สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความเห็นในเรื่องการแก้ไข พระธรรมนูญศาลยุติธรรม โดยเห็นด้วยกับการปรับจำนวนรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในการดำเนินงานความยุติธรรมของศาล และสนับสนุนการแต่งตั้งของท่านวิรัตน์ ชลน่าน ศรีแก้ว ยังหารือเรื่องการแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับตำแหน่งผู้พิพากษาภาคว่างลง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีผู้ดำรงตำแหน่งหลายคน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาต ท่านประธาน ในฐานะสมาชิกได้แสดงความเห็นต่อกรณีที่ทางกรรมาธิการ ซึ่งได้รับมอบ อำนาจจากสภาของเราไป เป็นตัวแทนสภาของเราไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่งนะครับ วรรคหนึ่งร่างเดิมที่ท่านรับไปจากสภาว่าด้วยจำนวน ของรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคที่เขียนไว้ ๑ คน แล้วกรณีมีความจำเป็นตั้งได้ไม่เกิน ๓ คน ท่านก็ไปปรับเป็นให้มี ๓ คนนะครับ ถ้ามีความจำเป็นตั้งได้ไม่เกิน ๖ คน ประเด็นก็เป็นไป ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นไปล้วนแต่เป็นประโยชน์ครับ เพราะว่า เรามาในฐานะที่เป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากพี่น้องประชาชน อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทยผ่านสภานิติบัญญัตินะครับ พระมหากษัตริย์ก็จะทรงใช้อำนาจ ผ่านรัฐสภา ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมต้องขออนุญาตเบื้องต้นคือผมเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ต้องพูดให้ชัดเลยนะครับว่าผมเห็นด้วย ถึงแม้กรรมาธิการ จะค่อนข้างที่จะเก็บเนื้อเก็บตัวสักนิดหนึ่งที่จะไม่ช่วยชี้แจงให้กับสมาชิกเลยในประเด็น ข้อคำถาม ถ้าท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงผมเข้าใจว่าประเด็นเหล่านี้น่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ เพราะเจตจำนงของกรรมาธิการก็ชัดเจนเป็นเสียงข้างมาก ประเด็น ๓ คน ผมเห็นด้วยนะครับ ประเด็น ๖ คน ผมก็เห็นด้วย เหตุผลที่ผมเห็นด้วย

ประเด็นที่ ๑ เพราะผมถือว่าแก้อย่างนี้ ตอบคำถามของเหตุผลที่ท่าน แก้กฎหมาย คือเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน ในการที่จะได้รับประโยชน์จาก การดำเนินงานการอำนวยการความยุติธรรมของศาล อันนั้นเป็นเหตุผลแรกสุดนะครับ ท่านเขียนไว้ในเหตุผลเพราะเพื่อความสะดวก ความรวดเร็ว ความถูกต้อง ความชอบธรรม ไม่มีข้อขัดแย้ง เป็นการอำนวยความยุติธรรมที่สมบูรณ์แบบ พี่น้องประชาชนได้รับความเป็นธรรม อย่างสูงสุด อันนั้นเป็นเหตุผลแรก ที่ผมขอสนับสนุน

เหตุผลที่ ๒ เป็นเหตุผลเชิงเทคนิค ผมชอบใจท่านกรรมาธิการที่ได้ชี้แจง ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านวิรัตน์ ได้ชี้แจงประเด็นขององค์คณะ ประเด็น ของการพิจารณาต่อเนื่อง ประเด็นของการต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และประเด็น ของการที่จะไม่มีการเคลือบคลุมในวิธีการปฏิบัติให้เป็นข้อสงสัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้ครับ มันเป็นที่มาที่ไปได้ ท่านมีอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๑ คน มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคอีก ๓ ท่าน ภารกิจที่จะต้องทำเป็นองค์คณะมันมีความจำเป็นต้องพร้อม ถ้า ๓ คน ตอบคำถามได้ โดยไม่ขาดไม่เกิน ไม่จำเป็นต้องนั่ง ๑ คน และขอลายเซ็นอีก ๒ คน ลักษณะอย่างนั้น ไม่ควรมีครับในบ้านนี้เมืองนี้

