สุเทพ เทือกสุบรรณ หารือเรื่องโครงการจัดหารถหุ้มเกราะจากประเทศยูเครน โดยอ้างว่ามีความจำเป็นในการดูแลอธิปไตยของประเทศ และกล่าวถึงปัญหาเกี่ยวกับการตรวจสอบและตรวจรับรถยนต์ยานเกราะที่ซื้อมา รวมถึงการเผารถยนต์หุ้มเกราะในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2552 ซึ่งเขาไม่เห็นเป็นการกระทำของรัฐบาล แต่เป็นผลจากการจลาจลของกลุ่มคนเสื้อแดง
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงคําอภิปรายของเพื่อน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ มีหลายประเด็นด้วยกัน ท่านประธานครับ ที่ท่านได้ยกขึ้นมาเป็นประเด็นกล่าวหาผม ผมขอเป็นประเด็นหลังก่อน ก็คือเรื่องโครงการจัดหารถหุ้มเกราะจากประเทศยูเครน ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด ๒ โครงการ โครงการแรก ๙๖ คัน โครงการที่ ๒ ๑๒๑ คัน เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านได้พยายามยกมาเป็นประเด็นพูดจาหลายครั้งแล้วครับท่านประธาน ในทํานองว่า การจัดทําโครงการนี้เป็นการจัดเพื่อหาประโยชน์ ดําเนินการไปด้วยความไม่เรียบร้อย ไม่ถูกต้องตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี การทําสัญญาไม่โปร่งใส การส่งมอบไม่เป็นไป ตามแบบแผนอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เขาดําเนินการนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อบันทึกไว้เป็นความเข้าใจ โครงการจัดหายานเกราะ ล้อยางนี่ เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านมาพูดจาวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้งหลายหน ผมก็ได้ลงไปศึกษาดูครับ ท่านประธานครับ แล้วผมก็เห็นว่าโครงการนี้เขาตั้งขึ้นครั้งแรก เมื่อปีงบประมาณ ๒๕๕๐ สมัยรัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ เป็นโครงการแรก จํานวน ๙๖ คัน แล้วก็ครั้งที่ ๒ โครงการที่ ๒ จํานวน ๑๒๑ คัน ตั้งขึ้นเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๕๒ รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย ของพวกท่านนะครับ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปโยนความผิดให้ รัฐบาลเก่าแต่ประการใด เพียงแต่ยืนยันว่าการเตรียมการเพื่อจัดซื้อจัดจ้างเพื่อทําโครงการนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นความคิดริเริ่มขึ้นในสมัยของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ประการใดทั้งสิ้น ที่ผมพูดว่าไม่ได้โยนความผิด เพราะผมไปดูแล้วมันไม่มีอะไรผิด ท่านประธาน เมื่อไม่นานมานี้ท่านประธานครับ ใครที่ได้ดูทีวี ติดตามข่าวตอนที่เรามีปัญหา กับประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานจะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านเรามีรถชนิดนี้ขับขนทหาร มายังบริเวณพื้นที่ที่เป็นที่สู้รบ เราคนไทยรักหวงแผ่นดินไทย เราก็ต้องรักหวงชีวิตทหารเรา เหมือนกันครับ ในขณะที่เขานั่งรถหุ้มเกราะมารบกับเรา จะให้เราเดินเท้าไปรบกับเขาเหมือน เมื่อก่อนมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันมีความจําเป็น เราก็ต้องจัดหาเครื่องไม้เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ที่เพียงพอสําหรับการที่จะดูแลอธิปไตยของประเทศ ผมไปศึกษาดูถึงแม้ว่าทํา ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ ทําในสมัยนายกรัฐมนตรีสมชายของพวกท่าน ผมก็เห็นว่า เขาทําถูกต้องในแนวความคิด
