อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พูดถึงการเมืองและผลกระทบของการตีความของศาลรัฐธรรมนูญต่อการอยู่รัฐบาล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ใช้เงินธนาคารแห่งประเทศไทยในการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และดำเนินการแก้ไขทันทีเพื่อป้องกันความแข็งอ่อนของเงินบาท
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เกริ่นเพราะว่าพรรคฝ่ายค้านวันนี้ถูกพาดพิงอยู่ทั้งวันเหมือนกันนะครับ ท่านประธาน แล้วก็ได้ชี้แจงเหตุผลไปแล้วในส่วนของ ๒ ตัวแรก แล้วสำคัญนะครับ เพราะว่า ความเป็นอยู่รัฐบาลท่านก็ขึ้นอยู่กับการตีความของศาลธรรมนูญเหมือนกันครับ เพราะว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตีความออกมาว่าท่านออก พ.ร.ก. ไม่ชอบ ท่านต้องแสดงความรับผิดชอบ ทางการเมืองครับ
ประเด็นตัวต่อมานะครับ พระราชกำหนดตัวที่ ๓ ครับ รัฐบาลท่านออกเป็น พระราชกำหนดในการที่จะตั้งกองทุนประกันภัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดแบบลูกผู้ชาย เห็นด้วยครับ แล้วตัวนี้เห็นด้วยอย่างหมดเต็มที่ครับ แล้วเห็นว่าเป็นการจำเป็นเร่งด่วน เรื่องนี้สอดรับอยู่แล้วว่าสมควรที่จะต้องทำ เพราะว่าวิกฤตการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เกิดมีปัญหาหลายที่ครับ บริษัทเขาไม่รับประกันภัยเพราะนโยบายของรัฐไม่มีความชัดเจน เรื่องของการเยียวยาเรื่องน้ำท่วม รวมไปถึงเรื่องของมาตรการในการป้องกัน อันนี้ไม่ติดใจครับ ท่านออกเลยครับ แต่ตัวหลังนี่ล่ะครับ เป็นพระราชกำหนดเช่นเดียวกันก็คือเป็นอำนาจ ของรัฐบาลของท่านในการที่จะออกโดยตรง ผมกังวลใจครับ เป็นพระราชกำหนดในเรื่องของการอนุญาตให้มีการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอยู่ที่ร้อยละ ๓ เท่านั้นเองนะครับ ผมโฆษณาให้ท่านด้วย ในวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลักการดี เห็นด้วยครับ ว่าควรจะปล่อยซอฟต์โลนหรือว่าเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย แต่ปัญหามันมีอย่างนี้ครับ คือรัฐบาลท่านกำลังบิดเบือนกลไกนโยบายการเงินของธนาคาร แห่งประเทศไทยอย่างรุนแรงครับ วันนี้ท่านกำลังล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของธนาคาร แห่งประเทศไทยในการใช้เงินครับ หลายต่อหลายครั้งที่รัฐบาลนี้ รัฐบาลท่าน รัฐบาลผม รัฐบาลท่านก็ทำนะครับ ก็คือเรื่องของการปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำโดยผ่านธนาคารออมสินครับ โดยไม่ได้ใช้เงินธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าใช้ผ่านธนาคารออมสินหมายความว่าอะไรครับ เราสามารถเอาเงินงบประมาณเราไปเพิ่มทุนให้ธนาคารออมสินแล้วธนาคารออมสินก็ใช้เงิน เพิ่มทุนของเราไปใช้ในการปล่อยเงินกู้ต่อได้ นโยบายของรัฐ รัฐต้องรับผิดชอบ นโยบายของ รัฐบาลต้องใช้เงินงบประมาณ แต่นโยบายของรัฐบาลของท่านเที่ยวนี้ไปล้วงกระเป๋าเพื่อนครับ ไปล้วงมือกระเป๋าธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยกับรัฐบาลไม่ได้เป็น กระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา ย้ำอีกครั้งนะครับ คนละทฤษฎีนะครับ ท่านใช้เงินงบประมาณ ไม่เหมือนใช้เงินธนาคารแห่งประเทศไทยครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังครับ เพราะของเดิม ผมบอกแล้วผมเห็นด้วยกับหลักการ เห็นด้วยกับหลักการที่จะปล่อยซอฟต์โลนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่ใช่การเอาเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สไลด์นะครับ ผมเตรียมไว้ ๔ สไลด์ แต่ว่าจะขอพูดในสไลด์ที่ ๔ เท่านั้นครับ ห้องโสตครับ ช่วยเอาสไลด์ของผมขึ้นหน่อยนะครับ ระหว่างนี้อธิบายครับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เขาทำงานอยู่แบบนี้ครับ ภาคปีกหนึ่งเขาดูแลกำกับสถาบันการเงิน แต่ภาคอีกปีกหนึ่งเขา ดูแลเรื่องนโยบายการเงิน พยายามจะให้สั้นกระชับไม่ให้หลับนะครับ งานของเขาคือการดูแล นโยบายการเงินนี่มี ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเขาเรียกว่าฝ่ายกิจการธนาคาร อีกฝ่ายหนึ่งเขาเรียกว่า ฝ่ายออกบัตร ฝ่ายออกบัตรพูดง่าย ๆ คือพิมพ์แบงก์ครับ แล้วก็ต้องมีบัญชีทุนสำรองเงินตรา ระหว่างประเทศเป็นการแบค (Back) การพิมพ์ธนบัตรครับ ส่วนนี้เขาเรียกฝ่ายออกบัตรนะครับ ผมจะตัดฝ่ายขวาออกไปจะพูดฝ่ายซ้ายเรื่องของกิจการธนาคาร เงินแบงก์ชาติเอาไปทำอะไรครับ เอาไปทำในการดูดซับสภาพคล่อง เอาไปการดูแลของสภาพค่าเงินบาท ดูดซับสภาพคล่อง ในระบบทำอะไรครับ และนี่คือความแตกต่างว่าเงินหลวงหรือเงินงบประมาณไม่เหมือน เงินแบงก์ชาติครับ ท่านทราบไหมครับ ทุกวันนี้เขากลัวเรื่องอัตราเงินเฟ้อ คือถ้าเงินเฟ้อ คือเงินในระบบมีเยอะ ๆ เยอะ ๆ เข้า ค่าเงินของประเทศไทยมันจะไม่มีค่าครับ ของมันจะแพงครับ วันนี้สภาพเงินในตลาดหลังจากแบงก์พาณิชย์ทุกแบงก์ปล่อยกู้ไปเสร็จแล้ว เหลือสภาพคล่อง ส่วนเกินอีกเท่าไรท่านประธานรู้ไหม ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำอย่างไรครับ ไปกู้เงินครับ มีเงินนะครับ ไปดูดสภาพคล่องออกมาครับ ให้แบงก์พาณิชย์ จ่ายดอกเบี้ยแค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้นทุนเงินของแบงก์ชาติอยู่ ๓ เปอร์เซ็นต์ แบงก์ชาติ ยอมขาดทุนทุกครั้ง ทุกวัน ที่ไปดูดซับสภาพคล่องออกจากระบบครับ ขาดทุนทุกวันครับ เพราะเขากลัวเงินมันเฟ้อ พอเงินมันเฟ้อของมันแพง พอเงินมันเฟ้อของมันแพงค่าเงิน มันตกครับ แล้วเขาก็ดูแลสภาพค่าเงินบาทด้วยไม่ให้ค่าเงินบาทอ่อนไป ค่าเงินบาทแข็งไปครับ นี่คือเงินส่วนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องใช้ครับ ปรากฏว่าเที่ยวนี้ท่านบอกว่าให้แบงก์ชาติ ปล่อยซอฟต์โลนคืออะไรครับ คือให้แบงก์ชาติปล่อยเงินออกมาให้กู้ครับ ทุกวันนี้แบงก์ชาติ ยังต้องดูดซับสภาพคล่องอยู่ ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อวัน เมื่อท่านบอกให้แบงก์ชาติ ปล่อยมาอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แบงก์ชาติทำอย่างไรครับ ง่าย ๆ เลยครับท่านประธานครับ นี่เรื่องจริงครับ พูดแล้วเดี๋ยวชาวบ้านตกใจครับ แบงก์ชาติพิมพ์เงินครับ เงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของท่าน คือแบงก์ชาติเข้าเครื่องครับ แล้วก็พิมพ์เป็นแบงก์ออกมาครับ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เกิดอะไรขึ้นครับ
๑. กระทบต่อค่าเงินสกุลเงินบาททันทีครับ ความแข็งค่า ความอ่อนค่า เกิดขึ้นทันทีครับ
๒. สภาพคล่องในตลาดแบงก์ชาติจะต้อง ถ้าแบงก์พาณิชย์ไม่ปล่อยต้องไป ดูดออกมานะครับ ต้องเสียค่าธรรมเนียมมหาศาลนะครับ พอเสียค่าธรรมเนียมมหาศาล เกิดอะไรขึ้น แบงก์ชาติไม่มีเงินกำไรมาจ่ายหนี้กองทุนที่ท่านบอกอย่างไรครับ ย้อนกลับไป ตอนต้น ท่านกำลังทำให้เรื่องมันโอละพ่อครับ เงินแบงก์ชาติไม่ใช่เงินของรัฐบาลที่จะนำไปใช้ อะไรก็ได้ครับ มันใช้เพื่อในการรักษาสภาพคล่องในระบบ มันใช้เพื่อการดูแลค่าเงินครับ การดำเนินนโยบายของท่านแบบนี้ มันจะนำมาสู่หายนะ ของประเทศครับ พูดแบบนี้ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับโครงการซอฟต์โลน ดอกเบี้ยต่ำที่จะปล่อย แต่อย่าลักไก่โดยการล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้เงินงบประมาณ แล้วใช้ไม่เยอะ โดยธรรมเนียมครับท่านประธาน เวลาเราจะให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้เรา ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ เราเพิ่มทุนให้ธนาคารออมสินลองใส่ไป ๓,๐๐๐ ล้านบาทสิครับ เงินมัน จะก่ออีก ๑๐ เท่าครับ นี่ธรรมดาเลยนะครับ ท่านอยากได้สินเชื่อใหม่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มทุนให้ธนาคารออมสินอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ เขาทำกันแบบนี้ แล้วรัฐบาลท่าน หรือรัฐบาลผมก็ทำกันแบบนี้ แต่เที่ยวนี้ครับ มีคนคิดพิสดารให้ท่านในสูตรนี้ครับ นี่คือสิ่งที่ ผมกังวลใจในวิธีการบริหารราชการแผ่นดินของท่าน และที่สำคัญท่านตัดสินใจจะออกเป็น พระราชกำหนดซึ่งเป็นอำนาจของฝ่ายรัฐบาลโดยตรง โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วนในการ ออกครับ ช่วยกันคิดสิครับ ผมยอมรับกับท่านแบบลูกผู้ชาย แล้วไม่ค้านไปเมื่อกี้ไปแล้วว่า ในส่วนของ พ.ร.ก. ที่ท่านออกมาตั้งกองทุนประกันภัย ผมไม่ค้านท่านเลยครับ ให้ใจท่าน เต็มร้อยครับ แต่ที่เหลือผมไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับท่านได้ครับ แล้วนี่เป็นบทสรุปสุดท้าย ในวันนี้ที่จะบอกท่านว่าผมตั้งใจจริงครับ ที่อยากจะเห็นกฎหมายต่าง ๆ นโยบายรัฐบาลนั้น ออกไปโดยมีประสิทธิภาพ พรรคเพื่อไทยของท่านชนะเสียงมา ๑๕ ล้านเสียงครับ ท่านจะเป็น รัฐบาลต่อไปจนครบ ๔ ปีครับ แล้วจะไม่มีใครมาโค่นล้มท่านได้ทั้งนั้นครับ แต่ถ้าตราบใด ท่านยังคงออกนโยบายที่มีปัญหาอยู่เรื่อย ๆ แล้วผิดพลาดเรื่อยมาตั้งแต่นโยบายด้านพลังงาน ที่อดีตรัฐมนตรีก็ได้ออกไปแล้ว แล้วถ้าวันนี้ท่านทำประเทศไทยล้วงมือไปยังกระเป๋าธนาคาร แห่งประเทศไทยทำนโยบายการเงินผิดพลาดอีก นี่คือความเสียหายของประเทศนี้ แล้วนั่นคือสิ่งที่เรายอมไม่ได้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