ข้อ ๓ ก็ตอบคำถามได้ ท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคอาจจะไปราชการ ท่านรองอธิบดี ผู้พิพากษาภาคท่านหนึ่งอาจถูกมอบหมายให้ไปปฏิบัติภารกิจอย่างอื่นก็ยังมีองค์คณะ ที่พร้อม แต่ที่สำคัญผมสนใจประเด็นการพิจารณาต่อเนื่องครับ นี่เห็นใจเป็นอย่างยิ่ง ความต่อเนื่องของท่านยกชุดออกไป ชุดใหม่เข้ามาก็ต้องแทนด้วยจำนวนที่เท่าเดิม มันก็ต้องเป็น ๖ คน ยกตัวอย่างนะครับ ประเด็นนี้ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์เชิงเทคนิคของการทำหน้าที่ของศาล และเห็นใจท่าน ไม่ได้เขียนเพื่อเอาใจหรือเพื่อจะให้ท่านมีตำแหน่งสูงขึ้น เพราะว่าตำแหน่ง ที่ท่านได้มาเป็นเหตุผลที่ ๓ ที่ผมบอก ผมขอสนับสนุน คือท่านได้มาโดยที่ท่านไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเลย รัฐไม่ต้องสูญเสียงบประมาณครับ ค่าจ้าง อัตราเงินเดือนท่านก็เท่าเดิม ถึงแม้ท่านจะได้ตำแหน่งรองอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ได้ตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค อัตราค่าจ้างเงินเดือนค่าตอบแทนท่านไม่เหมือนเดิมครับ ซึ่งขณะนี้มันก็เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่รองรับอยู่แล้ว พูดง่าย ๆ คือ รัฐไม่ได้สูญเสียอะไรเพิ่มเติมเลยในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นว่า สภาเราเองเป็นประโยชน์ยิ่งที่พิจารณาอย่างรอบคอบ คำถามเพื่อนสมาชิกมีประโยชน์ เพียงแต่ขออนุญาตให้คณะกรรมาธิการตอบคำถามให้ชัดเจนเท่านั้นเอง นั่นคือวรรคหนึ่ง

ท่านประธานครับ วรรคสอง ข้อเสนอของท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสามารถ แก้วมีชัย เกี่ยวกับประเด็นของวิธีบัญญัติ คือถ้อยคำ ถ้าท่านไม่แก้ขณะนี้ ตอนทบทวน ตอนใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ผมจะขอท่านอีกครั้งหนึ่งว่าท่านจะแก้ไหมตามที่ ท่านสามารถเสนอ เพราะเขียนแล้วซ้ำซ้อนนะครับ ท่านเขียนว่า กรณีตำแหน่งผู้พิพากษาภาค ว่างลงหรือเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ท่านเขียนว่า ให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคเป็นผู้ทำการแทน นี่คือร่างเดิมนะครับ ร่างเดิมเขียนต่อว่า ถ้ามี รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมากหลายคน ให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคที่มีอาวุโสสูงสุด เป็นผู้ทำการแทน นี่คือร่างเดิม ใจความสมบูรณ์ นั่นคือหมายความว่า ๑ คน เพิ่มเป็น ๓ คน แต่เมื่อท่านแก้ ๓ คนแล้ว ประโยคคำว่า ให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคเป็นผู้ทำการแทน มันก็จะขัดแย้งอยู่ในตัว เพราะมันไม่มีแค่ ๑ คน มันมี ๓ คนเป็นต้นไป ท่านก็ไป ตัดถ้อยคำเอาว่า ถ้ามีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคหลายคน ออก แล้วเติมคำว่า โดยให้ รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้ทำการแทน ทำการแทน ๒ ทำการแทนนะครับ ถ้อยคำไม่สอดรับกันก็ฝากทางท่านประธานไปยังกรรมาธิการ ถ้าปรับปรุงแก้ไขได้นะครับ ผมก็คิดว่ามันก็เป็นความสวยงามของการบัญญัติกฎหมาย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอสนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างมากและฝากวรรคสองครับ ขอบคุณครับ