อัญชลี วานิช เทพบุตร หารือเรื่องการจัดตั้งศาลปกครองจังหวัดภูเก็ต โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตั้งศาลปกครองจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการพัฒนาในภูมิภาคฝั่งอันดามัน และการมีศาลปกครองจังหวัดภูเก็ตจะช่วยให้ประชาชนในภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องให้ใช้งบประมาณในการจัดตั้งศาลปกครองอย่างมีประสิทธิภาพและระมัดระวัง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการจัดตั้งศาลปกครองที่จังหวัดภูเก็ต ดิฉันคงจะให้ความเห็น ในทางสนับสนุนค่ะ เพราะว่าตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีเศษที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อศาลปกครองกลาง หรือว่าศาลปกครองสูงสุดได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ นั้น ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมาทางศาลปกครองเองก็ได้เป็นที่พึ่งหลักให้กับพี่น้องประชาชนในการเข้าถึง ความยุติธรรมต่อข้อพิพาทในกรณีของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วก็พี่น้องประชาชน เมื่อมีข้อพิพาทต่อกันได้อย่างดีมาโดยตลอดนะคะ สําหรับการจัดตั้งศาลปกครองที่ภูเก็ต หากจะถามดิฉันว่ามีความจําเป็นหรือไม่ ก็คงต้องเรียนยืนยันเหมือนที่ท่านวิทยาได้กรุณา กล่าวแล้วค่ะ ดิฉันคิดว่ามีความจําเป็นอยู่ค่อนข้างมากทีเดียวสําหรับการกระจาย สถานที่ตั้งนั้นคงต้องเรียนว่าจนถึงปัจจุบันนี้ศาลปกครองในภูมิภาคมีอยู่ด้วยกัน ๙ แห่ง ที่ได้เปิดดําเนินการไปแล้ว ไม่ว่าจะทางภาคเหนือซึ่งมีอยู่ ๒ แห่งด้วยกัน ที่เชียงใหม่ กับพิษณุโลก ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะมีอยู่ประมาณ ๔ แห่ง ตะวันออกก็มีแล้ว ภาคกลางก็มี ทางภาคใต้นั้นมีอยู่ ๒ แห่งก็คือที่จังหวัดสงขลาและที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ทางฝั่งอันดามันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต พังงา กระบี่ หรือว่าระนองเองการเดินทางที่จะต้องไป ยื่นเรื่องในข้อพิพาทระหว่างรัฐกับพี่น้องประชาชนนั้นต้องเดินทางไปถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้ระยะเวลาเดินทางค่อนข้างไกลค่ะ แล้วก็ค่อนข้างไม่สะดวกอยู่มาก เพราะฉะนั้นการที่มา จัดตั้งศาลปกครองอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ดิฉันคิดว่าก็จะอํานวยความสะดวกให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้การพัฒนาเมืองภูเก็ตเป็นไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็มีแนวโน้มที่กว้างขวางในบริบทของข้อขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นแน่ในโซนของฝั่งอันดามันไม่ว่าจะในเรื่องของการบริการต่าง ๆ ที่รัฐควรจะ พึงมี การอนุญาต อนุมัติต่าง ๆ ที่รัฐจะต้องดําเนินการควบคู่ไปกับทางภาคเอกชน ดิฉันคิดว่า จํานวนปริมาณของคดีความต่อไปในอนาคตก็ต้องขยายวงกว้าง เพียงแต่ว่าดิฉันอยากจะฝาก ข้อสังเกตอย่างนี้ค่ะ ๒-๓ ประการ ข้อสังเกตซึ่งทางไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนเองก็ตาม ในจังหวัดพังงาหรือว่าจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งเพื่อนข้าราชการทั้งหลายได้ฝากข้อสังเกตว่าทําไม เวลาส่วนราชการจากทางส่วนกลางเวลาจะลงไปในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปทางโซน อันดามันไม่ค่อยมีใครที่จะลงไปจัดตั้งที่จังหวัดพังงาเท่าไรค่ะ คงต้องเรียนว่าทุกหน่วยงาน ก็ขยัน ตั้งใจไว้ว่าจะลงไปที่จังหวัดภูเก็ต