วัชระ เพชรทอง พูดถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ที่รัฐบาลเสนอมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านมองว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยเผด็จการ และเสนอว่าควรประชุมพร้อมเพรียงและความรับผิดชอบในการร่างกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งกฎหมายนี้มีการเสนอมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ให้คำรับรองและสานต่อ ในการเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ร่างกฎหมายของรัฐบาลนั้นมี ๑๕ มาตรา ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นการเสนอตามรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าบางท่านก็มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยเผด็จการทรราช และเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้ท่านประธานได้นั่งบนบัลลังก์ และทำให้ผมได้มายืนพูด ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ มีการกล่าวร้ายโจมตีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่าง ๆ นานา ว่าอัปลักษณ์ที่สุด อัปยศที่สุดในโลก แต่อัปลักษณ์ที่สุด อัปยศที่สุดในโลกก็ทำให้ท่านประธานได้นั่งเป็นประธาน บนบัลลังก์และผมมายืนพูดในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหลายทั้งปวงท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นผ่านการลงประชามติจากพี่น้องประชาชนมากกว่า ๑๖ ล้านเสียง เราต้องเคารพ และแม้ว่าใครจะโจมตีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่าง ๆ นานาอย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นก็เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีฉบับหนึ่งที่การเปลี่ยนแปลงในสังคม ได้ทำมาจนถึงวันนี้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการเสนอกฎหมายฉบับนี้นั้น มีตัวแทนภาคประชาชนโดยดอกเตอร์ภูมิ มูลศิลป์ ในฐานะตัวแทน และนอกจากนี้ ยังมีคุณอารีวรรณ จตุทอง ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายร่วมกับดอกเตอร์ภูมิด้วย และในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มีท่าน ส.ส. วิชัย ล้ำสุทธิ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เป็นผู้นำในการเสนอ แต่ร่างของคุณวิชัย ล้ำสุทธิ นั้นมีจำนวน ๒๒ มาตรา และร่างของท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็มี ๒๒ มาตรา เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ส่วนร่างของดอกเตอร์ภูมินั้น มี ๒๑ มาตรา จะเห็นว่าจำนวนมาตรานั้นแตกต่างกัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งในการที่พี่น้องประชาชนได้มีสิทธิเสนอชื่อในการที่จะบัญญัติกฎหมาย ของพี่น้องประชาชนขึ้นมาเอง ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ได้กำหนด ชื่อพี่น้องประชาชนไว้ถึง ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ในการเสนอร่างกฎหมายฉบับหนึ่ง แต่กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งถูกบางท่านโจมตีว่าอัปลักษณ์ที่สุด อัปยศที่สุดในโลกนั้น กำหนดไว้เพียง ๑๐,๐๐๐ ชื่อในการเสนอกฎหมาย เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นประชาธิปไตยมากกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เพราะกำหนดให้คน ที่เสนอชื่อในการเสนอกฎหมายนั้นมีจำนวนน้อยลงจำนวนมาก ๑๐,๐๐๐ ชื่อ กับ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ เทียบกันไม่ได้เลย นี่คือข้อดีของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ คือฉบับปัจจุบันที่ท่านประธาน และผมเป็นสมาชิกอยู่ ท่านประธานครับ เมื่อมาดูร่างของรัฐบาลที่ได้นำเสนอเข้ามา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าแม้ว่าจะมีสั้น ๆ เพียง ๑๕ มาตรา แต่หลายมาตรานั้นควรที่จะ คำนึงเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือว่ายกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๗ ในการที่ให้มีชื่อตัวและชื่อสกุล มีหมายเลขประจำตัว ถ้าบอกเพียงเท่านี้ ท่านประธานครับ ก็จะเป็นปัญหาต่อเนื่องมาว่า แล้วภูมิลำเนาของพี่น้องประชาชนนั้นอยู่ที่ไหน อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น โปรดได้ระบุภูมิลำเนาของพี่น้องประชาชนด้วย เพราะลำพังเลข ๑๓ หลัก ไม่สามารถที่จะอ่านได้โดยทันทีว่าประชาชนท่านนั้น ๆ ที่เข้าชื่อ เสนอกฎหมายกันนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ที่หมู่บ้านไหน ตำบลไหน อำเภอไหน จังหวัดไหน นั่นก็จะเป็นภาระหน้าที่ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในการส่งไปยัง ที่หน่วยราชการ ที่อำเภอหรือจังหวัดนั้น ๆ เพราะอะไรครับ เพราะทางสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรก็ต้องไปตรวจสอบจากเลข ๑๓ หลักอีกว่าพี่น้องประชาชนท่านนั้น