สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

อรรถพร พลบุตร พูดเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. อนาคตของเกษตรกรนาเกลือที่ถูกกำหนดไว้ไม่เป็นธรรม และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวนการนิยามเพื่อให้เกษตรกรนาเกลือกลับมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มภาคภูมิ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส ได้มีส่วนร่วมในการอภิปราย เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. .... ผู้อภิปราย ก่อนหน้านี้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายกันออกไป โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของคุณสมบัติ ประเด็นในเรื่องของภาระหน้าที่ที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมให้มากขึ้น ประเด็นความเคลือบแคลงว่าจะมีกลุ่มทุนเข้ามาใช้ประโยชน์จากกองทุน ซึ่งเป็นที่หวังของพี่น้องเกษตรกรหรือไม่ อย่างไร นั่นก็เป็นเรื่องที่จะต้องหาคําตอบ และคําตอบก็อาจจะออกมาได้หลายทาง ไม่ว่าจะเห็นชอบหรือว่าจะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน ผมเองขอใช้โอกาสที่ท่านประธานมอบให้เพื่อได้ทําหน้าที่ ในการต่อสู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขามองกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กฎหมายฉบับนี้ที่ผ่านทั้ง ๒ สภา ด้วยความเจ็บปวด และด้วยความชอกช้ําใจ เพราะวิถีชีวิต ของเขาไม่ได้ปรากฏอยู่เลยในพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนี้ ไม่ว่าจะผ่าน สภาไหนก็ตาม ผมขอทําหน้าที่เป็นตัวแทนของเกษตรกรกลุ่มนี้ แม้ว่าจะมีความหวังไม่มากนัก แต่ผมก็มาจากพวกเขา ผมก็ต้องทําหน้าที่ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร ในวาระแรกหรือวาระที่สอง และวาระที่สามของสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ชี้ให้เห็นว่าพี่น้องเกษตรกรนาเกลือได้ถูกตัดออกไปจากความเป็นเกษตรกร โดยนิยาม ของร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ทั้งที่พี่น้องชาวนาเกลือนั้นมีจํานวน หลายแสนชีวิต แล้วก็อยู่ในหลายจังหวัด ผมก็มีความคาดหวังว่าเมื่อมีการพิจารณา ในขั้นตอนของสมาชิกวุฒิสภา เราก็อาจจะมีที่ยืนขึ้นมาได้ในกฎหมายฉบับนี้ ขณะเดียวกัน ผมเองและคณะ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่นาเกลือทั้งหมด ๔-๕ จังหวัด ก็ได้มีความพยายามที่จะได้พูดคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระเกษตรและสหกรณ์ ท่านธีระ วงศ์สมุทร ที่จะได้ประกาศให้นาเกลือเป็นเกษตรกรตามนิยาม เป็นบัญชีท้ายประกาศ ตามมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อให้มีที่ยืน ก็มีสิ่งซึ่งเกิดขึ้นแล้วก็ได้กระหน่ําซ้ําเติมให้หมดหวังมากยิ่งขึ้น สิ้นหวังมากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ปีที่แล้ว คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานได้รับทราบผลการประชุมของ หน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้กําหนดนิยามออกมาว่า การผลิตเกลือโดยใช้การระเหยของน้ําทะเล ทะเลสาบน้ําเค็ม หรือน้ําเค็มจากแหล่งธรรมชาติ อื่น ๆ โดยใช้แสงอาทิตย์เป็นกิจกรรมประเภทการทําเหมืองหินและเหมืองแร่ นั่นหมายความว่า นอกจากเราจะไม่มีที่ยืนในร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรแล้ว เรายังถูกประทับตราให้เป็นอาชีพอื่นที่ไม่ใช่เกษตรกร ด้วยมติของคณะกรรมการชุดนี้ แล้วเมื่อค้นลงไปว่ามติของคณะกรรมการชุดนี้เกิดจากอะไร ท่านประธานทราบไหมครับว่า วิถีชีวิตของเกษตรกรนาเกลือหลายแสนคนถูกกําหนดอนาคตด้วยอะไร ด้วยพจนานุกรมครับ ผมว่ามันไม่เป็นธรรมเลยครับ หลังจากนั้นคณะ ส.ส. นาเกลือได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนการนิยาม เพื่อให้พี่น้องนาเกลือ ได้กลับมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มภาคภูมิ เต็มตามวิถีชีวิตของเขา ก็เป็นที่น่ายินดี ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านก็ยืนยันว่าจะให้มีการประชุมและ ทบทวน ขณะเดียวกันท่านก็ยืนยันว่ากฎหมายอื่น ๆ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือไว้ใช้ ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๐๘ ประกาศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือแม้กระทั่ง พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรฉบับก่อนที่ยังไม่มีการแก้ไขเป็นฉบับนี้ พ.ร.บ. การเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และแม้กระทั่งระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ปี ๒๕๒๘ ก็ยังรองรับสถานะของพี่น้องนาเกลือเป็นเกษตรกรอยู่ ตรงนี้เป็นประเด็นที่เป็น ปัญหาครับ และปีนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าจะเป็นอีกปีหนึ่งซึ่งจะเกิดโศกนาฏกรรม ในนาเกลือ ปีที่แล้วน้ําท่วมมากครับ ทําให้พืชผักผลไม้ซึ่งจะต้องใช้เกลือเป็นวัตถุดิบสําคัญ ในเชิงอุตสาหกรรมเขาจะไม่ซื้อเกลือครับ วันนี้ราคาเกลือในพื้นที่เกวียนหนึ่งก็แค่ ๑,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง นิยามของคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรกรรม และสหกรณ์จะทําให้นาเกลือไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจาก คชก. หรือว่าคณะกรรมการ ช่วยเหลือเกษตรกรภาครัฐ ตรงนี้เป็นประเด็นที่เป็นหัวใจสําคัญอย่างยิ่งของวิถีชีวิตของคน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินตรงนี้นะครับ และผมยืนยันว่าวิถีชีวิตของพี่น้องชาวนาเกลือ เป็นเกษตรกรอย่างสุดชีวิตจิตใจทั้งในแง่ของวิถีชีวิตและในแง่ของความหมาย ผมจึงขอใช้ โอกาสนี้ที่จะได้กราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ฝ่าย ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราคงไม่มีโอกาสแล้วครับที่จะมา แก้ไข พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้เพิ่มนาเกลือเข้าไป เป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังมีช่วงว่าง ในมาตรา ๔ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถประกาศให้นาเกลือ เป็นเกษตรกรท้ายประกาศได้ ผมก็ขอความหวังและพี่น้องนาเกลือก็ฝากความหวังไว้ตรงนี้ กราบขอบพระคุณครับ