สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔

บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หารือเรื่องการปรับค่าตอบแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอบต. และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ปรับปรุงโครงสร้างงบประมาณของเทศบาล อบจ. และท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกัน

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอตอบกระทู้เกี่ยวกับประเด็นคําถามการปรับค่าตอบแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหารหรือสมาชิก กระผมต้องเรียนว่ารัฐบาลนั้นได้ให้ความสําคัญกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกระจายอํานาจหรือการดูแล ให้ขวัญ กําลังใจและรับปัญหาเป็นประเด็นต่าง ๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาดูแลตลอด เพราะรัฐบาลถือว่าองค์กรเหล่านี้คือองค์กรที่มีผู้แทนของประชาชนที่เป็นคนพื้นที่อยู่ใกล้ชิด ชาวบ้าน ดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ดี แล้วก็เป็นกลไกหนึ่งในการที่จะนํานโยบาย ของรัฐบาลไปดูแลพี่น้องประชาชน สําหรับการดูแลค่าตอบแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น รัฐบาลไม่ได้คิดจะขึ้นหรือจะปรับก็ทําทันที เพราะวันนี้ต้องดูทั้งระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบ้านเมืองเรานั้นมี ๕ รูปแบบ ทั้งรูปแบบพิเศษคือ กทม. และ เมืองพัทยา ๗,๘๕๒ แห่ง ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ผมต้องเรียนท่านประธานที่เคารพว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีจํานวนมากที่สุดก็คือ อบต. มีอยู่ ๕,๗๖๘ แห่ง อบต. นั้น โครงสร้างก็อย่างที่พวกเราทราบ มีฝ่ายบริหาร มีฝ่ายสมาชิก แต่วันนี้ระบบค่าตอบแทน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๕ รูปแบบนั้น ผู้บริหาร อบต. และสมาชิกนั้นมีโครงสร้างของ ค่าตอบแทนที่ต่ําที่สุดเมื่อเทียบกับเทศบาล เมื่อเทียบกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด กทม. หรือเมืองพัทยา เมื่อเป็นอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นก็ได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยไปดู ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง แล้วให้ดูในแง่ของโครงสร้างว่าถ้าจะมีการปรับปรุงแล้ว ควรที่จะดําเนินการแค่ไหน เพียงใด และประกอบกับข้อเรียกร้องของบรรดาผู้บริหาร และสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต. ที่นําเสนอมายังกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการให้ช่วยดูแลเรื่องค่าตอบแทนให้เกิดความเป็นธรรม และสอดคล้องกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นด้วย เมื่อเป็นอย่างนี้ก็มีการพิจารณาด้วยความรอบคอบ หลายฝ่ายครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนของกระทรวงมหาดไทย กรมบัญชีกลาง สํานักงบประมาณ แล้วก็ได้มี มติ ครม. เพื่อจะผลักดันการขึ้นค่าตอบแทนของ อบต. ทั่วประเทศไทย ฝ่ายบริหารและ สมาชิกทั้งประเทศ ประเด็นคําถามท่านถามว่า มีเกณฑ์การขึ้นอย่างไร ผมต้องเรียนครับว่า แบ่งการขึ้นเป็นลําดับอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ นายก อบต. หรือผู้บริหารนั้น จะปรับขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยใช้เกณฑ์ค่าตอบแทนรายเดือนของนายก อบต. หรือของ ผู้บริหาร ซึ่งวันนี้ค่าตอบแทนของนายก อบต. เมื่อเปรียบเทียบกับเทศบาลและ อบจ. แล้ว สูงสุดของ อบจ. นะครับ ที่เป็น อบจ. สูงสุดขนาดใหญ่ เขาจะมีค่าตอบแทนรายเดือนของเขา ๙,๒๐๐ บาท แต่สูงสุดของเทศบาล ค่าตอบแทนรายเดือน ๔๖,๐๐๐ บาทครับ ของ อบจ. ก็ ๔๖,๐๐๐ บาท เท่าเทศบาล อันนี้สูงสุดนะครับ ส่วนต่ําสุดของ อบต. จะอยู่ประมาณ ๓,๕๐๐ บาท ของเทศบาลจะอยู่ประมาณ ๑,๒๖๐ บาท นี่คือเกณฑ์ตัวเลขก่อนที่จะมีการ ปรับโครงสร้างนี้ ฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้เกณฑ์การปรับปรุงต่าง ๆ ก็ออกมาเป็นเกณฑ์อย่างนี้ครับ ซึ่งก็มีผลใช้แล้วตั้งแต่เดือนมกราคมนี้เป็นต้นไปนะครับ นายก อบต. หรือผู้บริหาร ของ อบต. ทั่วประเทศ จะมีการปรับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับจากค่าตอบแทนรายเดือนของ นายก อบต. ซึ่งเกณฑ์ก็ไม่เหมือนกันนะครับ แล้วแต่ อบต. ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ส่วนรองนายก อบต. และประธานสภา อบต. ก็ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ รองประธานสภา อบต. ๔๕ เปอร์เซ็นต์ เลขานุการสภา อบต. เลขานุการนายก อบต. ๓๕ เปอร์เซ็นต์ สมาชิก อบต. ๓๕ เปอร์เซ็นต์จากค่าตอบแทนรายเดือนของนายก อบต. เกณฑ์ทั้งหมดนี้เป็นการกําหนด โดยมีเหตุมีผล มีโครงสร้างเมื่อเทียบกับเทศบาลอย่างชัดเจนครับ อธิบายได้ ใช้งบประมาณ ทั้งหมด ๑,๐๕๕ ล้านบาทต่อปีครับ นี่คือในการปรับปรุงเงินค่าตอบแทนเรื่องนี้ครับ

ท่านประธานครับ ประเด็นที่อยากจะเรียนก็คือว่าองค์กรอื่น ๆ ที่มีอยู่ ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบจ. หรือแม้แต่ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ส.ก. ส.ข. ซึ่งวันนี้ กระทรวงมหาดไทยก็ได้มีการดําเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ร่วมกันหลายฝ่ายครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของงบประมาณ มาพิจารณาดูโครงสร้างเพื่อให้เกิดความสอดคล้อง และเหมาะสม ที่สําคัญครับ การปรับแต่ละครั้งสามารถอธิบายได้บนเหตุบนผลครับ