ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 19 ของกฎหมาย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประกาศที่ดินเป็นที่สงวนหวงห้ามเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้น และเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณาแก้ไขข้อความในมาตรา 19 เพื่อให้เหมาะสมกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความไม่เข้าใจในพระราชบัญญัติป่าชุมชน และขอให้ระบุระยะเวลาการประกาศสงวนหวงห้ามให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ของชุมชนในภาคเหนือและภาคอีสาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะที่เป็นสมาชิก ขออนุญาตใช้สิทธิสมาชิกที่กรรมาธิการ ได้ไปแก้ไขในมาตรา ๑๙ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๙ เป็นหัวใจ ต่อเนื่องจากมาตรา ๑๘ เป็นหัวใจของกฎหมายฉบับนี้ที่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์จากการที่คณะกรรมาธิการ จะไปประกาศที่ดินที่ได้ประกาศเป็นที่สงวนหวงห้าม แล้วสามารถนําไปจัดสรรให้กับ พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นที่ทํากินหรือที่อยู่อาศัย ในมาตรา ๑๙ (๑) กรรมาธิการมีการ เปลี่ยนแปลงแก้ไขอยู่ ๓ จุด ท่านประธานครับ ในเจตนารมณ์กรรมาธิการ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานต้องอ่านทั้งวรรคนะครับ ทั้งวงเล็บ เนื่องจากว่ามันเป็นข้อความต่อเนื่อง ร่างเดิมนะครับท่านประธาน ของสภาผู้แทนราษฎรที่เราส่งให้กรรมาธิการไปก็คือ (๑) ทางราชการได้มีการประกาศให้ที่ดินดังกล่าวเป็นที่สงวนหวงห้ามเพื่อใช้ประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ ร่างเดิมเขียนว่า มาเป็นเวลานานแล้ว กําหนดระยะเวลาด้วย กรรมาธิการ ตัดออก กรรมาธิการเพียงแต่ ให้เป็นที่สงวนหวงห้ามเพื่อใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ไม่กําหนดเงื่อนไขเวลา ร่างเดิมนะครับ และปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นที่ดินซึ่งมิได้ใช้ประโยชน์ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการสงวนหวงห้ามนั้น ประกาศที่สงวนแล้ว ประกาศไปที่ป่าไม้ แต่ไม่ใช่เป็นป่าไม้ก็เอานํามาจัดสรรได้ ร่างเดิมเขียนต่อนะครับ หรือไม่มีสภาพที่เหมาะสม แก่การใช้ประโยชน์ตามที่สงวนหวงห้ามแล้ว กรรมาธิการตัดออกครับ ไม่มีสภาพที่เหมาะสม แก่การใช้ประโยชน์ตามที่สงวนหวงห้ามแล้ว ผมคิดว่าในร่างเดิมมีความจําเป็นที่จะต้องเขียนไว้ เพราะมันมีเงื่อนไข ๒ เงื่อนไขครับ ไม่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์หรือมีสภาพที่ไม่เหมาะสม ถึงแม้ผู้สงวนหวงห้ามมีเจตจํานงบอกว่าจะใช้ แต่จากการประเมินแล้วมันไม่มีสภาพ เหมาะสมที่จะใช้ตามวัตถุประสงค์นั้น ก็สามารถนํามาเป็นเงื่อนไขในการที่จะนํามาประกาศ มาจัดสรรได้ การแก้ไขจุดที่ ๓ ท่านประธาน ที่มีความจําเป็น ที่ผมต้องเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ กรรมาธิการไปเติมคําว่า และ ท้ายวงเล็บ และ และต่อ (๒) ที่ดินนั้นได้มีประชาชนครอบครอง ซึ่งมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ขอสงวนความเห็น เปลี่ยนเป็น ถือครอง นะครับ และทําประโยชน์หรืออยู่อาศัยต่อเนื่อง และมีการเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชน มานานกว่า ๑๐ ปีแล้ว ร่างเดิมนะครับ กรรมาธิการหวังดี ซึ่งผมเห็นด้วย ตรงนี้ผมเห็นด้วยกรรมาธิการไปเติมคําว่า ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้จะ บังคับใช้ ก็คือหลังบังคับใช้แล้ว คุณมาขอ อาจจะไม่เข้าเงื่อนไขในการกําหนดระยะเวลา ผมดูอย่างนี้ครับท่านประธาน
ประการที่ ๑ เจตนารมณ์กรรมาธิการคือ จะต้องประกอบด้วย (๑) และ (๒) ถึงจะนํามาจัดสรรได้ ต้องประกอบด้วย ๒ วงเล็บ ท่านก็เลยใส่คําว่า และ ท้ายวงเล็บเข้าไป ลักษณะเขียนอย่างนี้ผมไม่แน่ใจนะครับว่ามันจะสื่อความหมายอย่างนั้นหรือไม่ ทําไมถ้า สมมุติจะเขียนอย่างนั้น และ มันเป็นคําเชื่อม เป็นสันธาน ทําไมท่านไม่เอา (๒) มาต่อเป็น (๑) จะได้หมดข้อกังขาในการที่จะแปลความไป นั่นประการที่ ๑ ในความเห็นผม
ประการที่ ๒ ความเห็นผม ผมคิดว่าระยะเวลาการประกาศสงวนหวงห้าม ใน (๑) น่าจะมีความหมาย ถึงแม้กรรมาธิการบอกว่า ใน (๒) ได้เติมคําว่า ก่อนวันที่ พระราชบัญญัติฉบับนี้บังคับใช้ เฉพาะบังคับ (๒) เท่านั้นเองนะครับ คือพี่น้องประชาชนไป ถือครองหรือไปทํากินหรืออยู่อาศัยเป็นชุมชนมามากกว่า ๑๐ ปีก่อน ที่วันที่กฎหมาย ฉบับนี้จะบังคับใช้ มากกว่า ๑๐ ปีนะครับ เพราะฉะนั้นบังคับเฉพาะ (๒) เงื่อนเวลา (๑) น่าจะมีอยู่ ถ้าท่านประธานคิดว่าการเขียนว่าเป็นเวลามานานแล้วมันไม่สื่อ ก็น่าจะระบุ ระยะเวลาให้สอดคล้องกับ (๒) หรือมากกว่า (๒) ก็ได้ ผมยกตัวอย่างครับ การเขียนอย่างนี้ ทําให้พี่น้องภาคเหนือ ภาคอีสาน ที่อยู่กับชุมชน อยู่กับป่ามาก่อน ก่อนที่จะถูกประกาศ เป็นเขตหวงห้าม เขาได้มีโอกาสครับ กฎหมายป่าชุมชนเราออกมามันมีปัญหามากนําสู่ปฏิบัติ ไม่ได้ เนื่องจากท่านไปล็อก (Lock) เวลาเอาไว้ แต่กฎหมายฉบับนี้จะไปช่วยแก้ไข อย่างพี่น้องภาคเหนือผมนะครับเขาอยู่บนป่าบนเขามานานเป็นร้อยปี ทางการมาประกาศ สงวนหวงห้ามทีหลังเขา เพราะฉะนั้นเขาได้โอกาสพิสูจน์สิทธิตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ ท่านระบุระยะเวลาไปด้วยเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