สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

นริศ ข้านุรักษ์ เสนอโครงการสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย และเสนอแนะให้สถาบันพระปกเกล้าสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ทุนสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการบริหารความขัดแย้งในพื้นที่อนุรักษ์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดการน้ำในประเทศไทย, ความมั่นคงใหม่ และยาสเสพติด โดยเสนอแนะให้รัฐบาลลดการเมืองลงและเพิ่มการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรางวัลที่สถาบันพระปกเกล้าให้ และเสนอแนะให้เปลี่ยนรูปแบบการให้รางวัลเป็นการอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของฝ่ายค้านในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายนริศ ข้านุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ข้านุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมได้อ่านรายงาน ประจ้าปี ๒๕๕๓ ของสถาบันพระปกเกล้าแล้วก็มีข้อสังเกตที่จะฝากท่าน แล้วก็จะสอบถาม ท่านบางประการนะครับ เรื่องที่ผมจะขอให้ท่านไปช่วยประเมินความส้าเร็จของโครงการ ก็คือโครงการสัมมนาเรื่องการเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในทางการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ผู้บริหาร สถานศึกษาแก่ข้าราชการต้ารวจ ซึ่งได้เดินทางมาที่ห้องนี้ ที่มาประชุมห้องนี้ ครูเดินทางมา จากทั่วประเทศ ข้าราชการต้ารวจเดินทางมาจากทั่วประเทศมานั่งในนี้ บางคนก็ต้องไปซื้อ สูทใหม่เข้ามา บางคนก็ต้องยืมสูทใหม่เข้ามา ถามหน่อยครับว่าโครงการนี้หลังจากผ่านการอบรม เสร็จสิ้นแล้วท่านไปติดตามบุคคลเหล่านั้นไหมครับ ท่านไปติดตามผู้บริหารสถานศึกษาเหล่านั้น ต้ารวจเหล่านั้นว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อเขา ต่อคนในองค์กรเขามากน้อยแค่ไหน อย่างไร เป็นไปตามเจตนารมณ์ของสถาบันพระปกเกล้าหรือไม่ ผมคิดว่าท่านน่าจะประเมินได้ส้าเร็จแล้ว ถ้าประเมินผลได้ส้าเร็จแล้วขอให้ท่านได้ตอบกระผมด้วยนะครับ เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้ดูเนื้องานกิจกรรมของท่านทั้งเล่มในปี ๒๕๕๓ ผมดูคร่าว ๆ ครับ คิดว่าที่จริงแล้วการเกิดขึ้นของสถาบันพระปกเกล้าเกิดขึ้นให้เป็นหน่วยงานเฉพาะ ท้าหน้าที่สนับสนุนงานของรัฐสภา รัฐสภามีงานมากมายครับ ถ้านับตามคณะกรรมาธิการ ก็มี ๓๕ คณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการมีงานหลายเรื่อง แต่ว่าถ้างาน ในสถาบันพระปกเกล้า กระผมลองรวบรวมดู กระผมคิดว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านท้างาน เกี่ยวเนื่องกับงานการเมืองการปกครอง ผมไม่แน่ใจว่าท่านมีข้อจ้ากัดอะไร แต่ว่าทั้งเล่ม ผมพยายามนั่งดูให้คะแนนว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านท้าเรื่องการเมืองการปกครอง แล้วสัก ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของวัฒนธรรมความเชื่อ ผมดูผ่านทุนที่ท่านให้ ผ่านงานอบรมที่ท่านจัดขึ้นมา ผมเรียนท่านว่าความมั่นคงใหม่มันไม่เพียงแต่เป็นเรื่องทางการเมือง มันไม่ใช่เพียงแต่เป็นเรื่องวัฒนธรรมความเชื่อ ความมั่นคงใหม่มันมีเรื่องของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย ในงานของท่านทั้งหมดนี้นะครับ ท่านให้การสนับสนุนงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติอยู่เพียง ๒ เรื่อง ซึ่งก็เป็นเรื่องดีครับ เป็นเรื่องส้าคัญที่ท่านสนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องวิทยานิพนธ์ เรื่องการบริหารความขัดแย้งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรณีศึกษาความขัดแย้ง ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนในพื้นที่ดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ ดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นที่ที่มีความขัดแย้งรุนแรง ยาวนาน ท่านก็เลือกถูกที่ถูกทาง แต่ผมเรียนครับว่า ที่จริงแล้วเรื่องความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับพื้นที่อนุรักษ์ไม่ว่าจะอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือในรูปอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกว้างขวางทั่วประเทศ ผมอยากให้ท่าน ได้ทุ่มงบประมาณลงไป ทุ่มทุนวิจัยลงไป อย่างน้อยที่สุดภาคละ ๒-๓ ที่ จะได้เป็นตัวอย่าง ส้าหรับการแก้ปัญหา ฉบับนี้ดีมากครับ เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

