วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ หารือเรื่องเงินเดือนและเงินวิทยฐานะของครู โดยเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการประเมินผลงานของครูและเงินวิทยฐานะที่เพิ่มขึ้น และขอเพิ่มเติมเบี้ยเดินทางหรือเบี้ยพิจารณาของครูที่มาเป็นตัวแทนของครูเขตการศึกษามัธยมในจังหวัดมุกดาหาร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันดีใจนะคะที่ได้ทราบว่ากฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ผ่านไปแล้ว และพอมาถึงนี้ก็ได้มามีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ท่านประธานที่เคารพ ในเนื้อหารายละเอียดที่ได้เขียนและอ่านเอาไว้นี้นะคะ ดิฉันเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ดีมาก และเป็นข้อมูลที่จะฝากให้กรรมาธิการที่จะไปพิจารณาร่างกฎหมายเรื่องเงินเดือน และเงินวิทยฐานะของกลุ่มครูนี้เป็นตัวอย่างในการพิจารณาและจะได้เป็นกฎหมายมอบให้ เป็นของขวัญวันปีใหม่ ปี ๒๕๕๔ นี้ให้กับกลุ่มคุณครู ซึ่งวันครูก็ได้ผ่านมาแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคมที่ผ่านมานะคะ ดิฉันอยากจะเรียนฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี หรือถึงท่าน คณะกรรมาธิการว่าท่านจะให้เพิ่มเงินเดือน จะเพิ่มเงินเท่าไร จะเพิ่มจากเท่าไรก็คงจะไม่ เทียบเท่ากับต่างประเทศที่เขามีได้มา ท่านได้เขียนในรายงานนี้ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ออสเตรเลียต่าง ๆ นั้นเขามีคูณนะคะ ถ้า ๑๐,๐๐๐ ก็ต้องคูณ ๓๐ อย่างนี้ แต่ในส่วนของ ตารางที่ท่านกําหนดเอาไว้นี้ไม่ได้คูณค่ะ เป็นยอดหมื่นทั้งนั้น ก็คือ ๕๐,๐๐๐ ขึ้นไป แต่ในส่วนของทางเมืองนอกเขา ต่างประเทศเขา เขาได้เป็นแสน อย่างนี้ละค่ะ ขวัญกําลังใจ คงจะได้มาแน่นอนสําหรับคุณครู แต่ในกรณีนี้นะคะดิฉันว่าในการที่มีกฎหมายมารองรับ เรื่องเงินวิทยฐานะและเงินเดือนนั้น แต่ค่าการที่จะได้มาซึ่งเงินเดือนและเงินวิทยฐานะ ดิฉันได้ทราบจากคุณครูหลายพื้นที่นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดมุกดาหาร ก็พยายาม ขอร้องให้ตัวดิฉันเองว่าได้เป็นผู้แทนราษฎรช่วยดูแลประชาชนซึ่งเป็นครูด้วย เป็นปูชนียบุคคลที่ให้การสอนสั่งนักเรียน แต่ตอนนี้นักเรียนนั้นไม่ได้รับการสอนสั่งจาก คุณครูเลยเพราะว่าคุณครูมัวเอาเวลาไปนั่งเขียนรายงาน เขียนรายงานเพื่อที่จะได้เพิ่มเงิน วิทยฐานะ การประเมินของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมานี้เป็นผู้ตรวจสอบคุณครู ก็คือ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะเป็นกลุ่มคณะกรรมการ ก็คือมี กรรมการหลายชุดที่มาประเมินและจะให้เงินเดือนสําหรับคุณครูที่อยู่ในพื้นที่ คุณครูได้มา บอกกับตัวดิฉันเองว่าในส่วนที่จะต้องทํารายงานไปให้นั้นก็เลยไม่มีเวลาที่จะมาสอนหนังสือ นักเรียน แม้ว่าในกฎหมายนี้จะเพิ่มเงินเดือนขึ้นมาเท่าไรนะคะ เพิ่มเงินเดือนขึ้นมาเท่าไร ก็ควรจะให้มีการแก้ไขในการพิจารณาในการประเมินผลงานของคุณครูนั้น และจะได้มาซึ่ง เงินวิทยฐานะที่เพิ่มขึ้น ดิฉันก็ขอฝากท่านคณะกรรมาธิการนะคะ ในส่วนนี้ค่ะในส่วนที่ เงินวิทยฐานะแล้วก็มีการให้ประเมินโดยเขียนเป็นรายงานส่ง ก็มีการจ้างเขียนรายงานเกิดขึ้น เงินเดือนเท่าไรคะ เงินเดือนเดือนหนึ่งได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เดือนหนึ่ง ๆ ได้ ๔,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ต้องไปจ้างเขียนนั้น ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท นี่ละค่ะเป็นปัญหาเกิดขึ้น ในหนี้สิน ดิฉันได้ฟังหลาย ๆ ท่าน ส.ส. พูดนะคะว่าหนี้สินของครูนั้น ในรายงานนี้ไม่มีตัวแดง ก็คือไม่มีติดลบ ก็คือว่าอย่างไรคะ อย่างไรก็ตามนะคะที่เขียนไว้ในนี้ว่า จากข้อสํารวจจํานวน หนี้เสียหายค่อนข้างน้อย ท่านทราบไหมคะว่าในจํานวนที่ท่านเขียนอยู่ในนี้นะคะรวมทั้งหมด ที่กู้ยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นกู้ยืมกองทุน ในกองทุนสวัสดิการและสวัสดิการครู และบุคลากรครู หรือจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนะคะ หรืออาจจะจากโครงการพัฒนาชีวิตครู อย่างนี้ จํานวน บุคคลซึ่งเป็นครูนะคะที่กินเงินเดือนภาษีราษฎรอยู่ขณะนี้ รวมแล้วทั้งหมดเป็นหนี้ถึง ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ในหนี้ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาทนี้ ยังบอกว่าหนี้เสีย ค่อนข้างน้อย ที่ไม่ปรากฏหนี้เสียนั้นท่านไม่ได้ดู อยู่ในรายงานนี้ก็คือรายงานให้ถูกต้อง แต่ใน กรณีหนี้นอกระบบล่ะคะ คุณครูเกิดมีหนี้นอกระบบนั้นเยอะ จะว่าดิฉันดีใจว่ามีกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษา การแบ่งเขตการศึกษาเกิดขึ้น แต่พอกลับมาถึงว่าเงินเดือน มีกฎหมายเงินเดือนมาพิจารณาเป็นกฎหมายมอบให้กับคุณครู ปัญหาที่เกิดขึ้นก็อยู่ภายใต้กฎหมายที่กําหนดเอาไว้นั่นแหละค่ะ พอแยกเขตการศึกษาตอนนี้ คุณครูเขตการศึกษามัธยมอย่างในจังหวัดมุกดาหาร ในจังหวัดมุกดาหารนี้เขตการศึกษา มัธยมไม่มีค่ะ มีแต่เขตการศึกษาประถม สํานักงานเขตการศึกษาประถมอยู่มุกดาหาร แต่สํานักงานเขตการศึกษามัธยมอยู่จังหวัดนครพนม เพิ่มมาอีกแล้วค่ะ เพิ่มอะไรคะ เพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับคุณครูที่อยู่ในจังหวัดมุกดาหารอีกแล้วค่ะ ก็เลยบอกว่าถ้าหากว่ามี กฎหมายนะคะ กฎหมายเรื่องการเพิ่มเงินเดือนให้และในการพิจารณาเงินวิทยฐานะเกิดขึ้นนี้ ก็น่าจะมีการเพิ่มเติมในเบี้ยเดินทางหรือเบี้ยพิจารณาของคุณครูที่มาเป็นตัวแทนของครูเขต การศึกษามัธยมในจังหวัดมุกดาหารด้วย แต่อย่างไรถ้ายังไม่มีกําหนดในเล่มนี้ก็อยากจะให้ คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมในร่างกฎหมายที่จะสร้างเป็นขวัญและกําลังใจให้กับคุณครู ในพื้นที่จังหวัดที่เล็กนะคะ ดิฉันยกตัวอย่างนี้ให้ทราบเพื่อต้องการอยากจะให้ท่านได้เห็นว่า หนี้สินที่เกิดขึ้นที่ท่านรายงานมาบอกว่ามีการชําระถูกต้องโดยไม่มีหนี้เสียอย่างนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่ถ้าหากว่าเราเจาะลึกไปดูว่าในกระบวนการกลุ่มครูที่เป็นหนี้อยู่ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เกือบจะเท่ากับงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ที่กําลังจะมานี้ ๑. บุคคล คนที่ยืม คนที่ยืมเป็นหนี้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ในรายงานนี้นะคะ ในรายงานนี้บอกว่ามีตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ คน ๓๐๐,๐๐๐ คนนะคะ แล้วคนที่เป็นหนี้อยู่ ๘๓๐,๐๐๐ บาทมีอยู่ทั้งหมด ๔๖๐,๐๐๐ คน และเป็นหนี้อยู่ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน คุณครูมีคุณครูอยู่ตั้ง ๖๐,๐๐๐ คน ถ้ารวมจํานวนคุณครูนี้รวมทั้งหมดเกือบจะ ๙๐๐,๐๐๐ คน ๙๐๐,๐๐๐ คนที่เป็นหนี้ แต่ถ้า หากว่าความรับผิดชอบต่อนักเรียน ๖๐ คนเท่ากับว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ๕,๐๐๐,๐๐๐ นักเรียนที่จะขาดการได้กําลังใจจากคุณครูที่ให้การสอนสั่ง เพราะดิฉันได้เห็นนะคะว่าคุณครู เป็นหนี้ในแต่ละพื้นที่ พอใกล้จะถึงกําหนดก็ต้องไปยืมหนี้จากนอกระบบมาทดแทนคืนหนี้ ในระบบนี้เหมือน ๆ กับเกษตรกรนั่นแหละค่ะ เกษตรกรก็ไปยืมหนี้นอกระบบมาทดแทน ธนาคาร ธ.ก.ส. ที่มีวางกําหนดเวลาเอาไว้ให้อย่างนี้ค่ะ แล้วอย่างนี้จะสามารถพัฒนา เด็กนักเรียนได้อย่างไร ในศตวรรษที่ ๒ ที่บอกว่าแผนปฏิรูปการศึกษาในศตรรษที่ ๒ ดิฉัน ดีใจว่ารัฐมนตรีเห็นความสําคัญในการที่จะสร้างขวัญกําลังใจให้กับคุณครูทั้งหลาย แต่ดิฉัน อยากจะขอฝากท่านประธานว่าในกรณีสร้างขวัญกําลังใจก็ควรจะให้มีการสร้างความ ภาคภูมิใจเกิดขึ้นให้กับคุณครูด้วย แล้วก็ขอให้เกิดการสร้างความเทิดทูนคุณครูเกิดขึ้นด้วย นะคะ แล้วก็ขอฝากให้คุณครูนั้น เมื่อได้กฎหมายนี้มารองรับในการที่จะแก้ไขปัญหาของท่าน