สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔

วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ หารือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคและเรียกร้องการสนับสนุนให้เพิ่มกรรมการในคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานคะ ดิฉันได้ฟังท่านคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงนะคะ เวทีนี้เป็นเวทีที่ให้เรา พิจารณาเพื่อที่จะให้มีกฎหมายเพื่อให้การคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย แต่ในเวทีนี้เห็นท่านคณะกรรมาธิการพูดถึงแต่เฉพาะว่าเรื่องผู้หญิง ๆ ที่จะถูกข่มเหงหรือจะ ถูกกีดกัน ดิฉันขอท่านนะคะว่าคณะกรรมาธิการที่ท่านคิดกฎหมายแต่ละฉบับนั้นท่านควรจะ ให้สัดส่วนเท่าเทียมกัน เพราะบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ สิทธิสตรีและบุรุษนั้น เท่าเทียมกันอยู่แล้ว ดิฉันขอชี้แจงข้อสังเกตที่ดิฉันได้บอกไว้เมื่อกี้ว่าไม่สมควรเลยที่จะ ไปกําหนดให้มีเปอร์เซ็นต์ร้อยละ ๔๐ กําหนดเอาไว้ ในขณะที่เท่าเทียมกันการพิจารณาหรือ การเลือกคัดสรรนั้นมันอยู่ที่ประชาชนว่าคน ๆ นี้เหมาะหรือไม่ที่จะมาเป็นกรรมการสรรหา ควรหรือไม่ที่จะมาเป็นกรรมการสรรหาในหมวดของด้านการเงินและการธนาคาร หรือในด้านหมวดการบริการสาธารณะ หรือด้านหมวดด้านที่อยู่อาศัยและด้านบริการสุขภาพ ๗ หมวดที่เมื่อสักครู่นี้ ท่าน ส.ส. สมบูรณ์ก็ได้พูดไปแล้วว่า ๑ หมวด ๑ คน ทีนี้ดิฉัน ให้ข้อสังเกตกับคณะกรรมาธิการพิจารณาว่าในแต่ละหมวดที่ท่านกําหนดเอาออกมา ๗ หมวดนั้น ในความรู้สึกนะคะ ไม่ใช่ว่าเป็นความรู้สึกหรอกค่ะ เมื่อกี้ที่ดิฉันวิ่งออกไป รอบนอกของสภาเพื่อไปกินน้ํา ทาง ส.ส. หลาย ๆ ท่านก็คิดอยู่ว่ามันก็ไม่ใช่ว่าจะต้อง ไปจํากัดว่าจะต้องให้ไปเป็นผู้ชายทั้งหมด หรือจํากัดว่าใน ๔๐ เปอร์เซ็นต์นี้ต้องเป็นผู้หญิง เพราะผู้หญิงไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปร่วมในกระบวนการใด ๆ ทั้งสิ้นมันไม่ใช่นะคะ มันเป็น ส่วนของกฎหมายที่ควรแล้วว่าผู้หญิงนี้จะสามารถแสดงความสามารถของตนเองออกมาได้ แต่ในปกติของสังคมบ้านเรานั้นอาจจะไม่ยอมรับการทํางานของผู้หญิงมากกว่าเท่านั้นเอง แต่การที่จะมีสิทธิที่จะเข้ามาเป็นกรรมการสรรหานั้น ผู้หญิงจะมีสิทธิมากกว่า แล้วผู้หญิง ก็สามารถแสดงความสามารถของตนเองออกมาได้ในสังคมปัจจุบันนี้ ซึ่งดิฉันได้ชี้แจงและได้ บอกไว้ตั้งแต่เบื้องต้นในข้อสังเกตนั้น อยากจะย้ําให้ท่านประธานเพื่อที่จะสะท้อนให้กับ กรรมาธิการได้เข้าใจว่าทําไมท่านไปกําหนดอยู่ที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่ต้องกําหนดก็ได้ ในรัฐธรรมนูญนั้นก็เขียนเอาไว้ สิทธิเท่าเทียมกันและควรคํานึงถึงสัดส่วนของเพศใดเพศหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเฉพาะไปจํากัดว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์นั้นคือเพศหญิงอย่างเดียว ไม่ใช่นะคะ ดิฉันจึงว่า