สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

เหวง โตจิราการ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการแก้ไขปัญหาน้ำอย่างเร่งด่วน และขอเตือนสมาชิกสภาไม่ให้หมิ่นเหม่ศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย หลังจากที่รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น และยืนยันว่านักลงทุนญี่ปุ่นยังไม่ถอนการลงทุนออกจากประเทศไทย

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าผมสนับสนุน พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เพิ่มเติมนะครับว่าการพิจารณาแก้ไขปัญหาน้ำของประเทศไทยจะแบ่ง พ.ร.ก. ๔ ฉบับ ออกเป็น ๒ ส่วนไม่ได้เป็นอันขาด ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเปรียบเทียบก็คือว่าท่านประธาน คงรู้จักไวโอลิน (Violin) นะครับ ไวโอลินมี ๔ สาย ไวโอลินจะมาเล่นให้เกิดความไพเราะได้ ต้องประกอบด้วยสายทั้ง ๔ ดังนั้นใครก็ตามที่บอกว่ารักไวโอลิน รักความไพเราะ ของเสียงเพลง ฉับพลันทันใดเขาเอาขวานมาจามให้ไวโอลินแบ่งเป็น ๒ เสี้ยว ให้เหลือ ๒ สาย ผมคิดว่าท่านประธานคงเห็นด้วยกับผมนะครับว่าคนคนนั้นคงไม่ได้รักไวโอลิน ดังนั้น ใครก็ตามที่มีความจริงใจในการที่จะแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยแล้วอธิบายบอกว่า ต้องแยก พ.ร.ก. ทั้ง ๔ ฉบับ ออกเป็น ๒ ๒ ผมสงสัยครับว่าเขามีความจริงใจในการแก้ปัญหา ของบ้านเมืองหรือเปล่า นอกจากนี้นะท่านประธาน ในวันนี้ไม่เพียงแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านวินิจฉัยแล้วนะครับว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับที่มีเพื่อนสมาชิกจำนวนหนึ่งยื่นไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัย ท่านก็วินิจฉัยกลับมาแล้วนะครับว่า พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับนั้นไม่ขัด รัฐธรรมนูญครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง เป็นการยืนยันได้ไหมครับว่า พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับ มีความจำเป็นเร่งด่วนอันไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้และเป็นไปเพื่อความปลอดภัยประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ แล้วก็ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นคงไม่มีข้อสงสัยอะไร มีสมาชิกบางท่านบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญนี้ พิจารณาเฉพาะข้อมูลทางกฎหมาย ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพนะท่านประธาน ผมอยากจะเตือนสมาชิกท่านดังกล่าวนี้ว่าท่านหมิ่นเหม่ในการที่จะไม่เคารพศาลรัฐธรรมนูญ นะครับ เพราะผมได้อ่านข้อความในศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญนี่ ท่านได้แสดง ความเข้าใจอย่างยิ่งยวดเลย ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าศาลรัฐธรรมนูญยังเห็น ความสำคัญอย่างยิ่งยวดของ พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่ปกติผมก็มีข้อคิดเห็นที่แตกต่าง จากศาลรัฐธรรมนูญก็เยอะ วิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็หลายหน แต่ครั้งนี้ผมต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ

อีกอันหนึ่งที่เป็นการยืนยันเลยท่านประธานครับ ก็คือว่าเมื่อวันที่ ๒๓ ที่ผ่านมา มีนักธุรกิจที่จริงเป็นประธานเจโทร (JETRO) นะครับท่านประธาน เจโทรก็คือประธาน องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของประเทศญี่ปุ่นนะครับ ชื่อของเขาก็คือ นายเซ็ทซึโอะ อิยูจิ ได้เข้าพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็คือท่านหม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ มายืนยันว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย กลับคืนมา เหมือนเดิมก่อนหน้าน้ำท่วม นี่เป็นผลจากการทำงานอย่างยากลำบากแสนสาหัสท่ามกลาง การเผชิญหน้ากับความไม่เข้าใจหลายประการของนักการเมืองบางคน พรรคการเมือง บางพรรค แล้วก็ประชาชนบางกลุ่ม แต่ในที่สุดการทำงานที่ยากลำบากของท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ และรัฐบาลชุดของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็ประสบผลสำเร็จก็คือว่า ประธานเจโทรเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่านักลงทุนชาวญี่ปุ่น ไม่ถอนการลงทุนจากประเทศไทย ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานจะถามผมว่าแล้วอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือล่ะ ก็กราบเรียนท่านประธาน ๕ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเขาบอกว่ากำลัง ทบทวนเฉย ๆ เท่านั้นเองนะครับ กำลังทบทวนนี้แปลว่าเขารีรอ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ในวันที่ผมเจอกับน้ำขนาด ๔๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร โหมกระหน่ำประเทศไทยนี่ ผมนี้ เสียวไปถึงสันหลังวาบเลยว่าแล้วนักลงทุนต่างชาติเขาจะขนการลงทุนออกไปจากประเทศไทย หรือเปล่า แต่ในวันนี้จากการตั้ง กยน. ของท่านยิ่งลักษณ์ จากการตั้ง กยอ. ของท่านยิ่งลักษณ์ จากการลงไปคลุกกับดินนะครับ ลงไปคุยกับชาวบ้าน แล้วลงไปจัดสรรอะไรต่าง ๆ ก็ส่งผลให้ เห็นชัดเจนว่านักลงทุนประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นคณะนักลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยไม่ย้าย การลงทุนออกไปครับ เขายืนยันที่จะลงทุนในประเทศไทยเหมือนเดิม แล้วก็เขายืนยันกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่าความเชื่อมั่นในประเทศไทยเหมือนเดิมครับ ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง เพราะว่าท่านสมาชิกหลายท่านพยายามที่จะ อธิบายหรืออภิปรายในลักษณะที่ให้ร้ายรัฐบาลชุดนี้นะครับ อาทิเช่นว่าส่งกระดาษมา ๔ ใบ แล้วมีแค่ ๒ ใบ ไม่มีรายละเอียดอะไร คือผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ก่อนว่า รัฐบาลจะทำอะไร รัฐบาลจะต้องรอบคอบรัดกุมนะครับ ครั้งนี้จะเป็นการสร้างบ้านใหม่เลย ทางด้านกายภาพในเรื่องของการรับมือกับน้ำ เพราะฉะนั้นท่านประธานคิดดูสิครับ มันเป็นเรื่องใหญ่ ประเทศไทยใหญ่มโหฬาร แล้วมีประชากรตั้ง ๖๗ ล้านคน มีลุ่มน้ำมากมาย มีภูเขามากมาย มีพื้นที่ ๕๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ในการจัดการกับพื้นที่ ๕๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ท่านประธานคิดดูสิว่าจะยากขนาดไหนครับ และท่านประธานคิดดูสิครับมี คนบางส่วนอนุญาตเวลาให้รัฐบาลของผม ของประชาชนไทยทั้งประเทศแค่ไม่ถึง ๓ เดือน นับดูสิครับว่าน้ำแห้งตอนเดือนธันวาคม เดือนธันวาคมให้เต็ม ๆ เดือนเลย เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ คุณให้เวลา ๓ เดือน ให้รัฐบาลอธิบายแผนโดยละเอียด ผมคิดว่าคุณให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลหรือเปล่า ไม่เป็นอะไรถ้าคุณต้องการนี้ ผมจะตอบคุณ อย่างเช่น ผมจะกราบเรียนท่านประธานเลยนะครับ คือเขาถามบอกว่าอ่างเก็บน้ำจะอยู่ที่ไหน ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมเองไม่ได้อยู่ในรัฐบาล แต่ผมสามารถเสาะแสวงหาข้อมูลได้ ดังนั้นจะกราบเรียนท่านประธานว่า คนที่อยากจะพูดอยากจะวิจารณ์กรุณาศึกษาและค้นคว้า ให้ถ่องแท้เสียก่อนก่อนที่คุณจะพูดจะวิจารณ์นะครับ มีคำกล่าวหนึ่งว่า คนไม่สำรวจห้ามพูดคร ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานให้รับทราบข้อที่เป็นข้อยุติทางสากลเลยนะครับ นักปราชญ์เขาพูดไว้ว่าคนไม่สำรวจนี่ห้ามพูด ท่านโปรดฟังนะครับ ลุ่มน้ำปิงจะสร้างอ่างเก็บน้ำ ดังต่อไปนี้ อ่างเก็บน้ำแม่แจ่มมีความจุประมาณ ๑๓๔.๖๙๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่การเกษตร ชลประทานประมาณ ๗๑,๘๓๖ ไร่ รวมทั้งเป็นแหล่งประมงด้วย แหล่งท่องเที่ยว แหล่งผลิต ไฟฟ้าพลังน้ำ แหล่งเติมน้ำบาดาลธรรมชาติและรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ อ่างเก็บน้ำ ในลุ่มน้ำคลองวังเจ้า ลุ่มน้ำคลองสวนหมาก และลุ่มน้ำคลองขลุง ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำ จำนวน ๓ แห่ง มีความจุรวม ๓๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำคลองวังเจ้า ลุ่มน้ำคลองสวนหมาก และลุ่มน้ำคลองขลุง ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม เพิ่มพื้นที่เกษตร ชลประทานประมาณ ๑๕,๕๑๘ ไร่ เป็นแหล่งประมงท่องเที่ยว ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเติมน้ำบาดาลธรรมชาติและรักษาความสมดุล ของระบบนิเวศ นี่อย่างไรครับคือรายละเอียด ผมเกรงว่าเวลาผมจะไม่พอจริง ๆ ผมยังมี ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการหนี้ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมจะเอาประเด็นนี้ให้ชัดเสียก่อนจะได้หายข้อกังขา เขาว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ไม่จริงครับ อ่างเก็บน้ำแก่งเสือเต้น ลุ่มน้ำยม จะสร้างอ่างเก็บน้ำดังต่อไปนี้ มีความจุ ประมาณ ๑,๑๗๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมชลประทานประมาณ ๗๗๔,๒๐๐ ไร่ เป็นแหล่งประมงท่องเที่ยว ผลิตไฟฟ้า พลังน้ำ เติมน้ำบาดาลธรรมชาติและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ลุ่มน้ำน่าน จะสร้างอ่างเก็บน้ำดังต่อไปนี้ อ่างเก็บน้ำน้ำปาดมีความจุประมาณ ๕๘.๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลฟากท่า อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมเพิ่มพื้นที่ เกษตรกรรมชลประทานประมาณ ๓๒,๒๕๐ ไร่ เป็นแหล่งประมง ท่องเที่ยว ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เติมน้ำบาดาลธรรมชาติและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ อ่างเก็บน้ำคลองชมพูมีความจุ ประมาณ ๔๓ ล้านลูกบาศก์เมตร ผมขอข้ามไปเร็ว ๆ เลยนะครับ เพราะผมมีอีกสิ่งหนึ่ง ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านท่านอยากจะรู้ว่า ฟลัดเวย์อยู่ตรงไหนบ้าง แก้มลิงอยู่ตรงไหนบ้าง ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนเรื่องแก้มลิง ไปเร็ว ๆ แล้วกัน พื้นที่ดำเนินการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เหนือนครสวรรค์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วก็เหนืออยุธยา ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ระหว่างแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านในเขตจังหวัดพิจิตร ตั้งแต่ถนนนครสวรรค์-พิษณุโลก ถึงถนนเลียบแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ประกอบด้วย อำเภอบางมูลนาก อำเภอตะพานหิน อำเภอเมือง อำเภอโพทะเล อำเภอบึงนาราง อำเภอ โพธิ์ประทับช้าง อำเภอสามง่าม และอำเภอวชิรบารมี ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาดงเศรษฐีและอื่น ๆ ท่านประธานครับ ผมหมดเวลาแล้วผมขออนุญาตอ่านต่อ ให้จบในเรื่องนี้ก่อนก็แล้วกัน อันนี้เหนือนครสวรรค์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เหนือนครสวรรค์ มีรายละเอียด ๔ รายการด้วยกัน ขออนุญาตที่จะพูดถึงเหนืออยุธยา ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ มีพื้นที่ ส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราชของกรมชลประทานตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่ส่งน้ำและบำรุงรักษาโคกกะเทียมของ กรมชลประทานซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่ส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแคบางส่วนอยู่ในจังหวัดลพบุรี พื้นที่ส่งน้ำและบำรุงรักษา เริงราง และยังมีพื้นที่ส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุบางส่วน และยังมีจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหมดครับ จริง ๆ ผมตั้งใจจะกราบเรียน ท่านประธานในเรื่องการบริหารจัดการหนี้ที่โอนย้ายไปที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงิน ดังนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพียงแค่นี้ก่อน น่าเสียดาย เพราะว่าผมตั้งใจจะอธิบายให้ประธานฟังว่าจริง ๆ แล้ว พ.ร.ก. โอนหนี้เป็นเรื่องที่รักษา กฎกติกาทางเศรษฐศาสตร์ คนสร้างหนี้ต้องเป็นคนชำระหนี้ แล้วมีรายละเอียดเยอะแยะแล้ว จะทำให้หนี้ดังกล่าวสามารถชำระให้หมดได้ภายในระยะเวลาเพียง ๒๕ ปี ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็น แบบเก่าอีก ๕๐ ปีข้างหน้าก็ชำระไม่หมดครับ