ประเด็นต่อมา ก็คือเมื่อทําถูกต้องแล้วการจัดซื้อจัดหาทําอย่างไร ผมก็ไปดูครับ การจัดซื้อจัดหาคราวนี้เขาเป็นสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐ จีทูจี (G to G) ผมไม่สงสัยว่านายกรัฐมนตรี สมชายได้ประโยชน์ หรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ได้ประโยชน์ครับ เพราะเป็นการสัญญา ระหว่างรัฐต่อรัฐ การค้าขายระหว่างรัฐต่อรัฐ ผมไม่คิดว่าจะมีใครที่จะไปแสวงหาประโยชน์ อะไรได้ แล้วรถยานเกราะล้อยางนี้ก็เป็นเครื่องมือยุทโธปกรณ์ที่ถือกันว่าทันสมัย เป็นประโยชน์ สําหรับสถานการณ์ที่มีภูมิประเทศอย่างบ้านเรา สิ่งที่เกิดปัญหาขึ้นมีนิดเดียว ท่านประธานครับ ทางประเทศเยอรมันเขาเกิดเปลี่ยนแปลงเรื่องเครื่องยนต์ เดิมเป็นเครื่องยนต์เบ็นซ์ (Benz) ตอนหลังต้องเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์เอ็มทียู (MTU) ทางฝ่ายไทยก็ศึกษาแล้วว่าเครื่องยนต์ เอ็มทียูที่เขาเสนอมาใหม่แรงม้ามากกว่า คุณภาพดีกว่าเครื่องเบ็นซ์เก่า เครื่องเบ็นซ์เก่า เป็นเครื่องยูโร ๑ (Uro one) รุ่น ๑ อันนี้เป็นยูโรซี (Uro C) รุ่น ๓ ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรที่จะ เสียหายอะไร เพียงแต่ว่าเมื่อเปลี่ยนเครื่องยนต์ก็ต้องเปลี่ยนเงื่อนไขในสัญญาที่เคยระบุว่า ต้องใช้เครื่องยนต์เบ็นซ์ก็เปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์เอ็มทียู ในส่วนของการส่งมอบที่ท่านเชาวรินธร์ บอกว่านายกรัฐมนตรีสมัครสั่งการเอาไว้ว่าให้ สตง. ไปร่วมตรวจรับด้วย มาตรวจรับมอบ แล้วเวลาส่งมา ๒ คันแรกก็ไม่ได้ตรวจรับ ข้อเท็จจริงไม่ใช่เป็นอย่างนั้นครับ ๒ คันแรกที่เขา ส่งมาให้ไม่ต้องตรวจรับครับ เพราะเขาส่งมาให้เราใช้ฝึกทหาร เอามาถึงก็ส่งเข้าโรงซ่อม ไปถอดประกอบ เผื่อว่าเรื่องของการบํารุงรักษา การใช้งานต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ของเราจะได้ฝึก ใช้ประโยชน์ได้ ชุดที่ ๒ สิครับ ที่ส่งมา ๑๒ คัน เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๔ นี้ อันนี้ได้ตรวจรับแล้วครับ เอาไปทดสอบแล้วไปตรวจรับแล้ว แล้วทางกองทัพบกก็ได้มีหนังสือเชิญไปยังสํานักงาน ตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้มาร่วมตรวจรับตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเคยสั่งการเอาไว้ แต่ว่าทางสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน สตง. แจ้งว่าไม่สามารถมาร่วมทําการตรวจรับได้ เพราะไม่ได้เป็นหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการตรวจรับ นี่ครับหนังสือของ สตง. อยู่ในมือผมนี่ครับ ลงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ แจ้งเรียนเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกแล้วก็บอกว่าที่มาร่วมตรวจไม่ได้ เนื่องจากสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบภายนอกของส่วนราชการ จึงไม่อาจ ไปร่วมสังเกตการณ์ในการร่วมรับดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นที่ไปพูดจาแล้วทําเป็นตั้งข้อสงสัย ในทํานองให้คนเข้าใจทางกองทัพบกผิดนั้น ผมคิดว่าเป็นบาปเปล่า ๆ นะครับ ท่านประธานครับ และผมก็อยากจะให้มีความเข้าใจให้ตรงกันตามนี้ด้วย อันนี้ก็ขอเรียนให้ทราบ
ทีนี้ก็มาถึงเรื่องรถยนต์ที่ถูกเผาครับ รูปที่ท่านเอามาแสดงเมื่อสักครู่ เรื่องรถยนต์ ที่ถูกเผา แล้วท่านบอกว่าไม่รู้ใครเผา สงสัยว่ารัฐบาลเผาเอง แล้วโยนความผิดให้กับผู้ชุมนุม ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาลไม่ได้ทําหรอกครับ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทํา รูปที่ท่านเอา มาแสดงนั้นเป็นรูปที่เกิดขึ้นในระหว่างการที่พวกท่านได้ก่อการจลาจลขึ้นมาในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๒-๑๓ เมษายน ปี ๒๕๕๒ ครับ ในวันที่ ๑๒ เมษายน จะมีรถยนต์โดยสารประจํา ทางถูกเผา ๒๗ คัน ที่บริเวณแยกยมราช ๕ คัน ที่แยกผ่านฟ้าลีลาศ ถนนหลานหลวง ๑๐ คัน ที่แยก จปร. ๕ คัน ที่บริเวณหน้าบริษัทการบินไทย หลานหลวง ๔ คัน ที่บริเวณถนนประชาธิปไตย ก่อนถึงแยกประชาเกษม ๑ คัน ที่แยกวังแดง ๑ คัน แล้วก็ที่บริเวณหน้าสํานักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ ๑ คัน นี่เฉพาะวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๗ คัน วันที่ ๑๓ เมษายน ก็เผาอีก ๘ คัน ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่หน้าตลาดเทเวศร์ ที่แยกพระรามเก้า ที่อาคารฟอร์จูน บริเวณหน้าอาคารฟอร์จูน ทาวน์ ที่บริเวณแยกประตูน้ํา ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเทเวศร์ ทั้งหมดนี้ครับ ทางกระทรวง คมนาคม ทาง ขสมก. เขาไม่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ คดีอยู่ที่ สน. นางเลิ้ง สน. สามเสน สน. ดินแดน สน. ห้วยขวาง ได้มีการบันทึกลงรับเรื่องราวร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่กําลังได้ พยายามที่จะติดตามหาผู้กระทําความผิด แต่ก็ยังไม่ได้ แต่ที่ผมต้องยืนยันกับท่านประธานว่า ที่คุณเชาวรินธร์ลุกขึ้นมาอภิปรายและพูดจาให้คนเข้าใจในทํานองว่ารัฐบาลนี้ทําเอง แล้วโยน ความผิดใส่ผู้ชุมนุม คุณเชาวรินธร์ไม่ได้พูดเฉพาะเรื่องเผารถเมล์นะครับ ที่บอกว่ารัฐบาลทําเอง และโยนความผิดให้ผู้ชุมนุม คุณเชาวรินธร์ยังพูดไปถึงเรื่องของรถแก๊สที่ดินแดง ที่รางน้ํา ที่โรงพยาบาลสงฆ์ แล้วคุณเชาวรินธร์ยังเลยเถิดไปบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคราวนั้นมีคน เสื้อแดงบาดเจ็บ มีคนเสื้อแดงล้มตาย มีศพหายไป ขนศพหนี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนว่าคุณเชารินธร์บิดเบือนข้อเท็จจริง ผมจะเรียนเรื่องจริงให้ท่านประธานฟังครับ เรื่องจริงนี่เป็นเรื่องที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ดําเนินการลุกขึ้นก่อจลาจลเผาบ้านเผาเมือง เมื่อปี ๒๕๕๒ วันนี้คุณเชาวรินธร์เอามาพูดคนอาจจะลืมเรื่องราวไปแล้ว ผมทบทวนให้ ท่านประธานฟังครับ ที่ผมได้บอกว่าคนเสื้อแดงเขาลุกขึ้นไปเผาบ้าน เผาเมือง เผารถเมล์ เอารถแก็สไปจอดที่ดินแดง ที่โรงพยาบาลสงฆ์ ที่ซอยรางน้ํา พวกนี้ทําทั้งนั้น ทําเพราะ มีเป้าหมาย คนพูดต้องมีเหตุมีผลครับ ท่านประธานครับ ที่ใส่ร้ายรัฐบาลว่ารัฐบาลเป็นคนทํา รัฐบาลทําทําไม พวกผมเป็นรัฐบาล พวกผมมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คนเป็นรัฐบาลที่ไหนจะลุกขึ้นมาก่อจลาจลให้มันเสียหายกับความรับผิดชอบของตัวเอง แต่ว่าที่คนเสื้อแดงเขาลุกขึ้นมาก่อเหตุจลาจลเขามีเป้าหมาย เขามีจุดมุ่งหมายชัดเจน จุดมุ่งหมายอะไรครับท่านประธานครับ เขาดําเนินการเคลื่อนไหวต่อสู้โดยมีระบบอย่างวางแผน ล่วงหน้า แบ่งงานกันทํามาชัดเจน เพื่อช่วยเหลือ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ช่วยให้ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับประเทศ เพื่อช่วยให้ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับมาโดยไม่ต้องติดคุก เพื่อช่วยให้ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ทรัพย์สินที่ถูกยึด ทรัพย์คืน นี่คือเป้าหมาย ผมทบทวนความให้ท่านประธานฟังครับเผื่อว่าท่านประธานลืมเรื่อง ไปแล้ว พันตํารวจโท ทักษิณ ที่ไปอยู่ต่างประเทศเดี๋ยวนี้ ที่จริงกลับมาเองวันไหนก็ได้ครับ ซื้อตั๋วเครื่องบินมาหรือเครื่องบินเช่าเหมาบินลงสนามบินสุวรรณภูมิวันไหนก็ได้ แต่ถ้ามาแล้ว ต้องถูกติดคุก เพราะฉะนั้นต้องเรียกร้องให้ลูกน้องเข้าไปช่วยเหลือ