สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการบริหารจัดการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะเรื่องน้ำตาลทราย และกล่าวหาว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อการปฏิบัติหน้าที่ ขาดความสามารถ ขาดวิสัยทัศน์ และจงใจบิดเบือนกลไกการตลาดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตนเอง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดสรรน้ำตาล การกระจายน้ำตาล และการขายน้ำตาลที่ราคาควบคุมแต่จริงๆ แล้วขายในราคาแพง และยังหารือเรื่องโครงการข้าวถุงเฉลิมพระเกียรติ และข้าวที่เหลืออยู่ ๕.๖ ล้านตัน โดยชี้ว่ากรมการค้าระหว่างประเทศได้ทำสัญญากับบริษัท เอ็ม.ที. เซ็นเตอร์ เทรด จํากัด ในการขนข้าวออกประเทศ แต่บริษัทนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ จึงขอขยายเวลาในการขนข้าวออก แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ยกเลิกสัญญา ทำให้รัฐไม่สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ และทำให้บริษัทนี้หลุดพ้นจากความเสียหาย

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคให้มา อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนอื่นนั้นโดยส่วนตัวเราไม่มีอะไรกัน แล้วก็พบปะพูดคุยกันเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยการมอบหมายของพรรคให้มาอภิปราย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นบทบาทภาระหน้าที่ของฝ่ายค้านจะต้องชี้ให้ ท่านประธานแล้วก็พี่น้องประชาชนที่รับชม ได้รับฟังการถ่ายทอดทางด้าน ทีวี และวิทยุได้ทราบว่า การบริหารราชการแผ่นดินของท่านนั้นเป็นอย่างไร ก่อนอื่นตั้งแต่เช้ามาจนถึงขณะนี้เวลา ๓ ทุ่ม ๑๕ นาที ท่านเองก็ถูกข้อกล่าวหาอย่างมากมาย ผมเองก็จะกล่าวหาท่านเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมเองขอกล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพรทิวา นาคาศัย ว่าข้อที่ ๑ ท่านไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อการปฏิบัติหน้าที่ ข้อที่ ๒ ท่านไร้ความสามารถ ขาดวิสัยทัศน์ ในการบริหารราชการแผ่นดินตามหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ข้อที่ ๓ ท่านจงใจ บิดเบือนกลไกการตลาดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตนเอง ข้อที่ ๔ ท่านทําให้ประชาชน ทั่วทั้งแผ่นดินได้รับความเสียหายเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ผิดพลาด บกพร่องของท่าน ข้อที่ ๕ ท่านทําให้ประชาชนทั่วทั้งแผ่นดินไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์ ข้อที่ ๖ ท่านสมคบกับพรรคพวกและบริวารของตนเองเพื่อแสวงหาประโยชน์ บนความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อันนี้คือข้อกล่าวหาของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ที่ผมได้กล่าวหา ท่านประธานครับ ผมจําเป็นต้องใช้เอกสารแล้วก็แผ่นชาร์ทที่จะ อธิบายสั้น ๆ ผมเองจะขออภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของท่านก็คือ ใน เรื่องน้ําตาล ท่านประธานและพี่น้องประชาชนโปรดติดตาม ผมจะได้กล่าวหาว่าอย่างไร แล้วก็จะ ลําดับความให้ท่านฟัง แล้วก็พี่น้องประชาชนจะได้เห็นว่าน้ําตาลใครได้ใครเสียในครั้งนี้ ผมจึง จะกล่าวว่าอย่างนี้ครับ วันนี้ประชาชนกินน้ําตาลแพง วางแผนโกงอย่างไร ใครได้ประโยชน์แท้จริง ตามผมมาผมจะอธิบายให้ฟัง ท่านประธานครับ ก่อนอื่นนั้นเพื่อทําความเข้าใจและซักซ้อมให้มี ความเข้าใจอย่างเดียวกันก่อนในสภาแห่งนี้ เพราะเรื่องอ้อยและน้ําตาลทรายนั้นเป็นเรื่องพิเศษ มีกฎหมายบังคับใช้ ฉะนั้นก่อนอื่นผมจะต้องอธิบายถึงเค้าโครงและโครงสร้างของอ้อยและน้ําตาล ทราย โดยจะอธิบายถึงภาพให้ท่านเห็นก่อนว่าโครงสร้างนี้มันเป็นมาอย่างไร แล้วกระทรวงพาณิชย์ มาเกี่ยวข้องอย่างไร ท่านพรทิวา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านมีหน้าที่มาเกี่ยวข้อง อย่างไร ขอให้แผ่นที่ ๑ ขึ้นจอ ท่านประธานครับเริ่มต้นเพื่อที่จะซักซ้อมทําความเข้าใจให้เป็น รูปแบบเดียวกันก่อน กระบวนการอ้อยและน้ําตาลทรายเริ่มต้นตั้งแต่นี้นะครับ ชาวไร่อ้อย ที่ปลูกอ้อยก่อนนะครับ และเมื่อชาวไร่อ้อยปลูกอ้อยเสร็จนี้จะต้องนําอ้อยนี้เข้ามาหีบที่โรงงานน้ําตาล โรงงานน้ําตาลในขณะนี้มีอยู่ ๔๗ แห่งทั้งประเทศ เมื่อโรงงานน้ําตาลหีบอ้อยเสร็จว่าจะผลิต เป็นน้ําตาล และกากน้ําตาลซึ่งเราเรียกว่าโมลาส (Molasses) เมื่อผลิตน้ําตาลออกมาได้เท่าไร อย่างไร ผู้ที่จะควบคุมในการผลิตก็คือศูนย์บริหารควบคุมการผลิต ในศูนย์ควบคุมการผลิตจะมี รายย่อยอยู่ประจําแต่ละโรงงาน โรงงาน โรงงาน โดยจะมีตัวแทนของชาวไร่อ้อย โรงงาน และ ราชการ หลังจากโรงงานได้หนีบเสร็จเรียบร้อยก็มีการจัดสรรน้ําตาล เขาเรียกว่าน้ําตาลอยู่ ก้อนหนึ่ง แบ่งออกเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนแรกเขาเรียกว่า โควตา ก ซึ่งมาผลิตและจําหน่วยขายภายในประเทศ ในปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ในปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือว่าในโควตา ก จะผลิตได้ที่มีการจําหน่ายคือจํานวน ๒๑ ล้านกระสอบ ที่จะจําหน่าย ในประเทศ อันนี้บังคับไว้ และกระทรวงพาณิชย์ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นี้ละครับ ขอเพิ่มโควตา ก ภายในประเทศอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ คือ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัม นี่ครับคือที่มาของท่านที่ผมจะอภิปรายในประเด็นในเรื่องของ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ อันนี้ละครับ ใน ก. นี้ แล้วพอมาถึงโควตา ข นั้นก็คือ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบเป็นน้ําตาลดิบ ซึ่งจะต้องส่งไปต่างประเทศอย่างเดียว พอมาถึง ค. เป็นโควตาซึ่งจะต้องขายไปต่างประเทศอีก จํานวน ๓,๖๐๐,๐๐๐ กระสอบ อันนี้บังคับไว้อย่างเดียวก็คือต้องส่งไปต่างประเทศ สรุปแล้ว นะครับ น้ําตาลทั้งหมดที่มี ๓ โควตา ก ข ค นี้ รวมกันแล้วประมาณเกือบ ๖๐ ล้านกระสอบ ฉะนั้น วันนี้ถามประเด็นก่อนขึ้นมาว่าน้ําตาลทรายขาดไหม ไม่มีทางหรอกครับ เราส่งออกไปขาย ต่างประเทศเป็นอันดับ ๒ ของโลกในขณะนี้ และวันนี้ก็ยังหีบกันไม่เสร็จเลย และต่อมาครับ ท่านประธาน เพื่อที่จะให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนได้เห็น ในโควตา ก. ซึ่งท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขอในสัดส่วนนี้ เดิมทีนะครับ ในการควบคุมในการนําน้ําตาล ออกมานะครับ จากโรงงานน้ําตาลนั้นจะต้องเป็นศูนย์ควบคุมการผลิตในการที่จะออกหลักฐาน ในการเคลื่อนย้าย ซึ่งเราเรียกว่า ตั๋วน้ําตาล ถ้าไม่มีหลักฐานนี้นะครับ ไม่สามารถที่จะนําน้ําตาล ออกจากโรงงานน้ําตาลได้ แต่ท่านขอเพิ่ม ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ วันนี้ใครเป็นผู้บริหารและ การจัดการ ก็คือกระทรวงพาณิชย์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านนี้ครับ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัม ในโควตา ข ผู้บริหารในการจัดการทั้งหมดก็คือบริษัทอ้อยและน้ําตาลไทย อันนี้ เป็นส่วนของราชการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของโรงงาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และชาวไร่อีก ๓๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ต่างหากไม่เกี่ยวกัน พอมาถึงโควตา ค นั้นเป็นเรื่องของโรงงานเขาจะขายไปต่างประเทศเอง แล้วก็เอารายได้ทั้ง ๓ รายการนี้มารวมกันแล้วก็หักค่าใช้จ่าย แล้วก็แบ่งปันกันระหว่างชาวไร่ กับโรงงาน ๗๐ : ๓๐ ที่ผมบอกว่าท่านสร้างความเสียหายอย่างแสนสาหัสคืออะไร เดี๋ยวผม จะลําดับความอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมจะอธิบายเฉพาะในเรื่อง ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ ที่กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ขอมาดําเนินการในการบริหารการจัดการในครั้งนี้ก่อนที่จะเข้าทั้งหมด ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมขอกล่าวหาเลยนะครับว่าคนที่คิดวิธีการนําโควตา ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ หรือ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมมาบริหารนี้ ผมยอมรับเลยนะครับว่าคนที่อยู่ใกล้ท่านรัฐมนตรี เป็นคนเก่งในการคิดวิธีโกงอย่างไรด้วยซ้ําไป ผมเองอยู่ในวงการอ้อยและน้ําตาลทรายมา ๑๕ ปี ยังคิดไม่ถึงเลยว่าคิดได้อย่างไรคิดอย่างนี้ วิธีคิดอย่างนี้คิดอย่างไรท่านตามมานะครับ ทั้งหมดเขาจะนําโควตา ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบหรือ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมนี้ มาหาผลประโยชน์ ให้กับกลุ่มพรรคพวก พวกพ้องของตนเอง โดยในการบริหารในเรื่องของโควตา โดยไม่ได้คิดถึง ความทุกข์ยากลําบากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่จะต้องอ้างความทุกข์ยากเดือดร้อน ของประชาชนเป็นหลักในการที่จะได้จากการอนุมัติน้ําตาลในก้อนนี้ออกมาดําเนินการ ฉะนั้นรูปแบบและวิธีการ ท่านประธานครับ เขาจะทํากันอย่างไร คนคิดคิดให้เรียบร้อยเลย จะต้องมีตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งให้ท่านรัฐมนตรีสั่งการมาตั้งกรรมการเสร็จสรรพเรียบร้อยหา บริษัทต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเสร็จ แล้วใครอยากจะได้ก็ต้องมาจ่ายเงินค่าหัวคิวซึ่งเขาเรียกว่า ใต้โต๊ะ นี่คือสิ่งซึ่งเขาวางแผนในการที่จะหาเงินในครั้งนี้ แต่เมื่อหาเงินไปแล้วจะเข้าใครอย่างไร จะไปบริหารกันอย่างไรเดี๋ยวท่านติดตามมา ท่านประธานที่เคารพ ผมขอนําเสนอให้ท่านประธาน ได้เห็นว่าวิธีการของเขาเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะลุกขึ้นมาตอบหรอกว่าได้รับอนุมัติถูกต้องอะไรถูกต้อง ทั้งนั้นละครับ แต่วิธีการของท่านท่านทําอย่างนี้ครับ เมื่อวันที่ ๑๕ อันนี้เป็นเอกสารของท่านเอง นะครับ เมื่อวันที่ ๑๕ เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ท่านบอกว่าเรื่องการตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ําตาลทราย ของกระทรวงพาณิชย์ เรียนท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ด้วยคณะกรรมการอ้อยน้ําตาลทราย มีมติวันที่ ๑๑ เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ให้กระทรวงพาณิชย์รับน้ําตาลทรายโควตา ก ซึ่งผมพูด เมื่อสักครู่นี้คือโควตาหนึ่งนี่ละครับโควตา ก ส่วนที่ได้รับเพิ่มเป็นจํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ ไปบริหารจัดการกระจายไปยังผู้บริโภคและผู้ใช้ในอุตสาหกรรมรายย่อยให้อย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดความมั่นคงในด้านปริมาณที่ขาดแคลนและรักษาระดับในประเทศนั้น เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารการจัดการน้ําตาลในโควตาดังกล่าวจึงให้ตั้งศูนย์บริหาร การจัดการน้ําตาลของกระทรวงพาณิชย์ขึ้นมาเพื่อทําหน้าที่บริหารการจัดการน้ําตาลให้เป็นไป ตามนโยบาย เห็นไหมครับวิธีการเริ่มแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการได้มีหนังสือถึง ท่านปลัดกระทรวงเมื่อวันที่ ๑๕ ต่อมาในวันที่ ๑๖ ท่านปลัดกระทรวงได้รับหนังสือมีการแต่งตั้ง ขึ้นมา มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งตามคําสั่งที่ ๑๒๖/๒๕๕๓ ให้คณะกรรมการชุดนี้ ประกอบไปด้วย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ มี ๑. นายมนัส เป็นผู้ตรวจราชการ ๒. นายวิชัย เป็นนักวิชาการ เป็นประธานในการกระจายน้ําตาลในครั้งนี้ แล้วก็มีอํานาจหน้าที่ ๑-๖ ใน ๓.๕ ท่านบอกว่า สรุปรายงานการดําเนินงานของศูนย์ให้กระทรวงได้ทราบเป็นระยะ ในการนําน้ําตาล ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ หรือ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมมาจําหน่ายนั้น วัตถุประสงค์ของท่านต้องการเพื่อที่จะไม่ให้ น้ําตาลในตลาดของประเทศไทยตรึงตัวก็หมายความว่าไม่ให้น้ําตาลขาดตลาด แล้วก็ไม่ให้ พี่น้องประชาชนซื้อน้ําตาลแพงนี่ได้เห็นก่อนนะครับท่านประธาน ปรากฏว่าประธานในชุดนี้ เมื่อวันที่ ๑๗ ได้รับการแต่งตั้งก็ได้ออกหลักเกณฑ์เลยนะครับ วิธีการเริ่มต้นก็คือพอแต่งตั้งเสร็จ แล้วก็จะเริ่มออกหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์ในการจัดสรรน้ําตาล ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ ข้อที่ ๑ ปริมาณน้ําตาลโควตา ก ที่สํานักงาน กน. อนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์บริหารจํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ หรือ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน

หลักเกณฑ์ในการกระจายข้อที่ ๒.๑ ผู้ค้าส่งรายใหญ่ที่เป็นผู้ค้าประจําโรงงาน น้ําตาลจะต้องจัดสรรให้กับผู้ค้ารายใหญ่ซึ่งเป็นผู้ค้ากับโรงงานและมีความสามารถในการกระจาย น้ําตาลไปยังผู้ค้าปลีกเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ถึงมือผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๗๐๐,๐๐๐ กระสอบ ๗๐ ล้านกิโลกรัม ๒. หลักเกณฑ์ของท่านบอกว่าให้กับผู้ดําเนินการในภาคอุตสาหกรรมรายย่อยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ โควตา ค อีก ๑๕๐,๐๐๐ กระสอบ ก็คือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในรายการที่ ๓ เอาไปให้กระทรวง พาณิชย์ของท่านกรมการค้าภายในธงฟ้าอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๕๐,๐๐๐ กระสอบ นี่คือแนวทาง และวิธีการที่ท่านดําเนินการอยู่ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ เมื่อท่านได้ออกหลักเกณฑ์นี้แล้ว ท่านประธานครับ สังเกตไหมครับกระทรวงพาณิชย์มีความตั้งใจเข้มแข็งและแข็งแรง พอมาถึงวันที่ ๒๒ ทันทีเลย นี่คือการวางแผนกันไว้หลังจากวันที่ ๑๗ ออกหลักเกณฑ์ วันที่ ๒๒ ผู้อํานวยการศูนย์บริหาร การจัดการน้ําตาลของกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการจัดสรรแต่ผมไม่รู้เลยวิธีการ แบบไหน แต่จะไปแอบในการเจรจาแบบข้าวหรือเปล่าไม่รู้แต่ได้รับการจัดสรรทั้งหมด ๑ ล้านกระสอบ ตามเอกสารแผ่นที่ ๓ นะครับ ไม่เกิน ๕ วันท่านก็ไปจัดสรรให้ แต่ด้วยความที่ ไม่ระมัดระวังในการบริหารการจัดการ ไม่เป็นไร ผมก็มาดูนะครับ บุคคลที่ได้รับ การจัดสรรในครั้งนี้ผมก็จะยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ก็คือ มันมีห้างหุ้นส่วนหนึ่ง ชื่อห้างหุ้นส่วน โฮม ออโตเมชั่น โปรดักส์ อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี สถานที่ตั้งก็คือตําบลหมากแข้ง อําเภอเมือง จังหวัด อุดรธานี ทุนจดทะเบียน ๓ ล้านบาท ประกอบอาชีพหลักคือค้าประตูเหล็กดัด มุ้งลวดและ อัลลอยด์ ไม่ใช่ผมกล่าวหานะครับอันนี้ผมไปถอดมาจากเว็บไซต์ แล้วก็ขอเอกสารเพื่อประกอบ ในการอภิปรายเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ เอาข้อมูลมาจากคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และ ทรัพย์สินทางปัญญาด้วย และที่สําคัญบริษัทนี้นะครับจนถึงปัจจุบันประกอบกิจการขาดทุน ๒๒ ล้านบาท ผมเองมีโอกาสได้ไปที่จังหวัดอุดรธานีเพื่อได้ไปถ่ายภาพที่ห้างหุ้นส่วนโฮม ออโตเมชั่น โปรดักส์ ที่ได้รับจัดสรร เป็นตึกแถว ๒ ชั้นครึ่ง ห้องเดี่ยว ช่วยซูมให้พี่น้องประชาชนต่างจังหวัดได้ เห็นด้วย ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนนี้ได้รับจัดสรรไป ๒๕๙,๖๗๕ กระสอบ ท่านว่าเป็นเงินกี่ล้านบาท ทั้งที่ขาดทุนอยู่ประมาณ ๒๒ ล้านบาท อันนี้กลุ่มหนึ่งนะครับ ในกลุ่มที่ ๒ ผมก็มีความสงสัยว่า บริษัทกลุ่มที่เข้ามา ๑๑ บริษัทนี้เขาไปเกี่ยวข้องอะไรกับการค้าน้ําตาล เพราะผมอยู่วงการน้ําตาล มา ๑๕ ปี ผมรู้ว่าวิธีการบริหารน้ําตาลมันจะบริหารกันอย่างไร ท่านประธานครับ บริษัท ต. ชัยพัฒนาอยู่ที่เขตจอมทอง กทม. ก็ได้รับการจัดสรรครั้งนี้เช่นเดียวกัน ท่านทราบไหมครับว่า บริษัทนี้เขาขายอะไร เขาขายผักดอง ผลไม้ดอง ไม่มีน้ําตาล บริษัท ทีเอซี คอนซูเมอร์ จํากัด อยู่ที่วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร อันนี้ส่งออกเครื่องดื่มประเภทไม่มีแอลกอฮอล์ อีกบริษัทหนึ่ง บริษัท วีพีเอสไอ จํากัด อยู่ที่ป้อมปราบศัตรูพ่าย ขายอะไรครับ ขายปลีกวิทยุและโทรทัศน์ อันนี้ เพียง ๓ แห่งนะครับ แต่อันนี้ไม่เป็นไร นี่คือรูปแบบในการที่จะบริหารในโควตาที่ผมเล่ามาให้ฟัง ทั้งหมดนี้ ท่านก็ไปคัดเลือกมา ๑๑ แห่ง ก็รีบส่งเรื่องรายงานเสร็จสรรพเรียบร้อย แบ่งสันปันส่วน ให้เรียบร้อยเลยครับท่านประธาน ใครได้จํานวนเท่าไร ๆ ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการของสภาเอง มีข้อสงสัยเลยเรียกเรื่องนี้มาตรวจสอบ ปรากฏว่าภายหลังได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ตัดออกในบางกลุ่มก็เป็นกรรมการผู้จัดการกลุ่มเดียวกันก็ไปตัดออกแล้วเพิ่มมาใหม่เป็น ๑๖ ราย ใน ๑๖ รายนี้ที่เขาจัดสรรให้ ประเด็นปัญหาว่ามันเป็นไปตามนโยบายที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ไว้หรือเปล่า บอกว่าต้องกระจายน้ําตาลไปทั่วประเทศ จริง ๆ ไม่ใช่หรอกครับ มีอยู่ไม่กี่แห่ง มีกรุงเทพมหานคร มีจังหวัดสุพรรณบุรี มีจังหวัดร้อยเอ็ด มีจังหวัดนนทบุรีของ ท่านประธาน จังหวัดสมุทรสาคร เท่านั้นเอง ไหนบอกว่ากระจายไปทั้งประเทศมันไม่ใช่

ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นปัญหาต่อมาคืออย่างนี้ครับ วิธีการในการดําเนินงาน ของคณะนี้ผู้บริหารในการจัดการในครั้งนี้ได้โควตาไป ๑ ล้านกระสอบ ถามจริง ๆ เถอะว่า มีวัตถุประสงค์ต้องการเป็นแบบนั้นหรือไม่อย่างไร เขาไม่ได้คิดหรอก เพียงแต่ทําให้มันถูกต้อง ตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอนคืออะไร ก็มีการตั้งกรรมการ กรรมการก็วางหลักเกณฑ์ กันขึ้นมาแล้วคัดสรรให้บุคคลที่จะเข้ามารับจัดสรรในโควตาน้ําตาลครั้งนี้นําไปดําเนินงาน แต่ปรากฏว่าบริษัทเหล่านี้มันไม่ได้เป็นผู้ค้าน้ําตาลเลย