เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และเรียกร้องให้รัฐสภาแก้ไขปัญหาการดำเนินการตามมาตรา ๑๖๓ เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาการที่เงินรั่วไหลไป และการตรวจสอบช้ามาก นอกจากนี้ยังพูดถึงการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงประชาชน และการกำหนดเวลาในการพิจารณาผลกระทบจากการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ต้องขอบคุณรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่ให้มีการเลื่อนเอา พ.ร.บ. นี้เข้ามา ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญในทุกสมัยครับมันก็ต้องมีคนดีอยู่บ้าง ไม่ดีอยู่บ้างนะครับ เพราะฉะนั้นการที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ให้โอกาสประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ แล้วก็ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ลดมาเหลือ ๑๐,๐๐๐ คน ตามมาตรา ๑๖๓ ก็เป็นสิ่งที่ดีครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๖๓ ก็มีการกำหนดว่าประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมือง ก็เป็นไปตามหมวด ๓ ก็คือสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย แล้วก็หมวด ๕ คือตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ จะไปสะเปะสะปะไม่ได้ เพราะว่าประชาชนเราก็ต้อง ดูเขาด้วยนะครับ ไม่ใช่ให้สิทธิไปเรื่อยนะครับ แต่ให้ว่าที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทีนี้ท่านประธานครับ การทำร่าง พ.ร.บ. ตามมาตรา ๑๖๓ ต้องทำเป็นร่าง พ.ร.บ. เสนอมาด้วย แล้วหลักเกณฑ์ วิธีการเข้าชื่อการตรวจสอบเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ แล้วการพิจารณาของรัฐสภาก็ต้องมี กรรมาธิการวิสามัญตั้งขึ้นมาโดยให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อมาร่วมด้วย ๑ ใน ๓ เห็นไหมครับ กฎหมายเปิดช่อง แต่ในแง่ปฏิบัติเกิดปัญหา ท่านประธานครับ ปัญหาที่ผม ลองดูนะครับ คือผมเห็นใจคนที่ไปล่ารายชื่อแม้กระทั่งที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าสุดนี้นะครับ เป็นความลำบากอย่างมาก ต้องลงทุนซื้อเครื่องซีร็อกซ์ตามไปด้วยเพื่ออำนวยความสะดวก ให้ประชาชน เป็นสิ่งที่ยากมาก ทั้ง ๆ ที่ประชาชนเขาก็มีความพร้อมที่จะร่วมมือด้วยนะครับ ท่านประธานครับ การเมืองภาคประชาชนต้องให้ประชาชนเข้มแข็งถึงจะเข้ามามีส่วนร่วมได้
ปัญหาอยู่ที่ว่าอันที่ ๑ ประชาชนไม่มีความรู้กฎหมายเพียงพอในการร่างนะครับ ผมเห็นด้วยว่าควรจะเปิดช่องหลาย ๆ ช่อง อันที่ ๑ ถ้าในกลุ่มที่มีคนมีความสามารถ เช่น ทาง นปช. แดงทั้งแผ่นดินที่เขาเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาด้วยนี้ เขาเก่งเขาก็ทำได้เลย แต่ถ้า คนที่เขาไม่มีความรู้นะครับ ผมก็เห็นด้วยว่าควรจะมีคนที่ริเริ่มก็คือมีผู้ช่วย แล้วหน่วยงาน ที่จะมีช่วยเขานี่นะครับ ผมยังเห็นว่ารัฐสภาเป็นที่สำคัญ รัฐสภามีสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว ซึ่งก็เก่งพอสมควรที่ทำกฎหมายพวกนี้เข้ามานะครับ มีเอกสารต่าง ๆ แต่ผมยังเห็นอีกหน่วยงานหนึ่งครับ คือสถาบันพระปกเกล้า อันนี้ก็มีคนรู้ดีเยอะแยะนะครับ ก็ควรจะมีส่วนมาเกี่ยวข้อง องค์กรปฏิรูปกฎหมายผมไม่แน่ใจเพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลง อยู่เรื่อยนะครับ กกต. ผมก็ยังไม่แน่ใจอีกเช่นเดียวกันนะครับ แต่ผมเห็นว่ารัฐสภา ควรจะรับผิดชอบเพราะว่าเราปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ใช้ระบบรัฐสภา มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมอยากให้กรรมาธิการวิสามัญดูเรื่องพวกนี้ให้ดีนะครับ ผู้ช่วย
