู่ให้น้ำมันเสียก่อนสิ ให้หาที่อยู่ให้น้ำก่อน ก่อนที่น้ำมันจะมา ถามว่าเอาตรงไหน ก็ทำโครงการแก้มลิงตามที่พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงดำรัสไว้ อย่างไรครับ ถามว่าตรงไหนบ้าง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ทำอย่างไรหรือ ท่านประธานครับ ขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ตั้งแต่โน่นลงมาเลย ตั้งแต่จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก บึงสีไฟ คุณสุณีย์ เหลืองวิจิตร เสนอแบบมาเยอะแยะหมด มากมาย ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังชอบใจว่าทำไมเสนอเก่งอย่างนี้ ท่านประธานครับ ยังไม่พอครับ มาที่โน่นครับบึงบอระเพ็ดปรากฏว่าให้ใครดูแลครับเมื่อก่อนนี้ กรมประมงดูแลพื้นที่ ปี ๒๔๙๗ มีทั้งหมดเท่าไรท่านประธานรู้ไหมครับ ท่านประธานอยู่ภาคอีสานรู้ไหมครับ ผมจะเล่าให้ฟัง บึงบอระเพ็ดมีพื้นที่ ปี ๒๔๙๗ มีทั้งหมด ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ ให้กรมประมงดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแล แต่ไม่รู้ดูแลท่าไหนดูแลดีอย่างไรไม่ทราบ พื้นที่ปัจจุบัน เหลือ ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ แต่ในจำนวน ๑๓๐,๐๐๐ ไร่นี้ปรากฏว่าอย่างไรผู้นำประเทศเรา คนปัจจุบันนั่งเรือบื๋อ พรืด พรืด พรืด ออกไปตามบึงบอระเพ็ดไปดูพื้นที่หมดตรงไหน ตื้นตรงไหน ลึกตรงไหน ตรงไหนมีเกาะมีแก่งจะหาทางแก้ไข รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ไปดูด้วย จะหาทางอย่างไร จะดูแลได้ พื้นที่ ๓๖,๐๐๐ ไร่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอาไปดูแล รัฐมนตรีปรีชา รีบไปดูแลทันที กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ กรมประมง ทำฝายยกระดับสูงขึ้นมาอีกหน่อยได้ไหม อีกสัก ๑.๕๐ เมตร ได้ไหม แล้วระดับน้ำมันจะ คลุมพื้นที่อีก ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ มันจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำล้นได้ และน้ำมันก็สามารถที่จะมี ที่อยู่ของน้ำมันด้วย น้ำมันก็จะไหลหลากไปทางใต้ได้น้อยลง นอกจากนั้นท่านประธาน ที่เคารพ ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าบึงไหนละที่มีที่ขนาดใหญ่ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ บึงบอระเพ็ด บึงฉวาก ทำสักทีดีไหม บริเวณพื้นที่ตรงนั้นมันมีพื้นที่ดูแลตั้งแต่จังหวัด สุพรรณบุรีเข้าอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ตรงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวไม่ต้องไปแตะต้องเขา ตรงนี้ที่มันเลยไปนั้นไว้ให้เกษตรกรเขาได้ไหม ขุดลอกบึงขนาดใหญ่เป็นที่เก็บกักน้ำได้ไหม เป็นแหล่งการเกษตรได้ไหม อย่างนี้ ส.ส. สหรัฐเขาก็ชอบใจ อยากทำ ประชาชนฝันทุกคืนว่า อยากได้แหล่งน้ำขนาดใหญ่อย่างนี้ทำมาหากิน เป็นแหล่งท่องเที่ยว ท่านประธานครับ โครงการดี ๆ อย่างนี้จะเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญให้โอกาส ให้โอกาสในการพิจารณา พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ผ่านมาไม่ได้ท้วงติงอะไรเช่นนาน ๆ เห็นความจำเป็นเช่นนั้น รัฐบาลนี้ก็ต้องทำต่อสมกับที่ ประชาชนรอคอย
ท่านประธานครับ ประการที่ ๒ หาแหล่งน้ำให้น้ำอยู่โดยการทำแก้มลิง ก็ยังไม่พอ หาพื้นที่รับน้ำ พี่น้องเราบอกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ จะทำอย่างไร ตรงไหนเป็นพื้นที่ลุ่ม แล้วน้ำท่วมประจำ เห็นอยู่แล้วว่าทำนาไม่ได้ ปีนี้ถึงเวลาฝนตกปุ๊บน้ำท่วม ถึงเวลาตกนิด ตกหน่อยน้ำขัง ตรงนั้นละครับท่านประธานเอาเป็นแหล่งรับน้ำ ถามว่าตรงไหนบ้าง นี่ตอน ประชุมกันที่จังหวัดนครสวรรค์ ที่จังหวัดชัยนาท ที่จังหวัดสิงห์บุรี ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขาบอกเลยครับว่าอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดสิงห์บุรี คราวนี้เมื่อก่อนฝั่งเดียว