ผิดหลักเกณฑ์ตั้งแต่ต้น แล้วถ้าถามว่า ผิดหลักเกณฑ์แล้วเขามีความวิตกกังวลไหม ไม่มีหรอกครับ แม้แต่ข้าวที่มีการอภิปรายไป มันสําปะหลังหายไปแล้วยังมีการมาดําเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ถามว่ามันผิดหลักเกณฑ์ไหม ผิด ถึงผิดหลักเกณฑ์อย่างไร ก็ฉันจะเอาอย่างเดียว เพราะในการจัดการวางแผนทั้งหมดนี้ เขาไม่ได้วางแผนในการขายน้ําตาล เขาจะเอาโควตา ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ ในครั้งนี้ไปขายให้กับบุคคลที่มีความต้องการ แล้วคุณก็เอาโควตานี้ แหละครับไปขายต่อ ฉะนั้นใน ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบนี้วิธีการที่จะให้มันแนบเนียนซึ่งผมได้เรียน ท่านประธานก็คือจะต้องอุปโลกน์พวกนี้ขึ้นมาก่อน เพื่อที่จะให้พวกนี้เป็นหุ่นเชิดเหมือนกับที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุนัยได้อภิปราย ท่านรัฐมนตรีไว้แล้วท่านเป็นคนถูกเขา เชิดขึ้นมา ในกลุ่มนี้ต่าง ๆ ท่านประธานจะได้เห็นว่าไม่ได้เกี่ยวข้องเลยแล้วก็ผิดหลักเกณฑ์แต่ทําไม เขากล้าทํา ก็เขามองว่าในการบริหารการจัดการอย่างนี้เขาไม่ได้บอกว่าต้องเอาน้ําตาลไปจําหน่าย หรอก เขาต้องการขายโควตา ท่านประธานเคยเห็นสํานักงานสลากกินรัฐบาลแบ่งไหม คู่หนึ่งนี่ออก จากสํานักงานสลากกินแบ่ง ๗๒ บาท ๗๐ สตางค์ แต่พอเราไปซื้อจริง ๆ คู่ละ ๑๐๐ บาท นี่คือ ความสามารถของที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรีท่านนี้ มีความเก่ง ซึ่งความสามารถของคนกลุ่มนี้ เขาเรียกว่าอะไรครับ แก๊งค์ไอ้หูบี้ มีสํานักงานสาขาอยู่ตรงกันข้ามกับสํานักงาน ป.ป.ช. ชุดใหม่ ที่ตั้งใหม่ที่สนามบินน้ําท่านประธาน ใกล้บ้านท่านประธาน ท่านไม่รู้หรือเรื่องนี้อยู่ติดกับกระทรวง พาณิชย์ วางแผนกันเสร็จสรรพเรียบร้อยใครอยากจะได้โควตาน้ําตาลในครั้งนี้ก็มาเจรจากับฉันสิ ฉันในที่นี้ไม่ใช่ท่านรัฐมนตรีนะ ผมไม่ได้กล่าวหาท่านนะ ผมกล่าวหาท่านอีกอย่างหนึ่งนะ ฉะนั้น บุคคลใดก็ตามที่อยากจะได้การจัดสรรน้ําตาลในครั้งนี้นะครับ เขาก็จัดสรรให้ ๗๐๐,๐๐๐ กระสอบ ทีนี้ทุกคนก็เห็นว่าน้ําตาลมันขาดตลาดวัตถุประสงค์ของท่านบอกว่ากระจายน้ําตาลเพื่อไม่ให้ตรึงตัว ใครอยากจะได้ก็ไปติดต่อขอจากท่านคณะกรรมการกระจายน้ําตาลในครั้งนี้ ท่านคิดว่าท่านได้ไหม ท่านประธาน ไม่มีทาง ผมเองเป็นคณะกรรมการควบคุมการผลิต ควบคุมโรงงานฝ่ายชาวไร่ด้วยซ้ํา ไป ทําไมผมไม่รู้วิธีการกระจายน้ําตาลแล้วระบายน้ําตาลออกจากโรงหีบเขาทําอย่างไร ผมจึง ไม่แปลกใจว่า เอ๊ะ ทําไมมันมีรายงานของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา บอกว่าในการบริหารการจัดการน้ําตาลในรอบนี้จะต้องจ่ายค่าใต้โต๊ะเกือบ ๓๐๐ ถึง ๔๐๐ ล้านบาท อันนี้คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาของท่านพฤฒิชัยนะท่านประธาน ท่านต้องอธิบายด้วยท่านถือว่าถูกพาดพิง แต่ในส่วนของผมนี่กําลังอภิปรายให้เห็นว่าการนําโควตา มาครั้งนี้อยู่ ๆ ผมนี่นะครับไปขอแต่ไม่มีทางได้หรอกครับเขามีข้อตกลงกันใครอยากได้ต้องจ่าย ๓ บาทนะกิโลกรัมหนึ่ง กิโลกรัมละ ๓ บาท ๑๐๐ ล้านกิโลกรัม ๓๐๐ ล้านบาทอย่างที่ คณะกรรมาธิการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาเขาพูด ผมก็บอกว่า เอ๊ะ ทําไมท่าน ส.