อยู่ภูมิลำเนาที่ใด ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐ ก็ดีครับ ถ้าไม่ครบ ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ก็ให้ คืนชื่อไป แล้วก็ทำเข้ามาใหม่ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าได้เป็นการโอนอ่อนผ่อนตาม ให้กับผู้ที่คิดอยากเสนอกฎหมาย จริงแท้ทีเดียว ท่านประธานครับ ที่มีสมาชิกท่านหนึ่ง ได้กล่าวว่า ชนชั้นใดร่างกฎหมายแน่ไซร้ก็เพื่อชนชั้นนั้น เมื่อมาดูในร่างของพี่น้องประชาชน ที่ค้างคาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ มีหลายร่างเหลือเกินที่ค้างอยู่ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย นายบดินทร์ กินาวงศ์ และประชาชนจำนวน ๑๐,๗๕๓ ท่าน เป็นผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... เสนอโดยนายไพศาล บางชวด และอีกหลายร่างพระราชบัญญัติ
ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติแต่ละร่างที่เสนอเข้ามานั้น ไม่มีสิ่งใด ที่เป็นหลักประกันยืนยันว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะไม่มีกฎหมายบังคับเอาไว้ว่า ต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายในเมื่อไร ท่านประธานครับ ถ้าไม่กำหนดเป็นระยะเวลาแล้ว ก็เชื่อแน่ว่าร่างที่พี่น้องประชาชนเสนอเข้ามา ไม่ว่าจะเสนอร่างอะไร ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วย ก็ไม่อาจที่จะจัดตั้งขึ้นมาได้ แต่ผมเชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. .... นั้น น่าจะผ่านเป็นจังหวัดได้ เพราะว่าเนื่องด้วยอยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือ ท่านประธานครับ เมื่อมาดูในร่างกฎหมายที่รัฐบาลส่งเข้ามา ผมก็ไม่อยากให้การเขียนกฎหมายนั้นเสนอโดยลวก ๆ เพราะว่าในมาตรา ๖ ท่านประธานครับ ท่านเขียนผิด พิมพ์พยัญชนะผิด เพราะมาตรา ๖ (๑) ร่างพระราชบัญญัติพร้อมด้วยบันทึกประกอบดามมาตรา ๘ ใช้คำว่า ดามมาตรา ๘ ผมไม่ทราบว่าเกี่ยวกับอะไรกับ ว. ๕ ชั้น ๗ หรืออะไรหรือไม่ เพราะว่าต้องใช้ ต ครับ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานได้โปรดเคร่งครัดกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเสนอ กฎหมาย อย่าให้ใช้พยัญชนะที่ผิดพลาดบกพร่องเช่นนี้ เพราะสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เรากำลังจะร่างกฎหมาย และต้นร่างถ้าผิดแล้วก็อาจจะทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่า แม้ขนาดร่างกฎหมายก็ยังพิมพ์ผิด เขียนผิด แล้วเราจะเป็นตัวอย่างที่ดีกับเยาวชนได้อย่างไร ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอนครับ เพราะพี่น้องประชาชนมีสิทธิเสนอกฎหมายทั้งประเทศเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ คนเท่านั้น ซึ่งผม อยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นว่าถ้าในมหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งมีนักศึกษา ประมาณเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คน ถ้าพี่น้องนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ประชุมร่วมกัน ในการจะเสนอกฎหมายสักฉบับหนึ่ง ผมเชื่อว่าสามารถกระทำได้โดยง่าย เพราะ ๑๐,๐๐๐ ชื่อ สำหรับลูกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชหรือลูกพ่อขุน ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น ในการที่จะร่างกฎหมายเพื่อรวบรวมชื่อจำนวน ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่ประการใด นั่นสามารถที่จะทำได้ ท่านประธานครับ แต่ถ้ามีผู้ที่จะร่างพระราชบัญญัติในการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องใช้ถึง ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ท่านประธานครับ ตรงนี้ต้องตระหนักให้มาก เพราะถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ต้องสาบานต่อรัฐธรรมนูญ สิ่งนี้ เรายอมไม่ได้ หรือถ้าบัญญัติว่าให้แก้ไขระบบศาลยุติธรรมให้มีคณะลูกขุน อย่างนี้ก็ไม่น่าจะ ถูกต้องตามกฎหมายไทย ตามกระบวนการยุติธรรมของไทย หรือถ้าแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญในการล้างความผิดให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือให้อภิสิทธิ์แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ก็ไม่น่าที่จะกระทำได้เช่นเดียวกัน หรือถ้าแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะยุบเลิกองค์กร อิสระ ยุบศาลปกครอง ยุบศาลรัฐธรรมนูญ ยุบ กกต. ยุบ ป.ป.