ในข้อความที่ท่านเพิ่มเติมเข้ามา กฎหมายฉบับนี้ได้ร่างเข้ามานั้นข้อความที่เพิ่มเติมนั้น เป็นข้อความเพิ่มเติมโดยความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ แต่ในกรณีกฎหมายที่ยื่นเข้ามา ในครั้งแรกดิฉันก็ได้อภิปรายอยู่ ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นในร่างเดิมนั้นมันเขียนไว้ ชัดเจนแล้ว ว่าในมาตรา ๑๑ ให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ดิฉันจะอ่านเฉพาะในส่วนของร่างเดิม แล้วสะท้อนให้ท่านคณะกรรมาธิการลองคิดไตร่ตรอง กันดี ๆ ว่าสิ่งที่ท่านเพิ่มขึ้นมานั้นเป็นการขัดหรือไม่นะคะ ให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อต้องการในเนื้อหารายละเอียดนั้นต้องการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่คิดหรอกคะว่าจะต้องให้มีคณะกรรมการอย่างนั้นอย่างนี้ ให้มีองค์กร ๗ คน ๘ คน ๙ คน เขาไม่ได้คิด เขาคิดว่าในส่วนนี้ถ้าอยากจะให้สรุปหรือให้การคุ้มครองให้ดีที่สุดก็ควรจะให้มี กรรมการเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ทีนี้ใน (๑) คุ้มครองผู้บริโภคซึ่งได้รับเลือกจากบุคคลที่เป็น ผู้แทนองค์กรผู้บริโภคที่ดําเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี ประกอบด้วย ในข้อความซึ่งได้รับเลือกจากบุคคลที่เป็นผู้แทนองค์กรผู้บริโภคที่ดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี ท่านคณะกรรมาธิการกลับไปตัดออก แต่ดิฉันก็ไม่ได้อภิปรายในส่วนนี้ คิดว่าท่านคงไตร่ตรองแล้วก็คิดเรียบร้อยแล้วนะคะว่า ผู้ที่ดําเนินการมาไม่น้อยกว่า ๒ ปีนั้น ความชํานาญอาจจะยังไม่เกิด ท่านถึงไปตัดออก ดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ว่าในร่างเดิมนี้เขียนไว้นั้นดีแล้วนะคะ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ท่านจะ ตัดออกเราไม่ขัดนะคะ แต่เรามาขัดที่ว่า ใน (๑) ท่านเขียนว่า ในร่างเดิมนะคะ กรรมการซึ่ง อันนี้ตัวขีดอาจจะขีดเกินไปนะคะว่า กรรมการซึ่งได้คัดเลือกกันเองจากผู้แทนองค์กรผู้บริโภค ตามมาตรา ๒๖ (๓) จํานวนเจ็ดคน นี่คือร่างเดิม ซึ่งจริง ๆ ร่างเดิมก็เขียนดีอยู่แล้ว แต่ท่าน ไปตัดออก โดยไปเพิ่มว่า กรรมการจํานวน ๗ คน ท่านไปเพิ่มลงมาเฉย ๆ เลย อยู่ ๆ ในกรณี ที่จะให้มีกรรมการนั้น ในกรณีที่ประกาศจัดหานั้นท่านไม่จําเป็นจะต้องเขียน ๗ คน แต่ท่าน เขียนก็ไม่ว่านะคะ ทีนี้พอท่านเขียนออกไปว่า ๗ คนปุ๊บ ท่านก็มากําหนดเลยว่าใน ๗ คนนี้ จะต้องอยู่หมวดนี้ทั้ง ๗ หมวด ซึ่งใน ๗ หมวด ดิฉันได้บอกไว้ว่าใน ๗ หมวดนี้ความชํานิ ชํานาญหรือความมีความสามารถนั้นส่วนมากจะเป็นผู้หญิงด้วยซ้ําไป ดิฉันอยากจะสะท้อน แล้วก็อยากจะบอกอีกครั้งเพื่อจะให้ท่านกรรมาธิการลองคิดดูนะคะ หมวดแรกด้านการเงิน และการธนาคาร ท่านไปดูเลยค่ะสหกรณ์แต่ละสหกรณ์ผู้หญิงที่คํานวณเงินนั้นมีแต่ผู้หญิง ทั้งนั้นเลย เจ้าหน้าที่ที่คํานวณมีแต่ผู้หญิงนะคะ ด้านการบริการสาธารณะ ดิฉันได้บอกไว้แล้ว ว่า