ส. เจริญ มากล่าวหาฉันอย่างนี้ล่ะ ก็ผมอยู่คณะควบคุมโรงงาน ผมก็เห็นว่าน้ําตาลชุดนี้ที่ออกไปผมก็ถามคน ไปเอาเหมือนกันว่าในโควตาชุดพิเศษชุดนี้ผมต้องเซ็นด้วยนะท่านประธาน ก่อนจะออกจากโรงหีบได้ ผมต้องเป็นคนเซ็นด้วย ผมก็ถามว่าไปซื้อกันมาเท่าไร จริง ๆ ในโควตาชุดนี้อย่าให้บอกเลย เอ้าไม่บอกได้อย่างไร เวลา ใบเสร็จของคุณมาอ้าง แต่ในความเป็นจริงมันเท่าไร มันหลายชั้น หลายชั้นคืออะไร กว่าฉันจะได้ ซื้อมาฉันจะต้องซื้อจากยี่ปั๊ว ซาปั๊วอีก พวกยี่ปั๊วก็ต้องไปจ่ายให้เขาอีก กว่าจะได้ตั๋วมานี้จะต้องจ่าย โควตาพิเศษไปอีก ๓ บาทก่อน โควตาพิเศษได้มาเสร็จต้องไปขายให้ยี่ปั๊วอีก ๑ บาทต่อกิโลกรัม ยี่ปั๊วก็ขายให้ซาปั๊วอีกกิโลกรัมละ ๑ บาท รวมสุดท้ายมือสุดท้ายจริง ๆ ก็เหมือนลอตเตอรี่ ท่านประธาน กว่าจะได้น้ําตาลตกกิโลกรัมละเกือบ ๒๗-๒๘ บาท เสร็จแล้วพอมาขายในท้องตลาด วันนี้เป็นอย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธานอยู่จังหวัดนนทบุรีท่านไปสิครับ ร้านสะดวกซื้อ ใหญ่ ๆ เทสโก้ โลตัส ท่านไปตอนนี้ไม่มีนะครับ ท่านต้องไปเช้า ๆ ท่านจะได้ ๒๓ บาท ๕๐ สตางค์ แต่ตอนนี้ไม่มี จังหวัดขอนแก่นก็ไม่มี เทสโก้ โลตัสเดี๋ยวนี้ท่านโทรศัพท์ไปเช็คดูสิครับ ไม่มี มีตอนเช้า ๆ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามันเพราะอะไร ฉะนั้นคนที่จะได้โควตา คนกลุ่มนี้จะต้องมีการจ่ายใต้โต๊ะอีก กิโลกรัมละ ๓ บาท พอคนที่ได้โควตาเสร็จ ก็ไปขายโควตานี้ต่ออีก หักไปอีก ๑ บาท ก็เป็น ๔ บาท ขายไปอีกเป็นทอด ๆ จนมือสุดท้ายจะต้องไปขอออกตั๋วน้ําตาลในครั้งนี้ การออกตั๋วน้ําตาลนี้ กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้แจ้งให้กับโรงงานน้ําตาล แต่ในระบบโรงงานน้ําตาลต้องแจ้งให้ศูนย์ควบคุม การผลิตเขาออกให้ แต่ครั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องแจ้งว่าคุณออกน้ําตาลให้กับ นาย ก นาย ก ก็เอาเงินไปวางที่โรงงานน้ําตาล โรงงานน้ําตาลก็แจ้งไปที่ศูนย์ควบคุมการผลิต เพื่อให้ ออกตั๋วให้กับบุคคลพวกนี้มาออกน้ําตาลเพื่อส่งไปจําหน่าย ตอนที่ผ่านโรงงานน้ําตาลผมเป็นคนเซ็น ด้วย ผมจึงถามเขาอย่างไร ผมถามว่าแล้วคุณซื้อน้ําตาลมามือสุดท้ายตั้ง ๒๕-๒๖ บาท คุณซื้อมา อย่างไร เขาก็อธิบายอย่างที่ผมอธิบายให้ท่านประธานฟัง ซื้อสิทธิ ซื้อโควตาต้องจ่ายใต้โต๊ะ เขาบอกว่าคนที่ ๑ ก็ต้องจ่าย ๓ บาท คนที่ ๒ เท่านี้ คนที่ ๓ คนที่ ๔ เท่านี้ นี่คือขั้นตอนทั้งหมด ปรากฏว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน มือสุดท้ายที่ออกมา เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็ต้องชี้แจงผมบอกว่า ไม่ใช่หรอก จริง ๆ เขาจ่ายไม่ถึงอย่างที่ว่าหรอก เดี๋ยวค่อยว่ากัน ผมจะหยุดไว้เท่านี้ก่อน ท่านประธาน ท่านผู้ฟัง ท่านผู้ชมทางทีวี ทีนี้ผมจะกลับมาว่าน้ําตาลที่ท่านเอาไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ หรือ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมนี้ มันมีน้ําตาลเขาเรียกว่าทรายขาวธรรมดาและทรายขาวบริสุทธิ์ ๑ ,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ ผู้ที่จะจัดจําหน่ายให้ในการดําเนินการทั้งหมด เขาจะจัดสรรให้แต่ละ โรงงาน โรงงานเป็นผู้จําหน่าย ราคาที่ถูกควบคุมไว้ก็คือว่าถ้าเป็นทรายขาวธรรมดากิโลกรัมละ ๑๙ บาท ทรายขาวบริสุทธิ์ ๒๐ บาท ท่านประธานได้เห็นก่อนนะครับ ออกจากหน้าโรงหีบ หน้าโรงงานน้ําตาล ๑๙ บาทเท่านั้นเอง ยังไม่บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่กระบวนการในการซื้อมันจะ เป็นขั้นตอนขายโควตา ขายโควตา ขายโควตา ท่านประธานครับ ไม่แตกต่างกับลอตเตอรี่หรอก พอรู้ว่ามีโควตาเสร็จพรรคพวกก็วิ่งเข้ามาเลยครับ จ่าย ๆ รวบรวมเงินได้เสร็จสรรพเรียบร้อย อย่างที่คณะกรรมาธิการเขารายงานนั่นแหละ อันนี้ผมไม่ได้พูดนะครับ เป็นรายงาน ผมไม่ได้ติดตาม เรื่องนี้ นี่คือน้ําตาลที่ออกจากโรงงานน้ําตาลจริง