จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แสดงความสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. เงินเดือนข้าราชการครูแต่ชี้ว่ามาช้าเกินไปจนเกิดความเหลื่อมล้ำ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงขอคำตอบชัดเจนเกี่ยวกับอัตราปรับเงินเดือนและระบบวิทยฐานะที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานจริง
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากเพื่อพรรคไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเองให้การสนับสนุนนะครับ เป็นการเพิ่ม ฐานเงินเดือนให้กับบุคลากรทางการศึกษานี่แน่นอนว่าเกิดประโยชน์แน่นอน ในส่วนตัวเอง ก็ให้การยอมรับแล้วก็สนับสนุนเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเริ่มอภิปราย ผมต้องบอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มาช้าไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา มีการปรับฐานเงินเดือนของ ข้าราชการในหน่วยงานอื่น ๆ ไปเกือบหมดแล้ว ศาล ทหาร เป็นปีแล้วครับ ตํารวจ เขาว่า ตํารวจแตงโม เพิ่งเมื่อวานครับ เมื่อคืน ครู วันนี้เพิ่งได้นะครับ มันเกิดความเหลื่อมล้ําหรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นที่จะต้องมาวิเคราะห์วิจารณ์กันต่อไป แต่อย่างไรก็ตามต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าวันนี้มันก็เห็นถึงวิสัยทัศน์ของทางรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งว่าเราพยายามที่จะ แก้ไขปัญหาด้วยตัวเงินเสมอไปอย่างนั้นหรือ ปัญหาทางภาคใต้ใช้เงินเป็นแสนล้านบาท เหตุการณ์ไม่ดีขึ้น ตายรายวัน งบประมาณทางการทหารก็ถมเข้าไป หน่วยงานอื่น ๆ ก็กู้มา ๆ ในที่สุดแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมไม่ชัด วันนี้ปัญหาการศึกษาก็เช่นเดียวกัน วันนี้เรา มามองแค่บุคลากรทางการศึกษา มีหนี้อย่างนั้นหรือ อย่างนั้นเพิ่มเงินให้อีกนิดหน่อย บางคน อาจจะได้ ๕๐๐ บาท บางคนอาจจะได้ ๑,๐๐๐ บาท บางคนเยอะ ๆ เลย ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาทก็ว่ากันไป แต่ถามถึงการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมละครับ วันนี้หนี้สินครู ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเราจะทําอย่างไรกับมัน เราจะหาทางช่วยสหกรณ์ออมทรัพย์เขาไหม จะทําอย่างไรให้ลดภาระหนี้ จะทําอย่างไรให้พักหนี้ครู พรรคไทยรักไทยเคยทําพักหนี้เกษตรกร บางทีอาจจะต้องมานั่งคิดแล้ว พักหนี้ครูบ้างจะเป็นอะไร เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ของการศึกษาไทย นอกจากนั้นเรื่องวิทยฐานะวันนี้ก็เพิ่มเงินให้ด้วยครับ วิทยฐานะเหมือนเดิม แต่ระบบวิทยฐานะบางครั้งมองในมุมกลับ กลับเป็นตัวถ่วงที่ทําให้ข้าราชการครูไทยนี่แทนที่จะ ไปปฏิบัติภารกิจในการให้การศึกษา กลับต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องของการทําวิทยฐานะ ทํารายงาน ๑ ฉบับ เพื่อที่จะได้เลื่อนขั้น ได้เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น แทนที่จะใช้เวลาไปกับ การให้การศึกษากับเด็กและเยาวชน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังคงค้างอยู่ ปัญหาเรื่องของ การเรียนฟรี รัฐบาลชุดปัจจุบันบอกว่าเรียนฟรี ๑๕ ปี ทุกคนรู้กันหมดครับว่าวันนี้พาลูก พาหลานไปเข้าเรียนหนังสือมันมีค่าโสหุ้ย มันยังมีค่าใช้จ่าย เลี่ยงไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้ วันนี้ การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมก็ยังไม่ชัด ที่สําคัญที่สุดแก้รัฐธรรมนูญวาระที่สอง เพิ่งจะผ่านไป ๒ วัน ผมต้องกราบเรียนว่ามีแต่การแก้เรื่องเขตเลือกตั้งของ ส.