สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการขยายตัวของศาลปกครอง โดยเรียกร้องให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของการจัดตั้งศาลปกครองในจังหวัดต่างๆ รวมถึงการพิจารณาถึงความจำเป็นในการบริการประชาชน และความจำเป็นในการรองรับคดี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงการดำเนินคดีของศาล โดยเสนอแนวทางในการลดต้นทุนการสร้างศาลให้เหมาะสม และการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการฟ้องคดี

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองจังหวัดภูเก็ต จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดนครสวรรค์ ที่มาเสนอนะครับ ผมขอให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา คือเท่าที่ผมดูศาลก็เหมือนโรงพยาบาล ในเมื่อโรงพยาบาลทั่วประเทศไม่พอสมัยเก่าเราก็ไปกําหนดเอาตามภูมิประเทศ ตามประชากร รวมทั้งคํานึงถึงหมอ พยาบาลพอเพียงไหม ทีนี้ท่านทําเริ่มต้นท่านเขียนไว้ ๑๖ แห่ง มีจังหวัดแพร่กับจังหวัดสกลนครแล้วท่านก็ไม่ทํา ท่านไม่มีเหตุผลนะครับ เพราะว่าอันนั้นเป็นไปตามหลักวิชาการด้วย จริงอยู่จะมีเหตุผลที่จะไปหักล้างว่าอันนั้น ไม่เหมาะสม อันนี้ไม่เหมาะสมมันก็ต้องอธิบายความ เพราะว่าอันนี้ถือว่าเป็นงานที่จะต้อง บริการประชาชน เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ทางศาลปกครองไปคํานึงพวกนี้ด้วย เพราะว่าความคาดหวังประชาชนมีมากเหมือนการจัดตั้งโรงพยาบาล อันที่ ๑ นะครับ

ผมขอก้าวไปถึงเกณฑ์ของท่านนิดหนึ่งนะครับ คมนาคมสะดวก ๒ ชั่วโมง ห่างกัน ๒๐๐ กิโลเมตร เห็นด้วย เพราะว่าทางสาธารณสุขที่จะมีพวกศูนย์ดูแลสุขภาพ เฉพาะทางเรา ๑๐๐ กิโลเมตร แต่อันนั้นมันเรื่องชีวิตมันรอไม่ได้ แล้วก็อัตรารองรับคดี ซึ่งอันนี้ก็เป็นทั้ง ๒ แง่ เพราะว่าถ้าคดียิ่งเยอะแสดงว่าสังคมมันแย่แล้ว ก็เหมือนคนไข้เยอะ ก็แสดงว่าการดูแลสุขภาพไม่ดี เพราะฉะนั้นมันต้องไปแก้วิธีอื่นไม่ใช่เพิ่มโรงพยาบาล

อันที่ ๓ ผมกล่าวไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ความไม่เป็นธรรมในสังคม เป็นเรื่องสําคัญ บ้านเมืองที่เกิดปัญหาในปัจจุบันนี้ก็คือเรื่องความไม่เป็นธรรม ตอนนี้ผมขอสะท้อน ความเข้าใจของประชาชนในเขตโดยเฉพาะภาคอีสานกับต่างจังหวัด ความยุติธรรม นี่ศาลเอียงนะครับว่าตรง ๆ ปกติศาลของเราที่มีชื่อก็คือศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม แล้วก็ศาลปกครอง บางครั้งศาลก็แก้วิกฤติชาติได้ บางครั้งศาลก็ซ้ําเติมวิกฤติชาติ ผมยกตัวอย่างนิดหนึ่งครับ เรื่องมาบตาพุดที่มีศาลปกครองให้คุ้มครองพิเศษ แล้วก็รัฐมีการลงทุน ไปแล้วเป็นแสนล้านบาท แล้วเกิดความเสียหาย เพราะว่าเท่าที่ผมดูในเอกสารของท่าน ท่านอ้างว่าที่ต้องมีอย่างนี้ออกกฎหมาย เพราะว่ามี เมกะโปรเจกต์ (Mega Project) ต่าง ๆ ผมก็อยากจะให้ท่านผู้พิพากษา บางทีก็ต้องคํานึงพวกเมกะโปรเจกต์ แล้วถ้าท่านจะแนะนํา รัฐอะไรบ้างน่าจะทํา ไม่ใช่ปล่อยไปแล้วไปตัดสินคุ้มครองพิเศษก็มีปัญหา

