ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องแก้ไขมาตรา ๗ ว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมการข้าราชการ กรุงเทพมหานครและบุคลากรของกรุงเทพมหานคร โดยอ้างถึงความไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านต้องการ และการลดศักดิ์ศรีของท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยแห่งนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในมาตรา ๗ ว่าด้วยเรื่องของคณะกรรมการข้าราชการ กรุงเทพมหานครและบุคลากรของกรุงเทพมหานคร ผมมีส่วนเห็นด้วยกับท่านขจิตรนะครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านเรื่องของตัวชื่อย่อในส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ผมจะไม่พูดถึง นายกรัฐมนตรี เพราะว่าพูดไปแล้ว แต่ว่าผมมีคําถามที่ท่านแก้ไขในวรรคสอง ในหน้า ๔ ต้องขออนุญาตที่จะต้องระบุหน้านี้ท่านจะได้ดูตามผม วรรคสามครับ วรรคสองให้ผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานครผมไม่พูดถึง วรรคสาม ประธานคณะกรรมการจะมอบหมายบุคคล ใดให้มาประชุมแทนไม่ได้ นั่นหมายความว่าการประชุม ก.ก. ของท่านทุกนัดจะต้องมี ประธานประชุมถึงจะเป็นองค์ประชุม แล้วมาดูอํานาจหน้าที่ในมาตรา ๑๓ คณะกรรมการ ชุดนี้มีอํานาจหน้าที่คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขครับ เพียงแต่ผมจะยกตัวอย่างมันสอดคล้อง หรือไม่เท่านั้นเอง คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ให้คําแนะนําแก่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารงานทรัพยากรบุคคล การจัดระบบราชการ กรุงเทพมหานคร และการพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯ นําสู่การปฏิบัติชุดนี้เป็นคณะกรรมการที่จะให้คําแนะนํา นี่ผมอ่านเฉพาะ (๑) ถ้าจะให้ ผู้ว่าฯ เป็นประธานผมก็เห็นด้วยนะครับก็แก้ตรงนี้นิดหนึ่ง ตัวเองเป็นประธานตั้งคนอื่นมา ช่วยให้คําแนะนําประธาน ผมคิดว่ามันดูมันน่าจะไม่เหมาะสมในรูปแบบการเขียนกฎหมาย แต่ว่าร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านรับไปเรายึดโยงกับผู้กํากับดูแลให้เขาเป็นประธาน เอาล่ะ ถึงแม้ว่าขณะนี้ท่านจะไม่ชอบกระทรวงมหาดไทยผมรู้ แต่จะคิดถึงปัจจุบันครับ กฎหมายนี้ใช้บังคับทั่วไปเป็นการทั่วไป เขาเป็นผู้กํากับดูแลเขาย่อมต้องรับรู้รับทราบในเรื่อง การบริหารราชการ โดยเฉพาะบริหารงานบุคคลของหน่วยงานที่เขาต้องกํากับดูแล เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะต่าง ๆ เขาน่าจะเป็นประโยชน์นะครับ แล้วไปดูอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการชุดนี้นะครับใน (๓) ออกข้อบังคับระเบียบ กําหนดหลักเกณฑ์ตลอดจน พระราชกฤษฎีกา ใน (๒) เสนอมีตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๓ ที่ท่านเขียนรองรับอยู่ ท่านประธานครับผมเองต้องเรียนท่านประธานว่าร่างที่คณะกรรมาธิการรบไปจากผู้แทนเรา คิดตามสารระบบโดยยึดโยงการบริหารราชการแผ่นดินบริหารงานบุคคลเข้ามาเกี่ยวเนื่องซึ่ง กันและกัน ก็มอบไปลักษณะอย่างนั้น แต่เมื่อท่านเปลี่ยนนะครับ ท่านเปลี่ยนท่านเอา นายกรัฐมนตรีมานั่งเป็นคณะกรรมการ และเขียนข้อเสนอแนะ ท่านผู้ว่าฯ ช่วยทําหน่อยนะ นี่ละครับศักดิ์ศรีนายกรัฐมนตรีเมืองไทย นายกรัฐมนตรีย่อมมีอํานาจที่สั่งการ แม้กระทั่งไม่มอบเลย เรียกผู้ว่าฯ มาสั่งการยังได้ เพราะเขาเป็นผู้บริหารถึงมีอํานาจสูงสุดในฝ่ายบริหาร คณะรัฐมนตรีคือองค์กรบริหารสูงสุด ประเทศนี้ครับ ย่อมมีอํานาจ ท่านเขียน ผมอ่านแล้วผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมแทบยังไม่อยาก เป็นเลยครับ ไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการประชุมคณะกรรมการ กก. ทั้งหมด แล้วทํา ข้อเสนอแนะท่านผู้ว่าฯ ช่วยทําหน่อยนะ ท่านผู้ว่าฯ ทําแบบตามนี้ ทําไมครับ เพราะท่านอยากได้อย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมว่าด้วยความเคารพท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการครับ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านแก้อย่างนี้ แก้แล้วดูการเขียนบทบัญญัติ รองรับข้างหลังท่านก็ไม่ดูแลตามไปด้วย ท่านอยากได้ข้างหน้าแต่ท่านไม่แก้ข้างหลัง อํานาจ หน้าที่อะไรต่าง ๆ ที่จะมีสอดรับ ท่านไม่ได้แปรสภาพให้สมศักดิ์ศรีของความเป็น นายกรัฐมนตรีเลย ท่านมองว่านี่ประธาน ก.ก. คนหนึ่งเท่านั้น แต่ท่านดึงนายกรัฐมนตรีลงมา ด้วยความเคารพครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะประเด็น คําถามผมนะครับ ถ้าให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประธานกรรมการจะมอบหมายบุคคลใด ให้มาประชุมแทนไม่ได้ เก่งมากครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ล็อกเลยครับในกฎหมายฉบับนี้ ต้องขออภัยผมใช้ภาษาอังกฤษต้องขออนุญาตถอด กรรมาธิการชุดนี้เขียนบังคับไว้เลยว่า ในการประชุม กก. ทุกนัด ทุกครั้งประธานจะส่งผู้ใดแทนไม่ได้เลย ต้องมาประชุม ปีหนึ่ง ประชุมกี่ครั้งครับ ท่านบอกว่าการประชุมท่านเขียนรองรับไว้นิดหนึ่งนะครับ ให้นํา บทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอํานาจดําเนินการพิจารณาการปกครองตามกฎหมายว่า ด้วยวิธีการปฏิบัติทางการปกครองมาบังคับแก่การประชุม ไปดูกฎหมายวิธีการปกครองมา ประชุมโดยอนุโลม ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ผมยกขึ้นมา ในเนื้อหาสาระของกฎหมาย ฉบับนี้ ผมว่าแก้ไขอย่างนี้ไม่สอดรับไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านต้องการครับ และเป็นการลด ศักดิ์ศรีของท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยแห่งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