ส. กับมาตรา ๑๙๐ เพื่อการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่มองเลยครับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แทนที่จะ มานั่งคิดว่าเราจะแก้อย่างไรให้การศึกษาไทยมันดีขึ้น วันนี้กําหนดในรัฐธรรมนูญว่าภาครัฐ ต้องให้มีการเรียนฟรี ๑๒ ปีไม่เก็บค่าใช้จ่าย แต่มันไม่เกิดผลในการบังคับ หมายความว่าอะไร หมายความว่าพี่น้องประชาชนวันนี้หลายคนเขาก็ยังยากจน เขามองว่า โอ้โฮมาเรียนก็ต้อง เสียค่ารถ ต้องเสียค่าอาหารกลางวัน เอาลูกไปทํางานดีกว่า บางคนเลือกไม่ได้ครับท่านประธาน บางคนไม่ได้เกิดมาเมืองนอก เรียนต่างประเทศ บางคนเลือกไม่ได้ วันนี้การศึกษาภาคบังคับ มันก็ยังไม่เกิดขึ้น ลูกหลานใครไม่ต้องส่งเรียนก็ไม่ต้องมาครับ ถึงเวลาไม่มีการศึกษาไป จบมาก็เป็นกรรมกรก็เป็นแรงงานขั้นต่ําเหมือนเดิม เราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร ให้มันครบถ้วนสมบูรณ์ ผมเองคงจะไม่ใช้เวลาสภามาก ผมเชื่อว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาของภาคการศึกษา เริ่มที่ตัวครูก่อนก็ยังดี แต่วันนี้ในสภาผู้แทนราษฎรเองต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมนั่งฟังมาตั้งแต่เช้า แม้แต่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองยังสงสัย ยังสับสนว่าสรุป พ.ร.บ. นี้ แน่นอนครับ ปรับฐานครับ เงินเดือนขั้นต่ํา เงินเดือนขั้นสูงของแต่ละกลุ่ม แต่ละแท่งปรับฐานแน่นอน เพิ่มขึ้นมา แต่ใน ที่สุดแล้วจะมีผลบังคับในการปรับเงินเดือนของพี่น้องที่อยู่ในภาคการศึกษาจริงหรือไม่ พี่น้อง ครูบาอาจารย์จะได้ปรับจริงหรือเปล่า จะได้ปรับเท่าไร วันนี้จะมามัวอ้ํา ๆ อึ้ง ปล่อยผ่าน พ.ร.บ. ไป ถึงเวลายังไม่รู้ได้ ไม่รู้ไม่ได้ พอถึงเวลาไปตอบคําถามครูบาอาจารย์ในพื้นที่ก็ตอบ ไม่ถูก วันนี้ผมต้องการคําตอบจากท่านรัฐมนตรีที่มานําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้นะครับ สรุป ๘ เปอร์เซ็นต์นี้จริงหรือเปล่า คศ. ๑ ปรับมา ๘ เปอร์เซ็นต์ สรุปว่าทั้งกระดานเขาจะได้ เฉลี่ย ๘ เปอร์เซ็นต์ไหม หรือเขาจะได้แค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ จะได้แค่ ๔ เปอร์เซ็นต์ คศ. ๔ ได้ตั้ง ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถึงเวลาเขาจะได้ปรับเท่าไร เขาจะได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์หรือครับ หรือเขาจะได้ ๘ เปอร์เซ็นต์เท่ากัน หรือเขาจะได้ต่ํากว่านั้นอีก ตรงจุดนี้เป็นจุดที่ผมอยากจะ ได้รับฟังคําตอบก่อนที่จะตัดสินใจในการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. เงินเดือนของบุคลากร ทางการศึกษานี้หรือไม่ ผมอยากจะเห็นความจริงใจจากทางรัฐบาล ช่วยตอบคําถามให้ชัดเจน เพื่อเพื่อนสมาชิกจะได้ตัดสินใจ ถ้าได้เห็นตัวเลขชัด ๆ ว่าจะมีการช่วยเหลือพี่น้องบุคลากร ทางการศึกษาเราจะได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ก็กราบฝากไว้ครับท่านประธาน