ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องการเสนอชื่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ท.) และขอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ โดยระบุว่าบุคคลทั้ง 6 ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย และขอให้สภาผู้แทนราษฎรช่วยกันพิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบในวันนี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันในฐานะที่เป็นผู้เสนอเลื่อนวาระนี้ขึ้นมาด้วยเห็นความสําคัญแล้วก็ความจําเป็นจริง ๆ เพราะว่าในการพิจารณาเรื่องในคณะกรรมาธิการวิสามัญหลายคณะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การทุจริตประพฤติมิชอบ ดิฉันก็ได้รับข้อทวงตลอดว่าเราไม่มีกรรมการ ป.ป.ท. ทําให้แม้ว่า จะทํางานได้แต่ว่าไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ รวมทั้งเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มาเสนอ กฎหมายก็ได้ติดตามทวงถามเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงมีความจําเป็นนะคะ ทีนี้เนื่องจากว่าดิฉัน ได้ดูว่าในกระบวนการพิจารณา กฎหมาย ป.ป.ท. ก็คือใช้ตัวพระราชบัญญัติมาตรการ ของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งมีตัวกระบวนการ ของกรรมการสรรหาแล้วก็ลักษณะต้องห้ามหรือว่าคุณสมบัติพื้นฐาน ดิฉันก็ดูแล้วว่า จากรายชื่อที่คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรมได้ไปตั้งกรรมการกระบวนการสรรหามานี้ คุณสมบัติพื้นฐานดิฉันคิดว่ามันเป็นตัวล็อกอยู่เหมือนกันนะคะว่ากรรมการ ป.ป.ท. ที่เสนอ มานี้ต้องมีคุณสมบัติก็คือ ๑. เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ๒. มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ๓. มีสัญชาติไทย ๔. มีอายุไม่ต่ํากว่า ๔๕ ปี ข้อ ๕ ค่ะ ข้อ ๕ นี้ทีแรกดิฉันก็สงสัยว่าที่เสนอชื่อมา ๖ ท่าน ทําไม มีแต่อยู่ในสายงานของศาลต่าง ๆ เพราะว่าข้อ ๕ นี้กําหนดไว้เลยว่า เป็นหรือเคยเป็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ผู้พิพากษาซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่า ผู้พิพากษาศาลฎีกา หรือรับราชการ หรือเคยรับราชการในตําแหน่งไม่ต่ํากว่ารองอัยการ สูงสุด อธิบดีหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางบริหารในหน่วยงานของรัฐที่มีอํานาจบริหารเทียบเท่า อธิบดี หรือดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าศาสตราจารย์ ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นคุณสมบัติที่เป็น ข้อกําหนด ทีนี้พอมาตรวจสอบทั้ง ๖ ท่าน ดิฉันก็คิดว่าตรงนี้ก็ผ่านแล้วในเบื้องต้นของเรา ส่วนคุณสมบัติที่เป็นลักษณะต้องห้ามก็มีเช่นกัน รวมทั้งมีในมาตราอื่น ๆ ของกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันคิดว่าในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรย้อนกลับไปดูเมื่อครั้งอดีตที่เราพิจารณากัน เมื่อวันที่ ๘ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ กระทรวงยุติธรรมโดย ครม. ก็เสนอมาแบบนี้ แล้วสภาผู้แทนราษฎรก็ลงมติให้ความเห็นชอบโดยไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ดิฉันก็สงสัย เหมือนกับที่หลายท่านสงสัยว่าทําไมวุฒิสภาเขาตั้งคณะกรรมาธิการ แต่ ส.ส. เราไม่เคยตั้ง ก็ไปดูว่าในรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กําหนดว่าในกระบวนการพิจารณาให้ความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ ซึ่งต่างจากวุฒิสมาชิกนะคะ เพราะว่า วุฒิสมาชิกจะมีบทบัญญัติชัดเจนเลย มาตรา ๑๒๑ ในการให้ความเห็นชอบบุคคลที่ดํารง ตําแหน่ง ข้อ ๑๐๑ ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภานะคะ เขาต้องไปตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาจํานวนไม่เกิน ๑๕ คน เพื่อทําหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ พฤติกรรมทาง จริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่งนั้นก็หมายความว่าเจตนารมณ์ ของการพิจารณาให้ความเห็นชอบในชั้นของ ส.ส. ก็เป็นการให้ความเห็นชอบตามที่ ครม. เสนอมา แล้วก็ตรวจสอบคุณสมบัติพื้นฐานก็คือข้อห้ามหรือว่าข้อที่ต้องพึงมี รวมทั้ง คุณสมบัติอื่น ๆ เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วก็ประเพณีปฏิบัติมาทางสภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถพิจารณาคุณสมบัติพื้นฐานอย่างนี้ตามที่ท่านวิรัตน์เสนอ เราดูว่าบุคคลทั้ง ๖ ท่าน มีคุณสมบัติดังกล่าวหรือว่าต้องห้ามหรือไม่ จากนั้นในการตรวจสอบถึงขั้นคุณธรรม จริยธรรม รายละเอียด เมื่อเราส่งถึงวุฒิสภา ทางวุฒิสภาจะต้องไปตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา อีกคณะหนึ่ง อันนี้ต้องทําเพราะว่ามีข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญอยู่ ดิฉันจึงเห็นว่าวันนี้สภาของเรา น่าจะได้ให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมา ดิฉันเองก็สอบถามเหมือนกันว่ากว่า จะได้ ๖ คนนี้มามีกระบวนการอย่างไร เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงแล้วว่ามีเสนอเข้ามา เป็นขั้นตอนแล้วก็กรองมาหลายชั้นกว่าจะได้ ๖ ท่านนี้ ดิฉันจึงเห็นว่าวันนี้สภาน่าจะได้ ร่วมกันนะคะลงมติให้ความเห็นชอบเพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้เกิดขึ้น แล้วก็เป็นกลไก ที่จะทํางานในการตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นมะเร็งร้ายของ สังคมไทย ถ้าเรายังยึดเยื้อกันอยู่ต่อไปก็ทําให้การทํางานไม่มีประสิทธิภาพ แล้วก็ผลเสีย ก็ตกอยู่กับประเทศชาติของเรานะคะ ดิฉันคิดว่าสภาน่าจะช่วยกันพิจารณาในระยะวันนี้ แล้วก็ลงมติได้ในวันนี้ ขอขอบคุณค่ะ