ทั้ง ๆ ที่จังหวัดพังงาเองจะเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง กับภูเก็ต ใช้สนามบินพาณิชย์ก็ใช้สนามบินร่วมกับภูเก็ตได้ ระยะเวลาการเดินทางจากภูเก็ต ไปถึงพังงาก็ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ๘๐ กิโลเมตรเท่านั้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชน ทั้งภูเก็ต ทั้งพังงาเองเรามีแนวโน้มในการวางยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเมืองที่ควบคู่กันไป ภูเก็ตนั้นต้องรองรับเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประตูเชื่อมการท่องเที่ยวโลก เพราะฉะนั้น ต้องรับจํานวนนักท่องเที่ยวเป็นจํานวนมากอยู่แล้วในแต่ละปีนะคะ ไม่รวมพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศค่ะ ๗๖-๗๗ จังหวัดก็ไปทํางานอยู่ที่ภูเก็ตมากแล้ว ส่วนจังหวัดพังงานั้น เราตั้งใจจะพัฒนาไปเป็นเมืองของการเพิ่มองค์ความรู้ เมืองของศูนย์ราชการ ไปเป็นครัวของ อันดามัน เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นถ้ามีการขยายและพัฒนาเมืองควบคู่กันไป ดิฉันคิดว่า จะเป็นประโยชน์อยู่ค่อนข้างมาก นี่ก็เป็นประเด็นข้อสังเกตที่ฝากเอาไว้นะคะ นอกจากนั้น คงต้องเรียนในเรื่องของงบประมาณของการจัดตั้งในอนาคตค่ะ งบประมาณของการจัดตั้ง ศาลปกครองในภูมิภาคต่าง ๆ ดิฉันเองก็ไม่ค่อยติดใจเท่าไรนัก เพราะว่าดูสิ่งที่เกิดขึ้นของ ศาลปกครองที่ไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ก็ใช้งบประมาณอย่างสมเหตุสมผล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ดิฉันคิดว่าเมื่อศาลปกครองไปตั้งอยู่แล้ว ใช้งบประมาณ ไม่มาก แต่ก็เอื้ออํานวยประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้เช่นเดียวกัน ก็เหมือนกันค่ะว่า ศาลปกครองเมื่อไปตั้งอยู่ที่ภูเก็ตก็อยากจะฝากประเด็นว่าควรจะใช้งบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างนี้ก็จะช่วยอํานวยความสะดวกให้กับประชาชนแล้วก็เป็นที่ ชื่นชมให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ใช้งบประมาณของพี่น้องประชาชนอย่างระมัดระวัง คงต้องเรียนว่าทางภูเก็ตมีเนื้อที่อยู่ค่อนข้างจํากัดอยู่แล้ว ในขณะนี้กองบัญชาการตํารวจ ภาค ๘ ก็ไปใช้เนื้อที่อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต แล้วดิฉันก็เข้าใจว่าศาลปกครองก็คงจะใช้พื้นที่ ในบริเวณเดียวกัน อย่างกองบังคับการตํารวจภูธร ภาค ๘ ก็เหมือนกัน จริง ๆ ตั้งที่สุราษฎร์ธานี ก็ดีอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไปใช้พื้นที่ที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อจะย้ายกองบังคับการตํารวจภูธร ภาค ๘ มาอยู่ที่ภูเก็ต อย่างนี้ก็จะเป็นประเด็นที่จะต้องมีการพิจารณาต่อไปว่าคุ้มกับการลงทุนหรือว่า การใช้งบประมาณของรัฐ แล้วก็จะสะดวกสบายต่อเพื่อนข้าราชการที่เป็นตํารวจที่ต้อง เดินทางจากทุกจังหวัด ซึ่งเดิมเคยเดินทางกันค่อนข้างสะดวก แล้วก็ไปลงที่สุราษฎร์ธานี แต่วันนี้ทุกจังหวัดที่ขึ้นกับภาค ๘ ต้องเดินทางไปที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งการจราจรก็จะแออัด เพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย ตรงนี้เป็นประเด็นที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ตามการที่ศาลปกครองจะไปตั้งที่จังหวัดภูเก็ต ด้วยเหตุผลและด้วยความจําเป็นทุกประการ ดิฉันคิดว่าก็จะมีการให้การสนับสนุนแล้วก็เห็นด้วยกับการจัดตั้งศาลปกครองที่ภูเก็ตค่ะ ขอบพระคุณคะท่านประธาน