หรืออีกอันหนึ่งผมก็ไม่แน่ใจ ก็คือเขตอํานาจศาล กรณีที่ไปเจรจาระหว่าง เขมรกับไทย แล้วก็มีคุ้มครองพิเศษให้อะไรต่าง ๆ เป็นโมฆะไป ผลปรากฏว่ามันเรื่องยุ่งยาก ตามมามากมาย อันนี้ผมก็อยากให้ศาลปกครองไปดูจริง ๆ ว่าขอบเขตอํานาจศาลจริง ๆ มันควรจะเป็นอย่างไร การใช้ดุลยพินิจที่สุดโต่งต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ผมว่าควรจะต้องดูแล เหมือนท่านสมาชิกที่พูดไปเมื่อสักครู่นี้ บังเอิญเมื่อสักครู่นี้อาจจะมีเกี่ยวข้องกับท่านทั้งหลาย เกี่ยวกับ กกต. แต่อันนี้จะเป็นคล้าย ๆ ว่ามันเป็นสิ่งปลูกฝังในจิตใจว่าประชาชนที่เขาหวังว่า ศาลจะเป็นที่พึ่งที่สุดท้าย แต่ก่อนไม่มีใครเถียง แต่ตอนนี้มันเริ่มมีความรู้สึกคลางแคลงใจ ขึ้นมา ถ้าศาลถูกคลางแคลงใจมาแล้วนี้ ทุกอย่างในประเทศไทยจะเปลี่ยนไปหมดครับ อันนี้ผมเรียนท่านนะครับ

ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะให้ฝากไปยังศาล คือผมคิดว่าผู้พิพากษา เขาเป็นคนธรรมดาเป็นข้าราชการเหมือนกัน เรียนกฎหมายมาเหมือนกัน การตัดสินคดีต่าง ๆ ควรจะมีไกด์ไลน์ (Guideline) ก็เหมือนคุณหมอที่เขารักษา เรายังมีไกด์ไลน์ให้ว่าควรจะมี อย่างนี้ ๆ เลือกวิธีไหนที่ปลอดภัยกับคนไข้มากที่สุด ศาลก็คงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นดุลยพินิจ ที่สุดโต่งอันนี้ไม่ควรอย่างยิ่งนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วท่านไปตั้งศาลต่าง ๆ ผมก็ชอบใจท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งที่บอกว่าแนวทางการดําเนินคดีของศาล ก็มีหลายแบบ การไปลงทุนศาลแต่ละแห่ง ๓๐๐ ล้านบาท แล้วก็ต้องไปสร้างบ้าน ผมก็นึกถึง สมัยก่อนที่เราไปสร้างโรงพยาบาล ต้องสร้างบ้านพักให้คุณหมอต่าง ๆ ขึ้นมา ปัจจุบันนี้ไม่มี เพราะเขาเป็นแฟลต เพราะว่าบ้านเมืองมันเจริญขึ้นก็ควรจะเป็นลักษณะเป็นแฟลต ประหยัด และอีกอย่างหนึ่งถ้าเป็นไปได้ในที่บางที่มันไม่ใช่เป็นที่ต้องมากมายไปเช่าได้ไหม อย่างนั้นนะครับ คือในบ้านเมืองถ้ามีเงินมีทองเยอะแยะ ผมเห็นด้วยเต็มที่เอาให้หรูหราเลย ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้ายังไม่เหมาะน่าจะมีการปรับนิดหนึ่ง โดยเฉพาะในที่ที่ท่านคิดว่าจําเป็นก็ไป เช่าหรือไปดําเนินการอย่างนั้นก็ได้