ช. อย่างนี้ก็ไม่อาจที่จะยอมรับได้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่ให้พี่น้องประชาชนได้นำเสนอกฎหมายนั้น ด้านหนึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี แต่อีกด้านหนึ่งนั้นก็เป็นดาบสองคม ถ้าหากการนำเสนอในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นไปในทิศทางที่ไม่น่าจะสอดคล้องต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ท่านประธานครับ ที่ผมได้ยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานได้เห็นนั้นเพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ให้สิทธิ ให้โอกาสและให้เสรีภาพกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในการที่จะร่างกฎหมายแต่ละฉบับ เพื่อนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในการออกเป็นกฎหมาย และทุกร่างที่เสนอ โดยพี่น้องประชาชนพวกท่านที่มานั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น ขอให้ท่านภูมิใจเถอะครับว่า กรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นนั้น ๑ ใน ๓ ต้องเป็นพวกท่าน ๑ ใน ๓ คือตัวแทน ของประชาชน กราบเรียนท่านประธานว่ากรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นนั้น ๑ ใน ๓ มาจากภาคประชาชน ปัญหาก็คือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ๒ ใน ๓ นั้น แบ่งเป็น ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และเราก็จะพบกันอยู่เนือง ๆ ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะไม่ค่อยรับผิดชอบในการเข้าประชุม ในการร่างกฎหมายในกรรมาธิการแต่ละคณะ เหมือนกับภาคประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประชาชนเสนอกฎหมายเข้ามาโอกาสที่จะชนะโหวตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการโหวตในแต่ละมาตรานั้นมีอยู่สูงถ้าหากพวกท่านได้เข้าประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงกัน ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอก แต่ผมบอกกับตัวแทนของพี่น้องประชาชนว่า ถ้าท่านตั้งใจที่ออกกฎหมายและเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันนั้น ท่านก็จะผ่านกฎหมาย ในการพิจารณาในแต่ละมาตราได้โดยง่าย เพราะว่า ส.ส. มักจะไม่เข้าประชุม คือขาดประชุม แต่นั่นละครับ แต่ในที่สุดเมื่อเข้ามาสู่ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร กราบเรียน ท่านประธานไปยังตัวแทนภาคประชาชนว่าถ้าสภาแห่งนี้ไม่เห็นชอบด้วยกับร่างกฎหมาย ที่ท่านได้ชนะโหวตมาในชั้นกรรมาธิการ กฎหมายของท่านในมาตรานั้นก็จะตกไปโดยง่าย เช่นเดียวกัน เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าอยู่ที่รัฐบาล ถ้ารัฐบาลเอาด้วยกับท่าน ประทานโทษ อยู่ที่เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนั่นโดยนัยก็คือพรรครัฐบาล ถ้าพรรครัฐบาลเอาด้วย ท่านก็ผ่านกฎหมายได้ แต่ถ้ารัฐบาลไม่เอาด้วยกฎหมายของท่านก็เป็นอันตกไป ท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ภาคประชาชน และที่ผู้แทนของพรรคประชาธิปัตย์ คือคุณวิชัย ล้ำสุทธิ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พี่น้องประชาชนรักมากที่จังหวัดระยองเสนอมานั้นก็เป็นประโยชน์ต่อในการพิจารณา และข้อควรคำนึงอีกประการหนึ่งท่านประธานครับ ก็คือข้อเสนอจากคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ท่านอาจารย์อภิชาต สุขัคคานนท์ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เสนอข้อคิดเห็นต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ถ่ายสำเนาแจกกับสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ท่านประธานครับ ในข้อเสนอของท่านประธานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ท่านอาจารย์อภิชาต สุขัคคานนท์ นั้น ในข้อที่ ๑ ท่านเสนอให้ให้คงช่องทาง การเข้าชื่อเสนอกฎหมายผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้งให้คงไว้ตาม พ.ร.บ. ฉบับเดิมที่มีอยู่ แต่ผมดูร่างของรัฐบาลแล้วปรากฏว่ารัฐบาลได้ตัดออกไป ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับการที่ ในอนาคต กกต. อาจจะถูกยุบไปตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็เป็นได้ ท่านประธานครับ เมื่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีข้อเสนอมาอย่างนี้ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นก็ควรนำข้อเสนอของท่านประธาน คณะกรรมการการเลือกตั้งไปพิจารณาว่าควรจะมีหรือไม่ แต่ในร่างของท่านนั้น ร่างของรัฐบาลนั้นไม่มี แต่ร่างของพรรคประชาธิปัตย์โดยท่านวิชัย ล้ำสุทธิ นั้นมี ท่านประธานครับ นี่คือความแตกต่าง และร่างกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับ ก็จะต้องพิจารณา โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นได้พินิจพิจารณา อย่างรอบคอบและให้การเสนอกฎหมายของภาคประชาชนนั้นเป็นไปได้โดยเร็ว ไม่มีอุปสรรค และอย่ามีรายละเอียดที่เยิ่นเย้อ อย่ามีอุปสรรคที่มากมาย แต่ข้อสำคัญต้องบอกให้ได้ว่า ประชาชนที่ได้เสนอชื่อเพื่อเสนอกฎหมายมานั้น บ้านอยู่ที่ไหน เพราะลำพังเลข ๑๓ หลัก ไม่สามารถบอกได้ว่าบ้านอยู่ที่ไหนครับ ท่านประธานครับ และผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่า