สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

นคร มาฉิม หารือเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ หนี้สินเพิ่มมากขึ้น และรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญภาคเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปกป้องธุรกิจขนาดย่อมและกลุ่มเกษตรกรรายย่อย รวมถึงการผูกขาดทางการค้า และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการปกป้องกลุ่มธุรกิจและเกษตรกร

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นถึงสภาพของปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะความเดือดร้อน ของพี่น้องด้านเกษตร ซึ่งค่อนข้างที่จะขาดการดูแลและเอาใจใส่จากรัฐบาลอย่างจริงจัง ไม่ว่า กลุ่มเกษตรกรที่ทำข้าว ข้าวโพด หรือมันสำปะหลัง จากปรากฏการณ์ที่พืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลังราคาตกต่ำอย่างน่าใจหายก่อให้เกิดภาระหนี้สิน และการขาดทุนของพี่น้องเกษตรกรต่าง ๆ เหล่านี้อย่างน่าเป็นห่วง สิ่งที่จะตามมาก็คือภาระ หนี้สินของพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบผ่านกลไกของ ธ.ก.ส. หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ และที่น่าห่วงใยมากที่สุดก็คือหนี้นอกระบบ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากจนน่าตกใจ เขาคิดเป็นรายวัน วันหนึ่ง ๆ อยู่ที่ร้อยละ ๓ บาท ๕ บาท ซึ่งอันนี้ไม่สามารถที่จะนำเข้าไปสู่ การแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกร อันนี้เป็นข้อกังวลใจและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันครับรัฐบาลเองกลับไม่ค่อยให้ความสำคัญหรือใส่ใจ หรืออุดหนุน หรือ มีมาตรการใด ๆ ที่จะเข้าไปส่งเสริมหรือสนับสนุนภาคของสหกรณ์ ซึ่งอันนี้จะเป็นการอุด ช่องว่างในความเหลื่อมล้ำในโครงสร้างในเรื่องรายได้ รัฐบาลไม่ค่อยที่จะให้ความใส่ใจ ในเรื่องอุตสาหกรรมรายย่อย อย่างเอสเอ็มอี (SME) ค่อนข้างที่จะไม่มีนโยบายหรือมาตรการ ในการที่จะส่งเสริมหรือสนับสนุนกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เช่น กลุ่มสตรี กลุ่มทอผ้า กลุ่มจักรสาน หรือกลุ่มอาชีพรายย่อย แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานที่เคารพครับ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทุนขนาดใหญ่ ทุนผูกขาด หรือกลุ่มทุนที่ได้ร่วมมือกับทุนต่างชาติได้เข้ามาตั้ง กิจการค้า แน่นอนครับเราไม่ปฏิเสธในเรื่องเสรีทางการค้า เราไม่ปฏิเสธในเรื่องข้อตกลง ทางการค้าในระดับสากล หรือในระดับโลก เราไม่ปฏิเสธในระบบทุนนิยมครับ แต่ว่ามาตรการ ของรัฐจะต้องมีมาตรการในการที่จะปกป้องธุรกิจขนาดย่อม ขนาดเล็ก และกลุ่มเกษตรกร รายย่อยตามที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธานมาตั้งแต่ต้น ถ้าเกิดว่าท่านประธานได้มีโอกาส เดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กซี แม็คโคร โลตัส เซเว่น อีเลฟเว่น หรือห้างธุรกิจใหญ่ ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้แทรกซึมเข้าไปทุกชุมชนทั่วประเทศ ถามว่าในเมื่อเงื่อนไขทางการค้าเปิดช่องให้ แล้วรัฐไม่มีมาตรการในการที่จะปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้ค้ารายย่อยให้กับคนไทย เท่าที่ควรจะเป็น หนำซ้ำครับมาตรการที่รัฐบาลได้ประกาศออกมาตามพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๘ ซึ่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๒ อันนี้เป็นหลักการที่ดีมากครับท่านประธานครับ ตั้งแต่สมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีได้ออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาได้ผ่านความเห็นชอบและได้ประกาศ บังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้ออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ การเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ออกประกาศออกมาแล้วน่าใจหายครับ ท่านประธาน ผู้ค้ารายย่อย ผู้ประกอบการรายย่อยไม่ได้มีโอกาสเลยที่จะเข้ามาสู่การแข่งขัน ธุรกิจใหญ่ ๆ ที่เป็นทุนใหญ่ เป็นทุนข้ามชาติเหล่านี้ครับ ได้เข้ามาครอบงำตลาดแทบจะ สิ้นเชิงแล้วครับท่านประธาน โดยการออกประกาศของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๐ สมัยนั้นท่านเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกประกาศบอกว่าผู้ประกอบธุรกิจที่มีส่วนแบ่งการตลาด และยอดเงินขายต่อไปนี้เป็นผู้มี ธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด

ข้อ ๑ ผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่ง หรือบริการ ใดบริการหนึ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไป และมียอดเงินขายใน ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือตลาดตาม พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ท่านประธานครับ ครึ่งหนึ่งของประเทศในการซื้อขาย ต่อให้ซีพีจะใหญ่ขนาดไหนยังไม่ถึงครึ่งเลยครับ ผมถามต่อไปว่าถ้าเกิดว่ารัฐบาลประกาศไว้สูง ลิบลิ่วแบบนี้ เรียนถามท่านว่ากลุ่มธุรกิจรายย่อย กลุ่มเกษตรกรรายย่อย กลุ่มอาชีพรายย่อย กลุ่มภาคการเกษตรกรต่าง ๆ จะได้รับการเกื้อหนุน จะได้รับการปกป้อง จะได้รับการคุ้มครอง และจะได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลเพื่อมีอำนาจในการที่จะต่อรองกับธุรกิจขนาดใหญ่และ ทุนข้ามชาติต่าง ๆ ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เบื้องต้นจึงขอถามว่ารัฐบาลมี นโยบายหรือมาตรการในการที่จะดำเนินการแก้ไขป้องกันปัญหาการผูกขาดทางการค้า อย่างไร

ข้อที่ ๒ เป็นชุดเดียวกันก็คือรัฐบาลมีนโยบายหรือมาตรการที่จะกำหนด หลักเกณฑ์ในการแข่งขันที่เป็นธรรมเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจรายย่อย เกษตรกร ให้มีอำนาจในการต่อรองเพื่อที่จะปกป้องตนเองได้อย่างไร

ข้อที่ ๓ ถามไปชุดเดียวกันก็คือรัฐบาลมีนโยบายมาตรการในการกำกับดูแล ไม่ให้กลุ่มธุรกิจที่เป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และกลุ่มธุรกิจข้ามชาตินะครับเข้ามาผูกขาด ทางการค้าในประเทศได้อย่างไร เป็นคำถามชุดที่ ๑ กราบขอบพระคุณครับ