สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔

เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่ง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่..) พ.ศ..... โดยขอปรับปรุงเงินเดือนให้สูงขึ้น และให้เท่าเทียมกับบุคลากรข้าราชการพลเรือน

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่ง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่ทราบกันดีในสังคมไทย ทั้งประเทศว่าวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนของสังคม เนื่องจากว่าครูสร้างคนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นทหาร ตํารวจ ทุกวิชาชีพ เป็นศิษย์ที่มีครู ทั้งนั้น แต่สิ่งที่ครูยังขาดก็คือขวัญและกําลังใจ ความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม แม้ว่าวิชาชีพครู จะได้รับการยอมรับว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติ เป็นสถาปนิกของสังคม บางคนก็บอกว่า เป็นเรือจ้าง แต่วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพที่น่าเห็นใจที่ต้องเสียสละไม่ว่าจะในสังคมเมืองหรือ สังคมชนบท พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้ความเคารพ ให้ความคาดหวัง ภาษีสังคมตามมา ความรับผิดชอบ แต่สิ่งที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความเข้าใจตรงกันทั้ง ฝ่ายค้านและรัฐบาลก็คือการที่ดูแลพี่น้องครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ ๕๐๐,๐๐๐ คนเศษ ให้มี ค่าครองชีพที่อยู่ได้ในสังคมและอยากให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง มีค่าตอบแทน มีเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินประจําตําแหน่งที่สามารถอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุข และมีขวัญและกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พ.ร.บ. เงินเดือนตรงนี้ ต้องบอกว่าเป็นความ พยายามของหลายรัฐบาลที่จะให้โอกาสทางการศึกษาแก่ลูกหลานของเรา เช่น การที่ให้ เข้าถึงแหล่งทุน กองทุนกู้ยืมเรียนเพื่อจะให้โอกาสของลูกคนยากคนจนได้เข้าสู่ระบบ การศึกษา แล้วก็ให้ครูได้มีขวัญและกําลังใจ เช่น ได้เพิ่มเงินวิทยฐานะ เงินประจําตําแหน่ง ขึ้นมาในรัฐบาลที่ผ่านมา แล้วก็โชคดีที่รัฐบาลนี้มีความเข้าใจในวิชาชีพครูแล้วก็สานต่อ นโยบาย พยามยามที่จะปรับปรุงไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินวิทยฐานะหรือว่าเงินประจําตําแหน่ง เงินเดือนให้สูงขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เห็นความสําคัญของวิชาชีพครู การแก้ไข ปัญหาหนี้สินของครูนั้น ส่วนหนึ่งก็ต้องเข้าใจนะครับว่าครูไม่มีรายได้อื่นนอกจากเงินเดือน เงินประจําตําแหน่งและเงินวิทยฐานะ อาจจะมีบางท่านที่ขยันทํามาหากินบ้าง ทําเรื่อง การเกษตรปลูกพืช เช่น ปลูกอ้อย ยาง อย่างนี้ เพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่นั่นก็ไม่ใช่ ส่วนใหญ่ บางท่านอาจจะยังขาดแคลนเนื่องจากว่าไม่มีพื้นฐานทางปัจจัยที่จะไปซื้อที่ ซื้อไร่ ซื้อนา แต่ก็มีความวิริยะอุตสาหะ ฉะนั้นก็อยากให้รัฐบาลมองในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ส่วนหนึ่งก็คือการปรับเงินเดือนข้าราชการครู ที่จริงแล้วตรงนี้เรามีหลายภาคส่วนที่เข้ามา ดูแลเรื่องการศึกษา เราจะเห็นได้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีการปรับองคาพยพของระบบบริหาร ไม่ว่าจะเป็นการบริหารโดยองค์คณะบุคคล มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีการแบ่ง เขตพื้นที่การศึกษา ๑๗๕ เขตทั่วประเทศ แล้วก็มี ก.ค.ศ. ซึ่งดูแลระบบร่วมกับกระทรวง ทบวง กรม อันนี้ก็ถือว่าเป็นหลักคิดในการเริ่มต้นที่จะพัฒนาบุคลากรครูและบุคลากร ทางการศึกษาของประเทศเราให้มีหลักในการบริหารและมีค่าตอบแทนที่อยู่ได้ในสังคม ในรายละเอียดที่เราอยากเห็นก็คือความเท่าเทียมกัน ทั้งที่ในส่วนตัวของผมแล้วอยากเห็น วิชาชีพครูที่มีรายได้มีค่าตอบแทนที่สูงขึ้น อยากให้สูงกว่าวิชาชีพอื่นเนื่องจากว่าเป็นบุคลากร ที่สําคัญที่จะพัฒนาคน การที่จะพัฒนาคนของประเทศให้มีคุณภาพได้ต้องอาศัยการศึกษา ผู้ที่เป็นทหารเอกที่จะพัฒนาการศึกษาได้ก็คือบุคลากรครูและบุคลากรการศึกษา ทั้ง ๕๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ฉะนั้นการปรับฐานเงินเดือนครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการปรับฐานให้ เท่าเทียมกับบุคลากรข้าราชการพลเรือนนะครับ ก็มีความเห็นพ้องต้องกันว่าอย่างต่ําน่าจะมี ฐานเงินเดือนเท่ากันกับพลเรือน นี่เป็นการเริ่มต้นนะครับ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ในชั้นกรรมาธิการเราต้องมาพิจารณาในรายละเอียดของเงินเดือน ถ้าเราไปใช้ลู่วิ่งหรือขั้น ของพลเรือนแล้วมันจะมีปัญหามากมาย เพราะว่าวิชาเฉพาะตําแหน่งเช่น วช. อย่างนี้ มันก็ จะมีอีกขั้นหนึ่ง แล้วก็การเดินไปสู่บางทีอาจจะสะดุด ฉะนั้นเป็นข้อสังเกตว่าการที่เราปรับขั้นสูงขั้นต่ํา ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมโดยส่วนตัว ให้การสนับสนุน แต่ในรายละเอียดที่ขั้นลู่วิ่งของเราต้องไปดูรายละเอียดว่าอย่าให้มีสะดุด เขาเคยได้ครึ่งขั้น ๑ ขั้น ขั้นครึ่ง ๒ ขั้น มันต้องเดินได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยนะครับ สรุปก็คือการปรับขั้นเงินเดือนหลังจากเราปรับฐานเงินเดือนเรียบร้อย เป็นที่พอใจของพี่น้อง ครูบาอาจารย์ทั่วประเทศแล้ว ก็อยากให้ปรับขึ้นเงินเดือนที่เป็นรูปธรรมชัดเจนนะครับ ๘ เปอร์เซ็นต์นี่ต้องให้นะครับ ไม่ใช่ให้ด้วยลมปาก หรือว่ารัฐบาลนี้เพื่อต้องการที่จะทําตรงนี้ ขึ้นมาเพื่อหาเสียงอย่างเดียว ไม่ใช่ ต้องเข้าใจตรงกันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา ของเรา โดยเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพครู เห็นพ้องต้องกันตรงกันว่าอยากปรับรายได้ของครูให้ เป็นวิชาชีพชั้นสูง มีเงินเดือน มีเงินวิทยฐานะ มีเงินประจําตําแหน่ง สามารถอยู่ได้อย่าง มีหน้ามีตาในสังคมและเป็นที่ยอมรับ ฉะนั้น ๘ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการจะต้อง เอาไปคุยตกผลึกให้ชัดเจนกับพี่น้องครูบาอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ขอบคุณครับ