สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔

เรวัต สิรินุกุล ส.ส. พรรคเพื่อไทย อ่านมาตรา ๑๒/๑ และสงสัยเกี่ยวกับการสรรหากรรมการ โดยไม่เห็นด้วยกับการสรรหา กรรมการที่ไม่มีความรู้ในด้านต่าง ๆ และขอให้ท่านประธานแก้ไขใหม่

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ในมาตรา ๑๒/๑ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้ยกร่างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเลย ผมอ่านดูแล้วครับท่านประธาน มีความสงสัยเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็อยากทราบเหตุผล ว่าที่แต่งตั้งกรรมการสรรหาขึ้นมาคณะหนึ่งนี่เพื่อไปเลือกกรรมการ ในมาตรา ๑๑ ซึ่งมีด้านต่าง ๆ ด้านการเงิน การธนาคาร ๑ คน การบริการสาธารณะ ๑ คน ด้านที่อยู่อาศัย ๑ คน ด้านบริการสาธารณสุข ๑ คน ด้านสินค้าและบริการทั่วไป ๑ คน ด้านสื่อสารโทรคมนาคม ๑ คน ด้านอาหาร ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ๑ คน แล้วมาดู ที่แต่งตั้งสรรหา ๘ ท่านนี้มีนายกสภาทนายความ ก็อยากจะเรียนถามท่านคณะกรรมาธิการ เป็นข้อ ๆ ไปเลย ว่าคนนี้มีความรู้อะไรครับ มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายใช่ไหมครับ คอยดูแล ที่ว่าใครมาสอบเนติบัณฑิตหรือมาสอบทนายความหรืออะไร อย่างนั้นใช่ไหมครับ แล้วจะไป ดูแลและรู้เรื่องบัญชีหรือครับ ท่านประธานครับ รู้เรื่องบัญชีไหมครับ แล้วจะไปคัดเลือก กรรมการบัญชีมาเป็นกรรมการเองได้อย่างไรครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ผมงง ๆ นะครับ ดูแล้วแต่ละท่านก็มีความรู้ แต่ว่าเข้าไปจริง ๆ แล้วเขียนมาอย่างนี้ไม่มีความรู้นี่ แล้วเขียนมา ถ้าจะพูดแบบอื่นก็จะเป็นการไม่ดี แต่ว่าผมไม่เข้าใจว่าเขียนมาได้อย่างไร ใช้อะไรเขียนขึ้นมา นายกสมาคมผู้นําสตรีชุมชนไทยนี้มีความรู้อะไรครับที่จะไปคัดเลือกนักบัญชี แล้วคัดเลือก ผู้ก่อสร้างนี้มีความรู้อะไรครับ ตอบผมชัด ๆ หน่อยครับ แล้วก็ประธานกรรมการสถาบัน พัฒนาองค์การชุมชนมีความรู้อะไรครับ คนพวกนี้มีความรู้อะไรครับท่านประธาน คนที่เขา มีความรู้จริง ๆ ในด้านต่าง ๆ ทําไมไม่เอามา อย่างนายกสมาคมบัญชีแห่งประเทศไทย นายกสมาคมผู้ก่อสร้างแห่งประเทศไทย อย่างนี้สิครับเขามีความรู้ เขาคัดเลือกปั๊บเขารู้เลย ว่าคนที่จะเข้ามาเป็นกรรมการในด้านของการก่อสร้างก็ดี เขาก็มีความรู้ แล้วเอาคนที่ไม่มี ความรู้มาคัดเลือกคนที่มีความรู้แต่ละด้านนี่แล้วมันไปกันได้อย่างไรครับ ผมไม่เห็นด้วยเลย ท่านประธานครับ อันนี้ไม่เห็นด้วยจริง ๆ ครับ แต่ว่าอาจจะมีเหตุผลอย่างอื่นผมไม่รู้จะ มีเหตุผลอะไรเท่าที่คิด ที่จะมาบอกว่าเอาความรู้ตรงนี้ เอาทั้งหมดนี้ไปเลือก เอาง่าย ๆ นักบัญชีในด้านการเงิน การธนาคาร ผมเห็นพวกนี้แล้วผมดูได้เลยผมบอกท่านได้เลยว่าไม่มี ความรู้ในเรื่องนี้ แล้วจะมาคัดเลือกคนที่มีความรู้ในเรื่องนี้มันเป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน มันก็แปลกดีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในมาตรา ๑๒/๑ นี้ ท่านประธานครับ หาทางออกที่ดีกว่านี้ ท่านกรรมาธิการครับปรับปรุง เสียใหม่ครับ ท่านประธานครับถ้าอย่างนี้ผมไม่เห็นด้วยเลยนะครับ ผมไม่เห็นด้วยจริง ๆ แล้วต้องโหวต (Vote) ครับ อันนี้ต้องโหวตแล้ว เมื่อกี้นี้ก็ผ่านไปแล้วที่แก้ไขเมื่อสักครู่นี้ ก็หมายความว่าที่คณะกรรมาธิการยอมรับก็หมายความว่าที่แก้ไขไปตามรัฐธรรมนูญ ในนี้ผมก็อ่านเพื่อทวนความจําอีกทีหนึ่งในมาตรา ๑๑ ว่ากรรมการดังกล่าวต้องคํานึงถึง สัดส่วนของหญิงและชายที่ใกล้เคียงกัน ถูกไหมครับ ในบรรทัดสุดท้ายมาตรา ๑๑ (๑) แล้วก็ กรรมการมีสัดส่วนของเพศใดเพศหนึ่งจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบ นี่ไปอยู่ในข้อสังเกต ถูกไหมครับท่านประธาน ถูกนะครับ อันนี้เป็นอย่างนี้ไป ในมาตรา ๑๑ เป็นอย่างนี้นะครับ ทีนี้ในมาตรา ๑๒ นี้ไม่ได้แล้ว ท่านบุญยอดยอมไม่ได้แล้ว ท่านบุญยอดยอมไม่ได้จริง ๆ แล้วคุณไปคิดอย่างไร คิดมาอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ เอาคนที่ไม่มีความรู้แล้วก็ มาเลือกคนที่มีความรู้ ท่านประธานครับ ผมจะฟังเหตุผลก่อนนะครับ แต่ตรงนี้ยอมไม่ได้ครับ ยอมไม่ได้แล้ว นอกจากว่าท่านจะไปแก้ไขใหม่ว่าเอาละ เอานายกสมาคมสักคนเดียวก็พอ อย่างเขามีความรู้ในเรื่องบัญชี ก็เอานายกสมาคมผู้ตรวจสอบบัญชีแห่งประเทศไทยเพราะ เขาก็มีความรู้ในเรื่องบัญชี อย่างนี้คนสมัครบัญชีเข้ามา คนที่มีความรู้บัญชีเข้ามา แล้วเรา ก็ให้เขาคัดเลือกได้ แล้วคนอื่นก็เป็นส่วนประกอบ อย่างนี้ได้ แต่ถ้าไม่มีเลยอย่างนี้ แล้วไป คัดเลือกคนจบบัญชี นี่มันไม่ได้เลยครับ อย่างนายกสภาทนายความเดี๋ยวนี้ก็หาคนจบ ธ.บ. ก็คงจะไม่มีแล้วท่านประธาน เพราะว่าถ้าคนจบ ธ.บ. สมัยก่อนคือจบธรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์บัณฑิต เขารู้หมด คลุมหมดเลย ตรวจสอบบัญชี เป็นทนายความอะไรได้หมด แต่คนรุ่นนี้ก็คงไม่มีแล้ว เหลือน้อยแล้ว แล้วก็คงไม่ได้เป็นนายกสภาทนายความ จะมีความรู้ อะไรครับ ไม่มีความรู้หรอกครับ อย่างนายกสมาคมของก่อสร้าง ก็เอามาสักคนหนึ่งในด้าน ก่อสร้าง อะไรก็แล้วแต่ แต่ละด้าน ด้านหนึ่งก็เอามาคนหนึ่ง แล้วก็เพิ่ม ท่านจะเอาให้ ๘ คนนี้ คงไว้ก็ได้ ไม่เป็นไรครับ แต่ที่ท่านเขียนมาทั้งหมดสรรหา ๘ ท่านนี้คงไว้ แล้วเอาคนพวกนั้น มาเติมไปอีก เป็น ๙ คน เป็น ๑๐ คน เป็น ๑๑ คน เป็น ๑๒ คนก็ได้ ไม่ว่ากัน อย่างนั้นน่าจะ ถูกต้องมากกว่า ถ้าอย่างนี้เอาเฉพาะ ๘ คน แล้วมาสรรหา ๗ คน ที่ต่างคนต่างไม่มีความรู้ มาคัดเลือกกันอย่างนี้กระผมไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยจริง ๆ เลยครับ อย่างด้านยา หรือด้าน โทรคมนาคม อย่างนี้เป็นต้น แต่อย่างสินค้าทั่วไป ๘ คนนี้อาจจะได้ แต่ว่าการสาธารณสุข อย่างนี้ก็ไม่ได้ สุขภาพอย่างนี้ไม่ได้ ต้องมีนายกสมาคมแพทย์แผนไทยก็ดี หรือแผนปัจจุบันนี้ ก็ยังได้ อย่างนี้เสริมมาสัก ๑ คนเข้ามา เป็นเพิ่มเป็น ๙ คน ๑๐ คนก็ยังดีกว่า อย่างนี้ผมจะ เห็นด้วยครับท่านประธานครับ ถ้าเอาเฉพาะลําพัง ๘ คนนี้มาคัดเลือกคนที่มีความรู้ แล้วตัวเองไม่มีความรู้มาคัดเลือกอย่างนี้ กระผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