สุชาติ ภิญโญ หารือเรื่องพระราชกำหนดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดของประเทศไทย และเสนอกรอบ พ.ร.ก. 4 ฉบับเพื่อแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงแผนฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างเดิมด้วย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการพัฒนาข้อมูลพยากรณ์อากาศและเตือนภัย รวมถึงการโอนหนี้ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ 2 ฉบับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมาครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในส่วนของพระราชกำหนดที่รัฐบาลนี้ภายใต้ การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เสนอพระราชกำหนด ๔ ฉบับ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องซึ่งประสบอุทกภัยและมีความเดือดร้อนทางด้านการลงทุน และการประกอบอาชีพ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ว่าวิกฤติ ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาหลังจากที่รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศไม่นานนัก ถือว่าเป็นสิ่ง ซึ่งเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย วิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นสิ่งที่พวกเราเห็น ก็คือวิกฤติเรื่องของน้ำ ซึ่งจะเห็นว่าปริมาณน้ำต่าง ๆ จะเยอะมาก แล้วสร้างความเสียหาย ให้กับพี่น้องทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายที่เกิดจากภาคเกษตรกรรมซึ่งมีจำนวนเยอะมาก และสิ่งสำคัญที่สุดภาคในเมืองก็คือกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหายกระทบกระเทือน ด้านเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก
วิกฤติที่ ๒ ที่เกิดขึ้นก็คือว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่รัฐบาลที่ผ่านมาได้ฝากไว้ให้ กับรัฐบาลชุดนี้ แน่นอนที่สุดนะครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเราเองไม่ได้โทษว่าน้ำในเขื่อน ที่มันเยอะและสร้างปัญหาเป็นผลจากรัฐบาลที่ผ่านมาหรือไม่ เราไม่ได้พูดถึง แต่เราเข้ามาคือ เรามาช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับประเทศเรา เพราะฉะนั้นเมื่อเรามาบริหารประเทศ ภายใต้การนำของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เราได้เสนอกรอบ พ.ร.ก. ๔ ฉบับ ๒ ฉบับแรกเป็นเรื่องของการประกัน และฉบับที่ ๒ เป็นเรื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งผ่านไปแล้วโดยที่พรรคฝ่ายค้านไม่ได้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาครับ แต่ ๒ ฉบับที่เหลือซึ่งเป็นฉบับที่สำคัญแล้วก็วงเงินที่ใช้เป็นจำนวนมาก แน่นอนที่สุด สามารถเข้าใจได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เองหรือฝ่ายค้านเองก็เป็นห่วงในสิ่งซึ่งเงินจำนวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลให้กระทรวงการคลังกู้ในครั้งนี้ ซึ่งก็เป็นความเข้าใจได้ว่า ท่านเป็นห่วงเป็นใย แต่สิ่งซึ่งหลายคนได้อภิปรายไปนั้นก็คงจะสร้างความมั่นใจให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนซึ่งเขาได้รับผลกระทบ จากปัญหาน้ำท่วมเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะไม่สร้างความมั่นใจให้กับพรรคฝ่ายค้านก็แล้วแต่ ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าเกี่ยวกับ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเองเราได้ตั้งทั้ง กยอ. กยน. ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ที่มากล้นประสบการณ์ด้านน้ำ เข้ามาช่วยในเรื่องการบริหาร เราได้มีแผนฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศ เราตั้งงบประมาณไว้ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็เป็นกรอบที่มีความจำเป็นและเราก็รับได้
แผนงานที่ ๒ คือแผนงานฟื้นฟูและปรับปรุงประสิทธิภาพสิ่งก่อสร้างเดิม หรือตามแผนที่วางไว้ ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือกรอบที่มีอยู่แล้วนะครับ
สำหรับกรอบที่ ๓ ก็คือกรอบในการพัฒนาข้อมูลพยากรณ์อากาศแล้วก็เตือนภัย ๓,๐๐๐ ล้านบาท และลุ่มน้ำอีก ๑๗ ลุ่มน้ำ ซึ่งหลายคนก็บอกว่าในภาคอีสานเป็นเสียงของ พรรคเพื่อไทยแต่ทำไมไม่มีงบประมาณ รัฐบาลก็ตั้ง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท และแผนการ ยุทธศาสตร์ฟื้นฟูอื่น ๆ อีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นกรอบที่พวกเรารับได้แล้วก็เห็นด้วย อย่างยิ่ง ส่วนเรื่องที่พูดกันค่อนข้างเยอะก็คือเรื่องของการโอนหนี้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นคนดูแลนั้น หลายท่านก็พูด บอกว่าเงินนี้ถือว่าเป็นเงินกู้ของรัฐบาล ผมคิดว่าเป็นการเข้าใจผิดอย่างยิ่ง เป็นการสร้าง ความเข้าใจผิดให้พี่น้องประชาชนที่ได้ฟังเพราะคนที่พูดเรื่องนี้ก็เป็นถึงดอกเตอร์ แต่พวกเรา ฟังแล้วผมก็ไม่สบายใจว่าเงินนี้ก็เป็นหนี้สินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องชำระอยู่แล้ว แต่ภาระดอกเบี้ยเท่านั้นที่มันมีปัญหาต่อการบริหารงานของรัฐบาล รัฐบาลนี้ก็มีการโอนเงิน เพื่อที่จะให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นคนชำระหนี้โดยการเพิ่ม อัตราการเก็บเงินจาก ๐.๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ทำให้การชำระหนี้ จะใช้เวลาประมาณสัก ๒๐ ปี ก็จะสามารถชำระหนี้ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเองเชื่อมั่นเหลือเกินว่าหากไม่มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความเรื่องนี้ ผมว่างบประมาณ ก้อนนี้รัฐบาลเองนะครับ ถึงวันนี้จะสามารถส่งโครงการทั้งหมดให้พวกเรา ส.ส. หรือแม้กระทั่งฝ่ายค้านได้เห็นทั้งหมดแล้วนะครับ แต่มันช้าอย่างนี้ก็ต้องเสียเวลาไปนิดหนึ่ง ก็ไม่เป็นอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเองเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่รัฐบาลภายใต้ การนำของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้นำ พ.ร.ก. ทั้ง ๔ ฉบับเข้าสภาเพื่อให้สภา พิจารณาอนุมัติ เพราะว่าจะเป็นการฟื้นฟูและปรับปรุงประเทศ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ผู้ยากจนในชนบทและช่วยเหลือนักลงทุน ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศ ได้เข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น ขออนุญาตสนับสนุนร่าง พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