คราวนี้ ๒ ฝั่งท่านประธานครับ บ้านผมเลย เสร็จแล้วที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท รวมทั้งพื้นที่ฝั่งตะวันตกด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดแถว ๆ จังหวัดสุพรรณบุรีก็มีน้ำท่วมด้วย ก็ยินดีจะรับเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่าประชาชนคิดอะไร น่าแปลกใจท่านประธานครับ วันนี้ประชาชนมีความเชื่อมั่นรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งสูงกว่ารัฐบาลที่เผด็จการหนุนหลังมากมาย มีความต่างกันชัดเจน จนกระทั่งเทียบกันไม่ได้
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการที่ ๒ หาทางให้น้ำไป ทำอย่างไร ทำอย่างไรครับ หาทางให้น้ำไป ทำโครงการฟลัดเวย์ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าทำอย่างไร มีคนมาศึกษาไว้แล้วหลายรายการนะครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งทำอย่างไร ก็ได้ให้เป็นการเร่งระบายน้ำลงทะเลให้ได้เร็วที่สุด มีคนคิดไว้ครับ กยน. ก็คิด ไปประชุม จังหวัดไหนก็ตามแต่ก็มีคนเสนอตลอดเวลาเลยว่าเจ้าพระยามันมีเกาะแก่งเต็มไปหมด พื้นที่ บางพื้นที่ ๕๐-๖๐ ไร่ อยู่กลางลำแม่น้ำเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่านเต็มไปหมด จะแก้ไขปัญหา อย่างไร ก็ขุดลอกสิครับ ถามว่างบประมาณปกติมีเท่าไร มี ๑,๔๐๐ ล้านบาท ไม่เพียงพอ ถ้าได้งบจาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทำด้วย ตรงนี้จะเร่งระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาได้เร็ว ยิ่งขึ้นนะครับ นี่อย่างไรคือความสนใจและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น นอกจากนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แหล่งน้ำอื่น ๆ เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำน้อยตรงนี้ก็จะเร่งระบาย โดยการขุดลอกคูคลองเหล่านี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ โครงการจัดทำเจ้าพระยา ๒ จากเขื่อนเจ้าพระยา คลองอนุศาสนนันท์หรือป่าสัก จังหวัดชัยนาทนั่นละครับ มันกว้างอยู่ ๑๐๐ เมตร ขยายอีก ๑๐๐ เมตรเป็น ๒๐๐ เมตร อยู่ในวิสัยที่คนศึกษาแล้วเป็นโครงการ ที่ทำได้ โครงการทำอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา
รวมทั้งประการสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ มีการวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งผมด้วยก็วิจารณ์เรื่องนี้ กลัวว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรมในการบริหารจัดการน้ำ แต่เมื่อรัฐบาล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสนอให้มีการตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมา ที่เรียกว่า กยน. บริหารจัดการน้ำ เรามีความเชื่อมั่นทันทีว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างดี จะบริหาร จัดการน้ำอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ วันนี้ต้องเรียนท่านประธานว่าความเชื่อมั่นของรัฐบาลที่มีต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำนั้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนเชื่อมั่น ต่างชาติเชื่อถือ ใครมาพูดให้รู้สึกว่าให้มันเบี่ยงเบน ไปจากนี้ ประชาชนก็มีความเชื่อถืออยู่ดี ต่างชาติก็เชื่อถือ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นครับ เมื่อทำจริง ดำเนินการจริง ผู้หญิงเก่ง ๆ อย่างนี้ประเทศชาติไปได้ครับ ต้องเรียนท่านประธาน ผมสนับสนุน พ.ร.ก. ฉบับนี้ ถึงจะมีความเห็นแตกต่างจากเพื่อนนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ละครับด้วยความเคารพนะครับ และหวังว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านจะเข้าใจปัญหาเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กัน และจะ เดินหน้าแก้ไขปัญหาอุทกภัยของชาติให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ ขอบพระคุณครับ