สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ โดยมีประเด็นสำคัญ 3 ประการ และหารือเรื่องการริเริ่มการยกร่างกฎหมาย พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสนับสนุนการดำเนินการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและกองทุนพัฒนาการเมืองภาคประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการพิจารณาที่เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมการปฏิรูป กฎหมาย และเรียกร้องให้ใช้ร่างที่ดีที่สุดในการพิจารณา

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ ครับ ท่านประธานครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมมีประเด็นที่จะ ขอแสดงความคิดเห็นฝากไปยังกรรมาธิการนะครับ ความหมายของผมก็คือว่าเห็นชอบ กับหลักการและเหตุผลที่ทุกร่างเสนอมาทั้ง ๔ ร่างนะครับ ประเด็นที่ผมฝากเป็นข้อสังเกต ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการซึ่งจะตั้งจากสมาชิกของเราแล้วก็จากภาคประชาชน เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๑ เรื่องความครอบคลุมของเนื้อหาและสารบัญญัติของทั้ง ๔ ร่าง ร่างของคณะรัฐมนตรีเขียนคลุมถึง มาตรา ๒๙๑ นั่นคือบทที่ว่าด้วยรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข เพิ่มเติม กรณีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ร่างภาคประชาชนเองกับร่างของท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เป็นร่างที่สถาบันพระปกเกล้าได้ยกร่างขึ้นมา ไม่ได้เขียน บัญญัติตรงนี้ไว้ ร่างของเพื่อนสมาชิก ร่างภาคประชาชน ๑ ร่างมีครับ ร่างของ สถาบันพระปกเกล้ากับร่างเพื่อนสมาชิก ท่าน ส.ส. วิชัย ล้ำสุทธิ ไม่มีในประเด็นนี้ ฝากเป็น ข้อสังเกตว่าในชั้นของกรรมาธิการท่านจะพิจารณาอย่างไร

ประเด็นที่ ๒ ร่างของ ครม. มีผู้ริเริ่ม อีก ๓ ร่างไม่มีผู้ริเริ่ม กระบวนการตรงนี้ เป็นประโยชน์หรือไม่ กระบวนการการมีผู้ริเริ่มจะเป็นประโยชน์ต่อกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ถ้ามีผมเห็นว่าควรจะต้องบันทึกเอาไว้และเขียนในสารบัญญัติให้ได้

ประการที่ ๓ ร่างของภาคประชาชนเองกับร่างของเพื่อนสมาชิกมีการกำหนด ให้เรื่องของจำนวนตัวแทนของผู้เสนอ ๑๐๐ คน ไปขอการสนับสนุนจากหน่วยงาน ภาคการสนับสนุน ที่มีข้อแตกต่างกันก็คือว่าสามารถไปร้องขอให้ กกต. เป็นผู้จัด ในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย แต่ขณะที่ร่างของ ครม. ไม่มีประเด็นนี้ ร่าง ครม. มีผู้ริเริ่ม แล้วก็ไปดำเนินการแล้วเข้าสู่กระบวนการ

ประการที่ ๔ การริเริ่มขอการสนับสนุนตรงนี้ถ้าเป็นร่างของ ครม. ผู้ริเริ่ม ขอเสนอการยกร่างกฎหมายมาที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เขียนไว้ในกฎหมาย ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ยกร่างกฎหมายให้ แต่ส่วนอีก ๒-๓ ร่าง เขียนให้สำนักงานปฏิรูปกฎหมายเป็นผู้ยกร่างให้ ซึ่งก็เป็นไปตามกฎหมายที่ว่าด้วย คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมาตรา ๑๙ ของเขา ที่เป็นอำนาจหน้าที่ของเขาที่เขาต้องไป ยกร่างกฎหมายให้ ประเด็นของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ อย่างไร

ประการต่อไป ท่านประธานครับ เรื่องการสนับสนุนเรื่องกองทุน ร่างของ ครม. ผ่านสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ยกร่าง ผู้ริเริ่มเข้าสู่ กระบวนการรวบรวมรายชื่อ ไม่มีเงินทุนสนับสนุน แต่ร่างของภาคประชาชนเอง ของท่านอาจารย์บวรศักดิ์และเพื่อนสมาชิก มีกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งขอรับงบประมาณจากรัฐบาลทุกปี เข้าไปให้การช่วยเหลือในการที่จะรวบรวมรายชื่อ หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการที่จะรวบรวมในการที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ประเด็นนี้ความเห็นของผม เห็นว่าดีมาก ส่วนความเห็นของ กกต. ที่ให้ข้อมูลมาประกอบตรงนี้ กกต. ยินดีที่จะเข้าไปร่วม การจัดในการที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมาย แต่ว่ามีความเห็นว่ารัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณให้ เพื่อเป็นการสนับสนุน เรื่องเหล่านี้ท่านประธานครับ ผมฝากให้กรรมาธิการช่วยไปดู

ประการต่อไป เรื่องการพิจารณาที่เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมการปฏิรูป กฎหมาย ประเด็นเรื่องของการตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณากรณีแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ เป็นความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายว่าควรจะมีกรรมาธิการวิสามัญ ที่มาจากภาคประชาชนที่เข้าไปมีส่วนร่วม ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ผมเองค่อนข้าง เห็นใจ เพราะว่ามันถูกบังคับ ถูกจำกัดด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๗ กรณี เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เขาเขียนเลยครับว่ากรรมาธิการต้องมาจากสมาชิกในสัดส่วน ที่เป็นไปตามสัดส่วนของทั้ง ๒ สภา มันจะไปตั้งวิสามัญไม่ได้ ถ้าจะให้ได้ในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ฉบับ สสร. ที่จะเกิดขึ้นก็ไปแก้ท่านจะได้มีวิสามัญจากพี่น้องภาคประชาชน ในฐานะเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายมามีส่วนร่วมในการพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ประการสุดท้าย เรื่องของความล่าช้า เรื่องของระยะเวลา ในการพิจารณาค่อนข้างเห็นใจ เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะเขียน หรือกรรมาธิการสามารถ จะเขียนในกฎหมายฉบับนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะว่าชื่อร่างพระราชบัญญัติเป็นร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการตรากฎหมาย การที่จะไปบังคับให้สมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ หรือรัฐสภามีระยะเวลากำหนด นอกจากที่จะบังคับ ไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้วเท่าที่ผมเห็นไม่มีครับ มันไม่มีจริง ๆ มีแต่บังคับไว้ใน รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้ถ้าจะเป็นข้อสังเกตแล้ว ท่านประธานครับ ผมฝาก กรรมาธิการข้อเสนอผมเห็นควรรับทุกร่าง ส่วนจะใช้ร่างใดร่างหนึ่งเป็นหลักในการพิจารณา ผมไม่ได้ติดใจ รับทุกร่างและเนื้อหาสาระที่ดี ๆ ของแต่ละร่างนำมาพิจารณาเป็นบทบัญญัติ สารบัญญัติที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกฎหมายฉบับนี้ ฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการ ด้วยความขอบคุณครับ