ในเงินเดือนนั้นก็ควรจะสร้างจิตสํานึกของตนเองเพิ่มขึ้น เราเป็นครู เราเป็นผู้สอนสั่งนักเรียน แต่ละสิ่งแต่ละอย่างนั้นรัฐบาลมองเห็นความสําคัญของคุณครู ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นพยายาม ที่จะทําให้สะดวกสบายแต่ปรากฏว่าหนี้สินที่ปรากฏในเล่มนี้นะคะมันไม่ใช่สิ่งที่ภาคภูมิใจเลย ที่ว่านักเรียนจะได้นั่งเรียนอยู่กับคุณครูที่เป็นหนี้ ในกรณีที่คนเป็นหนี้อารมณ์จิตใจจะ ไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าอารมณ์จิตใจไม่เหมือนเดิมแล้วการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ นี้ ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถสร้างให้คุณครูสามารถพัฒนาสื่อการสอนการเรียนของ ตนเองได้ และดิฉันได้ทราบมาอีกว่าในกรณีในการจัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งลงไปให้เขตพื้นที่การศึกษาปรากฏว่าตอนนี้กฎหมายการศึกษาแห่งชาติเกิดขึ้น พองบประมาณลงไปปุ๊บ ไปเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยม เขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมอยู่ที่ จังหวัดนครพนม แต่ในจังหวัดมุกดาหารหรือคะ เขตพื้นที่การศึกษาไม่มีโครงการต่าง ๆ งบประมาณก็เลยไม่มี ทีนี้กลุ่มนักเรียนที่อยู่ในมัธยมก็ไม่ได้รับงบประมาณที่จะส่งไปถึง จังหวัดมุกดาหาร นี่แหละคือผลกระทบในการที่เรามีกฎหมายแบ่งเขตการศึกษา แบ่งเขต การศึกษาไม่ว่าจะประถมหรือมัธยม แต่ถ้าหากว่ากฎหมายจะให้ประโยชน์ได้เต็มที่ก็ควรจะ ให้ได้ทั่ว ๆ ถึง ๆ ในกรณีของกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนนี้ ท่านคะ ดิฉันได้ดูในนี้นะคะว่า การเพิ่มเงินเดือนให้กับกลุ่มวิทยฐานะ ดิฉันได้อ่านนะคะ อ่านแล้วก็คือไม่เข้าใจ เพราะว่า ที่เขียนนี้แปลว่าอย่างไร ในการที่ให้เงินวิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญพิเศษได้อัตราเงินเดือนเพิ่ม เป็น ๑๕,๖๐๐ บาท แล้วก็มีตารางข้างล่างที่กําหนดเอาไว้ว่า ๑๓,๐๐๐ บาท นี่กําหนด อย่างไรว่าครูผู้เชี่ยวชาญแต่มี ๒ ระดับเงินเดือนที่จัดให้ พอมาถึงครูเชี่ยวชาญแต่ไม่มีพิเศษ ไม่มีพิเศษได้แค่ ๙,๙๐๐ บาท ถ้าจะกําหนดเงินเดือนให้ถูกต้องหรือสร้างขวัญกําลังใจให้กับ กลุ่มครูเชี่ยวชาญ คําว่า เชี่ยวชาญพิเศษ กับคําว่า ผู้เชี่ยวชาญ นี้ต่างแค่พิเศษเท่านั้นเอง เงินเดือนไปคนละครึ่ง กําหนดไว้ในกฎหมายนี้คนละครึ่ง แล้วกลุ่มที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีพิเศษล่ะคะจะทําอย่างไร ตัวเองก็เชี่ยวชาญเหมือนกัน และในกรณีเชี่ยวชาญนี้ก็คือ จะต้องเชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่แล้ว