อันที่ ๒ ค่าใช้จ่าย เมื่อมีผู้ช่วยแล้วต้องมีค่าใช้จ่ายครับ ผมว่ามันมีกองทุน อะไรเยอะแยะมากมายที่เงินมันรั่วไหลไปนะครับ มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เสนอถึง กองทุนพัฒนาการเมืองภาคประชาชนก็ส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ ใน กกต. ก็มีเงิน เหมือนกันนะครับ ผมมีโอกาสไปเป็นวิทยากรให้ กกต. ก็ใช้คล้ายๆ เป็นโครงการเผยแพร่ ประชาธิปไตย ก็มีเงินอีกเหมือนกันครับ อันนี้ผมว่าเงินต่าง ๆ ที่มันกระจายไปหลาย ๆ ที่ ควรจะมารวมเสีย ให้มีช่องทางที่จะช่วยเหลือภาคประชาชนในการดำเนินการ ทีนี้เมื่อเขา อ้างเรียบร้อยแล้ว ส่งเข้ามาทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎหมาย การตรวจสอบช้ามากนะครับ ไม่ได้กำหนดเวลา แม้กระทั่งในร่างรัฐบาลเอง ไม่ได้กำหนดเวลา ปัจจุบันนี้โลกเขาไปถึงไหนแล้วนะครับ ใช้ไอทีมา แม้กระทั่งการเลือกตั้ง จะหันหน้า หันก้นออก ผมว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญมาก เอาเรื่องความถูกต้องรวดเร็วจะดีกว่าก็คือใช้เทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องนะครับ เช่นเดียวกันนะครับ การตรวจสอบรายชื่อของผู้เสนอชื่อประชาชนควรจะรวดเร็ว แล้วก็เห็นด้วย ให้ใช้บัตรประชาชนแทน ควรจะกำหนดเวลาให้ชัดเจนนะครับ ทีนี้ในร่างของรัฐบาลผมเห็นด้วย ก็คือให้มีคำคัดค้านของคนที่มีสิทธิเพราะอาจจะมีการแอบอ้างใช้เวลา ๓๐ วัน อันนี้ดีครับ เพราะว่าถ้าไม่มีให้โอกาสคัดค้านก็มีคนไปแอบอ้างได้เยอะ แล้วอีกอันหนึ่งมีบทลงโทษ ของผู้ที่ไปชักจูงให้ผลประโยชน์ หรือหลอกลวง หรือว่าผู้ที่ปลอมลายมือต่าง ๆ ก็เห็นด้วย ควรจะกำหนดให้มันชัดเจนเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาการที่ไปหลอกลวงประชาชน ท่านประธานครับ เมื่อยื่นเข้ามาแล้วรัฐสภาควรจะกำหนด เมื่อครู่มีท่านสมาชิกที่บอกว่ามีกฎหมายฉบับนี้ เสนอมาในรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็ยุบสภาก่อนรัฐบาลชุดนี้เราก็เห็นความสำคัญของภาคประชาชน ก็เลยนำเข้ามา แล้วมีการเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในวันนี้ อันนี้เป็นตัวอย่างว่าการกำหนดเวลา ให้รัฐสภาว่าควรจะดำเนินการภายในสมัยประชุมที่ยื่นมาให้มันเสร็จ ก็คือปีหนึ่งว่าง่าย ๆ ควรจะให้แล้วเสร็จ ไม่ควรจะให้ประชาชนเขารอ พอรอไปแล้วก็เหมือนคล้าย ๆ ไปให้ ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แก่ประชาชนให้สิทธิแต่ไม่พิจารณา แล้วการพิจารณา ไม่ใช่มาพิจารณาปุ๊บลงมติตกไปเลย ผมเห็นว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไร ควรจะมีการแก้ว่า ทำอย่างไรถึงจะให้มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อน ก็เห็นด้วยที่ว่าควรจะให้รัฐบาลทำร่าง มาประกบ อันนี้จะได้มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมา ท่านประธานครับ ยังมีกฎหมายอื่นที่มี ผลพวงจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชนก็คือ การแก้ข้อบัญญัติ คือกฎหมายท้องถิ่นซึ่งอันนี้ยิ่งมีปัญหาเยอะ เพราะว่าประชาชนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพวก อบต. อบจ. หรือว่าเทศบาลต่าง ๆ เขาจะได้มีโอกาสที่จะไปแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือว่า ใกล้ชิดกับเขาด้วย ควรจะมีการดำเนินการแก้กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญนี้ไปด้วย ในโอกาสเดียวกัน ท่านประธานครับ การยื่นเสนอ พ.ร.บ. ตามมาตรา ๑๔๒ มีให้โอกาสอยู่ ๔ ประเภท ก็คือ ครม. ส.ส. ๒๐ คน หรือศาล หรือองค์กรอิสระ แล้วก็ประชาชน ๑๐,๐๐๐ ชื่อ แต่ถ้าเป็นเรื่องการเงินผมเห็นด้วยว่า ครม. ควรจะให้โอกาสรับรองให้เขามาพิจารณาในสภา ผมอยากเห็นประเทศเราพูดแล้วก็ทำ แต่ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องเข้มแข็ง มีวินัย เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการให้โอกาสให้ความช่วยเหลือแล้วก็มีการตรวจสอบกัน อยากฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญให้พิจารณาเรื่องเหล่านี้ให้ดีนะครับ แล้วผมก็ขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... นี้ ขอบคุณครับ