เรื่องที่ ๒ การคลี่คลายความขัดแย้งการจัดการน้าในบริบทสังคมไทย กรณีศึกษาเขื่อนล้าปะทาว ผมคิดว่าที่จริงแล้วท่านควรเผยแพร่เรื่องนี้ครับ รัฐบาลไม่ต้องลงทุน ไปตั้งกรรมการอะไรอีกนะครับ ท่านนี่ทันสมัยมากนะครับ มาท้าเรื่องคลี่คลายความขัดแย้ง ในเรื่องบริหารการจัดการน้า ๒ เรื่อง ท่านท้าดีมากทั้ง ๒ เรื่อง แต่ว่าไม่พอครับ ผมอยากให้ท่านได้จัดสัดส่วนของงานของท่าน ลดการเมืองลงจาก ๘๐ เปอร์เซ็นต์เหลือเท่าไร แล้วแต่ท่าน แต่ว่าต้องเพิ่มเรื่องความมั่นคงใหม่คือเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น แล้วเรื่องวัฒนธรรมความเชื่อท่านจะคงไว้สัก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ว่าท่าน ต้องเปลี่ยนขึ้นมา ปรับบทบาทของท่านขึ้นมา

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมฝากท่าน ซึ่งเป็นเรื่องความมั่นคงใหม่ เช่น ของเมือง ของประเทศเช่นเดียวกัน เรื่องยาเสพติดครับ ผมรู้ว่าถ้าท่านรับผมไปท้าก็ท้ายาก แม้แต่รัฐบาลชุดนี้เขายังท้ายาก เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลบอกว่าจะท้าให้ได้มากที่สุด เดิมจะท้าให้หมดภายใน ๑ ปี ถัดมาก็จะให้เหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ถัดมาก็บอกว่าท้าให้ได้มากที่สุด ท่านรับไปท้าหน่อยเถอะครับว่าจริง ๆ แล้วเราจะใช้กลไกใด ใช้เงื่อนไขใดในการช่วยท้าให้ ยาเสพติดมันหมดไปโดยเร็ว เพราะไม่อย่างนั้นประเทศไทยเดินหน้ายากเลยครับ ถ้าอัตราการระบาดของยาเสพติดจ้านวนคนที่เสพยาเสพติดเป็นอยู่อย่างนี้ไม่สามารถลดได้ ผมคิดว่า ๕ ปี ๑๐ ปีประเทศจะมีปัญหา ผมเรียนท่านว่าให้ช่วยท้าเพิ่มสัก ๒ เรื่องครับ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับเรื่องยาเสพติด

เรื่องสุดท้าย ผมกังวลเช่นเดียวกับคุณหมอสุกิจกังวล คือเรื่องรางวัล ท่านไปให้รางวัลเพื่อเสริมสร้างสันติสุข ผมไม่ติดใจครับ หรือส่งเสริมเครือข่ายไม่ติดใจครับ แต่ว่าเรื่องรางวัลความเป็นเลิศด้านโปร่งใส อันนี้ติดใจมากครับ เพราะว่าถ้าเป็นมวยก็บอกว่า บางทีมันค้านสายตากรรมการ กรรมการยกมือค้านสายตาผู้ชม แล้วก็บางทีท่านให้ ในขณะองค์กรนั้นก้าลังถูกตรวจสอบอยู่พอดี สตง. ก้าลังสอบอยู่ท่านไปให้รางวัล ความโปร่งใส ป.ป.ช. ก้าลังสอบอยู่ ท่านไปให้รางวัลหน่วยงาน องค์กรท้องถิ่นเหล่านั้น และที่ส้าคัญท่านครับ หน่วยงานเหล่านั้นบางทีเขามีฝ่ายค้านที่ท้างานอยู่อย่างเข้มแข็ง แทนที่สถาบันพระปกเกล้าไปสนับสนุน ไปเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้มแข็ง กลายเป็นว่ารางวัลของท่านไปท้าลายฝ่ายค้าน ซึ่งก้าลังท้าอยู่ในสภา ท่านทบทวนเรื่องนี้นะครับ แล้วแก้ไขว่าในองค์กรท้องถิ่นท่านไม่จ้าเป็นต้องไปให้รางวัลหรอกครับ ท่านไปอบรม เสริมสร้างการท้าหน้าที่ของฝ่ายค้านในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เขามีความเข้มแข็ง ในการตรวจสอบ ผมเชื่อว่าดีกว่ารางวัล แล้วท่านก็ไม่ต้องไปออกเงินให้ เพียงแต่ท่านอบรม ฝ่ายค้านว่ามีความจ้าเป็นอยู่ในทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยภาพรวมผมขอชื่นชม แล้วก็ให้ก้าลังใจท่านในการจะท้าหน้าที่บทบาทของท่าน เพื่อสนับสนุนงานของรัฐสภาต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