อสม. อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน ส่วนมากเป็นผู้หญิงทั้งนั้นเลยนะคะ เพราะความ สะอาดดีกว่าผู้ชาย ด้านที่อยู่อาศัยท่านดูสิคะ คนใช้ที่ท่านเรียก แม้กระทั่งเดินออกไป จากนอกบ้าน คนใช้ที่บ้านทั้ง ๆ ที่เป็นเมียที่บ้าน ด้านที่อยู่อาศัย หมวดด้านบริการสุขภาพ ที่โรงพยาบาล ท่านไปดูสิคะ พยาบาลผู้ชายมีไหม ผู้ชายที่เป็นพยาบาลนั้นส่วนมากก็เป็น เพศสองคือกระเทย เขาว่าอย่างนั้นนะคะ ส่วนมากก็เป็นผู้หญิง ด้านสินค้าและบริการทั่วไป ท่านไปดูสิค่ะ อยู่เจ๊เล้งหรืออยู่โบ๊เบ๊ จตุจักร ตอนนี้แม่ค้าบริการด้านสินค้าหรือผู้บริการ กลางวันกลางคืนที่ท่าน ๆ ชอบนั่นละค่ะ ก็มีแต่ผู้หญิงนะคะ คิดดูสิคะ ด้านสื่อสาร และโทรคมนาคมถ้าเอาผู้ชายมาพูด ใครคะที่จะซื้อซิม (SIM) โทรศัพท์ ตอนนี้โฆษณา มีแต่โคโยตี้ที่โฆษณาออกมาในด้านโทรคมนาคมมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น แต่ท่านมองไปในด้าน โฆษณานั้นมองว่าผู้หญิงนี้ไร้ค่าจริง ๆ นุ่งน้อยห่มน้อยอย่างนี้ นี่คือความคิดเห็นของผู้ชาย ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นกรรมการสรรหาเลย ถ้าหากว่าท่านกําหนดออกมา ๗ หมวดนี้แล้ว ด้านอาหาร ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ เหมือนกันค่ะ นี่ดิฉันชี้ให้ทราบให้เห็นว่าอย่าไป จํากัดจําเขี่ยว่าผู้หญิงไม่มีความสามารถในด้านใด ๆ นะคะ แต่ถ้าหากว่าด้านยกของหนัก หรืออะไรต่าง ๆ อย่างนี้ ถ้าท่านกําหนดออกมาอย่างนี้ดิฉันยอมรับค่ะว่าควรจะต้องเป็นผู้ชาย เพราะไม่ยกแน่ ตัวดิฉันเองก็จะไม่ยกแน่นะคะ แต่ ๗ หมวดที่ท่านกําหนดออกมานี้สัดส่วน ผู้หญิงจะมากกว่าด้วยซ้ําไป แต่พอท่านมากําหนดอยู่ในข้อความที่ท่านเพิ่มเติมขึ้นมา ไม่รู้ว่า ท่านนั่งคิดอะไรกันอยู่นะคะ ท่านบอกว่ากรรมการดังกล่าวต้องมีสัดส่วนของเพศใดเพศหนึ่ง จํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ท่านอยากจะให้คํานึงถึงสัดส่วนของเพศก็ควรจะไปคํานึงถึง สัดส่วนของกฎหมายฉบับอื่นนะคะ กฎหมายฉบับนี้ตาม ๗ หมวดที่ท่านกําหนดนั้นไม่ควรจะ จํากัดจําเขี่ยอยู่ที่ร้อยละ ๔๐ เขาอาจจะเป็นผู้หญิงทั้งหมดหรืออาจจะเป็นผู้ชายทั้งหมด เพราะผู้ชายทั้งหมดนั้นเป็นกระเทยทั้งหมด ให้ท่านดูเลยค่ะในสังคมปัจจุบันท่านเห็น ความเป็นจริงที่ปรากฏ กฎหมายที่เราจะเขียนออกมานี้เราจะให้การคุ้มครองไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงหรือผู้ชาย แม้ว่าเขาจะเป็นกะเทยเขาก็เป็นผู้ชาย หรือเขาจะเป็นทอมเขาก็เป็นผู้หญิง นี่เป็นการเรียก กล่าวขานกันเฉย ๆ แต่เพศนั้นมีแค่ ๒ เพศ ก็คือเพศหญิงและเพศชาย ดิฉันจึงขอว่าดิฉัน ไม่เห็นด้วยจริง ๆ ที่จะเพิ่มคําว่า จํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ แต่ถ้าหากว่าท่านกรรมาธิการ ยืนยันอยู่ ณ ขณะนี้ ถ้าลงมติดิฉันจะลงมติไม่เห็นด้วย และขอให้กฎหมายฉบับนี้ให้ประชาชน ทั่วประเทศไทยได้เข้าใจว่ากรรมาธิการนั้นคิดถึงผู้หญิงในด้านลบทุกครั้งไป ขอบคุณมากค่ะ