ท่านประธานที่เคารพ อีกอันหนึ่งคดีต่าง ๆ ที่มากมายขึ้น วันต่าง ๆ ที่ท่านเปิดโอกาสให้ยื่นไปทางไปรษณีย์บ้าง เขียนด้วยลายลักษณ์อักษรบ้าง ผมก็มีโอกาส ได้รับคําร้องจากประชาชนว่าที่ท่านทําอย่างนั้นมันเป็นความคิดที่ ท่านก็เขียนเองว่า มันไม่ค่อยได้ผล เขาไม่เข้าใจนะครับ แล้วเวลาเขียนจริง ๆ ไม่รู้จะเขียนอย่างไร ผมไปดูที่ ศาลปกครองเองก็ยังดีที่ท่านตั้งหน่วยงานที่จะให้คําปรึกษาการเขียน แต่ทีนี้ถ้าเขาอยู่บ้านเขา ไม่รู้จะเขียนอย่างไร ปรึกษาไม่ได้ ถ้าไปศาลนะมีหน่วยแนะนํา ผมก็คิดว่าถ้าเป็นไปได้ การฟ้องคดีหรือว่ายื่นคําร้องทางไปรษณีย์ หรือว่าให้ไปถึงที่อาจจะผ่านหน่วยงานอื่น ที่แนะนําไปให้เขาทําได้ ก็เหมือนถ้ามีโรคเยอะ ๆ ถ้าคุณหมอตั้งรับที่โรงพยาบาลคงไม่ทัน คงจะต้องมีการส่งหน่วยออกไปส่งเสริมสุขภาพ เช่น ให้ออกกําลังกาย ระวังเรื่องอาหาร หรืออะไรดูแล ผมคิดว่าน่าจะทําคล้าย ๆ กัน โดยเฉพาะเรื่องการลดคดีต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้อง กับท่านบ้างครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเสนอแนะนิดหนึ่งครับ ในองค์กรของท่าน ได้มีการตรวจสอบกันหรือไม่ เพราะว่าพอพูดถึงศาลแล้วคนก็ไม่กล้าที่จะพูด เพราะว่าเดี๋ยวไป ล่วงอํานาจศาล ทั้งที่บางทีก็อาจจะต้องวิจารณ์ได้เพราะเป็นเรื่องวิชาการ เกิดในองค์กรของท่าน ท่านไปเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองใช่ไหมครับ เช่นมีอดีตประธานศาลปกครอง ที่ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ ผมไม่แน่ใจว่าท่านอะไร แล้วก็ไปมีข่าวพัวพันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง การปกครองในบ้านเมืองไทย อย่างนี้ในองค์กรของท่านมีการจัดการกันหรือไม่นะครับ ผมก็อยากจะฝากอันนี้ไปถือว่าเป็นการอภิปรายที่เราต้องการจะสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคม ที่มีความยุติธรรม ทุกคนก็เคารพกติกา ก้าวไปข้างหน้า ถ้าไปมองแบบการเมืองเก่า หรือว่าทําแบบเก่า ๆ ดั้งเดิมมันไปไม่ได้ ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมก็อยากให้ท่านช่วยพิจารณาเรื่องนี้นะครับ สุดท้ายนี้ผมก็สนับสนุนศาลปกครอง แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะต้องไปตั้งครบทุกจังหวัด น่าจะเป็นบางตําแหน่ง แล้วไปแก้ไขปัญหาที่จะลดคดีอย่างอื่นมากกว่า หรืออํานวยความสะดวก ให้ประชาชน แล้วก็เร่งตัดสินคดีให้เร็ว ขอบพระคุณครับ