คําว่า พิเศษ ก็คือเฉพาะ แล้วคําว่า เชี่ยวชาญ ก็คือ จะต้องเชี่ยวชาญเฉพาะอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเชี่ยวชาญจะเชี่ยวชาญไปทั้งหมดเลย จึงว่าในกรณี กฎหมายที่เขียนเอาไว้นี้ว่า ๑๕,๖๐๐ บาท กับ ๙,๙๐๐ บาทนี้ต่างกันมากเลยนะคะ อยากจะ ขอฝากให้ท่านกรรมาธิการช่วยดูแลด้วย แล้วก็แก้ไขให้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีท่านก็คงจะได้นั่งเป็นประธานในคณะกรรมาธิการกฎหมายฉบับนี้ ขอให้ท่าน ช่วยดูด้วย ถ้าหากจะตราเป็นกฎหมายแล้วก็เขียนกําหนดจํานวนเงินไว้ด้วยเลย ก็ขอให้ พิจารณาในขั้นกรรมาธิการด้วยนะคะ แล้วก็อีกอย่างที่ดิฉันอยากจะชี้ในส่วนนี้นะคะว่า ผู้เชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญ กับครูชํานาญการพิเศษ ครูชํานาญการพิเศษ ครูชํานาญการ ครูชํานาญการพิเศษนั้น ๕,๖๐๐ บาท แต่พอครูชํานาญการ ๓,๕๐๐ บาท มันน้อยกว่าค่าแรง ขั้นต่ําด้วยซ้ําไปนะคะ ในขณะที่เขาเป็นผู้ชํานาญการ ตัวดิฉันเองไม่เข้าใจว่าเชี่ยวชาญ กับชํานาญการมันแตกต่างกันตรงไหน ถ้าเชี่ยวชาญก็คือเชี่ยวชาญ ชํานาญการก็คือ ชํานาญการ และชํานาญการกับเชี่ยวชาญนี้ถ้าแปลความหมายก็คือตัวเดียวกัน เหมือนผัว กับเมียเป็นหนึ่งอย่างนี้ค่ะ ดิฉันก็ว่าทําไมผู้ชํานาญการพิเศษ ๕,๖๐๐ บาท ผู้ชํานาญการ ๓,๕๐๐ บาท ก็เท่ากับว่าผู้เชี่ยวชาญนี้เป็นผัว ผู้ชํานาญการนี้เป็นเมียหรือคะ เมียได้เงิน น้อยกว่าผัวหรือไม่ พูดไม่เพราะนะคะท่านประธาน ขอโทษค่ะ พูดตามภาษาที่ได้อยู่ที่พื้นที่ ตนเอง ก็อยากจะชี้จุดนี้ให้ดูด้วยว่าการที่จะได้มาซึ่งเงินค่าวิทยฐานะจะต้องทํารายงาน ไปจ้างคนนั้นคนนี้ทําให้เพราะไม่มีเวลา จากที่สอนอยู่ที่โรงเรียน กลับไปบ้านต้องไปดูแลลูก นี่พูดถึงของประถมต้องไปดูแลลูก และในกรณีที่สอนหนังสืออยู่ในโรงเรียนนั้น ๖ ห้อง มีครู ๓ คน กระทรวงศึกษาธิการมอบงบประมาณจัดลงไปให้บอกว่าให้เกลี่ยกัน ว่าให้จํานวน เงินนั้นเกลี่ยให้เป็นเงินเดือนของครู แล้วก็เป็นค่าครุภัณฑ์ ค่าอุปกรณ์การเรียนการสอน ต่าง ๆ นั้นไปเกลี่ยกันในงบประมาณ เกลี่ยไปเกลี่ยมาก็ตัดคุณครูลง จาก ๖ ห้องต้องมีคุณครู ๖ คน เหลือคุณครู ๓ คน อย่างนี้ แล้วในกรณีที่กําหนดเงินเดือนมาอย่างนี้ ดูแล้วนะคะ ไม่สามารถที่จะสร้างขวัญกําลังใจให้กับคุณครูในส่วนของพื้นที่ภูมิภาคได้ ก็คือทางประถม ดิฉันก็เลยขอตั้งข้อสังเกตในการที่อภิปรายกฎหมายเรื่องเงินเดือนและเงินวิทยฐานะ ในกรณี พิจารณาในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรครูทางการศึกษานี้ หรือไม่ก็เป็นกลุ่ม ทางข้าราชการ คําย่อค่ะ