ผุสดี ตามไท หารือเรื่องพระราชกำหนดกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ. ๒๕๕๕ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการที่ไม่เหมาะสม โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีกรรมการจากฝ่ายการเมืองน้อยลง เพื่อให้มีความเป็นกลางในการดำเนินการ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตก้าลังจะเรียนท่านประธานว่าขณะนี้สภาก้าลังอภิปรายเรื่องพระราชก้าหนด ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางรัฐบาลได้ขอมา แต่น่าเสียดายท่านรัฐมนตรีไม่มีคนใดเลยที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ แต่ก็จะขออนุญาตดิฉันจะอภิปรายในเรื่องของพระราชก้าหนดกองทุนส่งเสริม การประกันภัยพิบัติ พ.ศ. ๒๕๕๕ เท่านั้นเองนะคะ ท่านประธานคะ เนื่องจากกองทุนนี้ อยู่ในกระทรวงการคลังแล้วก็มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยการรับประกันภัยและท้าประกันภัยต่อ แล้วก็ให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามที่ก้าหนดไว้ในพระราชก้าหนดนี้ ท่านประธานคะ กุญแจส้าคัญของการด้าเนินการตามพระราชก้าหนดนี้ คือคณะกรรมการ ที่เรียกว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติตามมาตรา ๑๘ ซึ่งประกอบด้วยใครบ้าง มีประธานกรรมการมาจากไหน คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง แล้วก็มีผู้ที่มา โดยต้าแหน่งก็คือปลัดกระทรวงการคลัง มีผู้อ้านวยการส้านักงานเศรษฐกิจการคลัง แล้วก็มี เลขาธิการคณะกรรมการก้ากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีใครอีกบ้างคะ มีผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกจ้านวนไม่เกิน ๔ คน อันนี้ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อเรารวมตัวเลขง่าย ๆ คณะกรรมการตรงนี้ก็จะมีฝ่ายการเมืองอยู่ ๕ ท่าน นี่เต็มที่นะคะ ต่อผู้ที่มาโดยต้าแหน่ง ๓ ท่าน อันนี้ก็อยากจะให้ท่านประธานได้รับทราบไว้ในเบื้องต้นก่อน
มาตรา ๑๙ ของพระราชก้าหนดฉบับนี้ ท่านประธานคะ การด้ารงต้าแหน่ง และการพ้นจากต้าแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีก้าหนด ก็ชัดเจนเป็นฝ่ายการเมือง
มาตรา ๒๐ อ้านาจหน้าที่ของกรรมการชุดนี้ก็มีเยอะส้าคัญด้วย รวมตั้งแต่ การก้าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แล้วก็เงื่อนไขในการบริหารกิจการของกองทุน ไปจนกระทั่ง ถึงเรื่องของการก้าหนดระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน ท่านประธานคะ เงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะอยู่ ในมือของคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งเสียงข้างมากก็คือมาจากฝ่ายการเมือง ความคาดหวัง ของคนโดยทั่วไปในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ ก็คือคนที่จะเข้ามาเป็นกรรมการท้างาน ส้าคัญ ๆ เช่นนี้ ควรจะต้องมีคุณสมบัติดีทีเดียว ทั้งความสามารถ ทั้งเรื่องของประสบการณ์ ทั้งเรื่องจริยธรรมและคุณธรรม ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่น่าเสียดายท่านประธานคะ พระราชก้าหนดฉบับนี้ไม่ได้มีการก้าหนดถึงคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของกรรมการ แต่ประการใดเลย ท่านประธานคะ ดิฉันกลัว กลัวจริง ๆ กลัวใจ กลัวการใช้วิจารณญาณ ในการเลือกคนเข้ามาด้ารงต้าแหน่งส้าคัญนี้ ดิฉันมีเหตุผลที่อยากจะเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าท้าไมดิฉันถึงกลัว เพราะตั้งแต่รัฐบาลภายใต้การน้าของนายกรัฐมนตรีคนนี้ เข้ามาปฏิบัติงาน คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งบุคคลเข้าไปด้ารงต้าแหน่งมากมาย ทั้งต้าแหน่ง ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นต้าแหน่งเลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ ที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือว่าบอร์ดของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทท่าอากาศยานไทย จ้ากัด ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการส่งออกและน้าเข้าแห่งประเทศไทย อสมท. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ผู้คนที่รู้จักบุคคลที่ ครม. แต่งตั้งเข้าไปด้ารงต้าแหน่งดังกล่าวเหล่านี้ เขาก็กังขาแล้วก็กังวลกันมากเลยว่าคุณสมบัติของคนเหล่านั้นคืออะไร ใช่ไหมคะ ท่านประธาน ที่คนเหล่านั้นอาจจะเป็นคนใกล้ชิดครอบครัวผู้น้า หรืออาจจะเป็นคนที่ พยายามสร้างผลงานที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมายหรือมีพฤติกรรมที่รุนแรง ไร้จริยธรรม แต่ว่าอาจจะถูกใจคนในครอบครัวผู้น้า หรือใช่ไหมคะ อาจจะเป็นคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรืออาจจะเป็นคนในธุรกิจครอบครัวของผู้น้า สรุปแล้วอาจใช่ไหมคะที่เป็นการแต่งตั้งเพื่อเป็นการต่างตอบแทน ท่านประธานคะ การตั้งคน ที่ไม่เหมาะสมเข้าไปท้างานส้าคัญ ๆ มีโอกาสมากเลยค่ะที่จะท้าให้เกิดความเสียหาย ได้อย่างใหญ่หลวง ดิฉันจึงต้องขออนุญาตท่านประธานสะท้อนความกังวล ความกลัว แล้วก็ความกริ่งเกรงในเรื่องนี้ต่อท่านประธาน แล้วก็ขอฝากถึงคณะรัฐมนตรีให้ได้ช่วยกรุณา ตรึกตรอง แล้วก็คิดให้รอบคอบในการแต่งตั้งกรรมการมาดูแลกองทุน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เฉพาะพระราชก้าหนดเดียวนะคะ เพื่อให้บริหารงานอย่างมืออาชีพ มีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล โปร่งใสแล้วก็เป็นธรรม ท้าไมดิฉันต้องพูดอย่างนี้คะ ทั้งนี้ก็เพื่อให้สอดคล้อง กับนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ภายใต้ ข้อ ๑.๓ ท่านประธานคะ เรื่องป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในภาครัฐอย่างจริงจัง โดยยึดหลักความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลที่เป็นสากล ขยายการบังคับใช้ของบทบัญญัติเรื่องการห้ามการกระท้าที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ให้ครอบคลุมผู้ใช้อ้านาจรัฐในต้าแหน่งส้าคัญและต้าแหน่งระดับสูงอย่างทั่วถึง เข้มงวด ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ เสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลของบุคลากรภาครัฐ ตลอดจน ปลูกฝังจิตส้านึกและค่านิยมของสังคมให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องชอบธรรม ดิฉันเห็นด้วยอย่างมากเลย แต่ท่านประธานคะ เท่าที่ผ่านมาอาจจะไม่มีใครได้ช่วยเตือน วันนี้ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าหยุดเถอะค่ะ รัฐบาล ที่จะเดินหน้าคิดแต่งตั้งกรรมการกองทุนตามอ้าเภอใจของคณะรัฐมนตรีหรือของใคร โดยไม่ได้แยแสต่อความรู้สึกต่อหัวจิตหัวใจ ต่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และของประเทศชาติเลย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะท่านประธานคะ เฉพาะพระราชก้าหนดฉบับนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยในแนวคิดนะที่จะต้องมีการช่วยเหลือ แต่วิธีการสิคะ ท่านประธาน แม้เพียงเรื่องเดียวคือเรื่องการแต่งตั้งกรรมการก็ให้อยู่ในมือของ ครม. ทั้งหมด โดยไม่มีกรอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแต่ประการใดเลย ท่านประธานคะ ดิฉัน ก็อยากจะเรียนเตือนว่านี่คือภาระของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ขอบพระคุณค่ะ