ๆ ๑๙ บาท ทีนี้ท่านรัฐมนตรีบอก ไม่ใช่หรอก เวลาเขาไปซื้อน้ําตาลมันจะต้องมีบิล (Bill) มีใบเสร็จ เขาบวกภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมเลย อย่าง ๑๙ บาทนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ ตกแล้วก็ประมาณ ๒๐ บาท ๓๓ สตางค์ นี่หลักฐานท่านจะเอามาแฉอย่างนี้ ผมนี่เป็นฝ่ายควบคุม ผมเป็นคนเซ็นเอง ทําไมผมไม่รู้ อันนั้น หลักฐานนั้นต้องนําเสนอเพราะเป็นกระบวนการเพื่อทําให้มันถูกต้อง แต่ในอีกบิลหนึ่งซึ่งเป็นบิล ข้อเท็จจริงนั้นไม่ใช่ ท่านไม่สังเกตหรือครับ วันนี้ในเขตนนทบุรีของท่าน ในเขตจังหวัดขอนแก่น พี่น้องจังหวัดขอนแก่นชมอยู่ไปซื้อสิครับ เทสโก้ โลตัสวันนี้มีไหม ไม่มี แล้วท่านก็มาออกหลักเกณฑ์ บอกว่าในการขายที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑลใกล้เคียงให้เป็นไปตามราคาควบคุม ให้กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ควบคุมในราคานี้ ราคานี้คืออะไร ๒๓ บาท ๕๐ สตางค์ ซื้อที่ไหนได้ครับ ผมถามซื้อที่ไหนได้ วันนี้ไม่มีหรือมีก็ที่เทสโก้ โลตัส ตอนเช้า ๆ นะ ตอนนี้หมดแล้ว มันก็รู้ ๆ กันอยู่ ในรายการนี้ ทั้งหมดนะครับเป็นการบริหารการจัดการโควตาทั้งนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับน้ําตาลเลย แล้วทําไมผมกล้า พูดอย่างนั้น ท่านประธานครับ ก็คนคิดเขาคิดเก่ง ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติอ้อย น้ําตาลทราย มาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ผมอยู่วงการน้ําตาลทรายมา ๑๕ ปีผมยังคิดไม่ได้เลยว่า โอ้โฮ ท่านได้ที่ปรึกษาเก่ง หรือคนรอบข้างของท่านเก่งอย่างนี้ คิดเอาโควตามาหาเงิน พอได้โควตามาหาเงินมันก็มีการขาย เป็นทอด ๆ ไปจนถึงมือสุดท้ายวันนี้น้ําตาลในท้องตลาดราคาแพง เห็นไหมครับ เจ็บปวดไหมครับ ท่านประธาน ใครละครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไง ท่านจะบอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบไม่ได้ เพราะว่าผมอ่านแล้วบอกว่าในข้อ ๕.๓ ต้องรายงานท่านตลอด ทีนี้เวลามาบริหาร ท่านประธานเชื่อไหม ขณะที่บริหารอยู่นี้นะครับ ก็ใครอยากจะได้ต้องมาจ่าย ๆ แล้วก็ออกไป ๆ ปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ท่านขอมานี้ในเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ในวัตถุประสงค์ของท่าน ท่านต้องการกระจายน้ําตาล ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบให้กับประชาชนไม่ให้มันขาด ฉะนั้นท่านต้อง รีบกระจายให้มันเร็ว ท่านประธานเชื่อหรือเปล่า นับแต่วันนั้นถึงวันนี้ ๑ ปีแล้วนะครับท่านยัง กระจายไม่หมดเลย เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าทําไมกระจายไม่หมด จนถึงวันนั้น วันนี้ท่านยังกระจาย ไม่หมด เหลืออยู่ในกระดานในขณะนี้ ๕๗,๐๐๐ กระสอบ ผมเป็นนายกสมาคมชาวไร่อ้อย ผมกําลัง จะทวงถามความเสียหายที่ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศเสียหายจากการดําเนินงานของท่านนี่ละ แทนที่ จะได้เงินค่าอ้อยเบื้องสุดท้ายกลับต้องไม่ได้ในขณะนี้เพราะกระทรวงพาณิชย์ทําให้เสียหาย พอครบปี เขาก็ต้องมาหักบวกลบกันนะครับ ที่แบ่งผลประโยชน์กัน ๗๐ : ๓๐ ระหว่างชาวไร่อ้อยกับโรงงาน เขาต้องมีน้ําตาลค้างกระดานอยู่ ซึ่งขณะนี้ กอน. เขาเอาน้ําตาลงวดที่ ๕๑ และ ๕๒ ให้กับท่าน ไปบริหาร มันหมดเวลาแล้ว แต่เงินนี้แทนที่ชาวไร่อ้อยเขาจะได้ ๗๐ : ๓๐ แบ่ง เขาไม่ได้เลย ท่านประธาน อันนี้เป็นตอนที่ ๑ มองให้เห็นก่อนนะครับว่านอกจากไม่คิดถึงประชาชนชาวไร่อ้อย แล้วยังมีปัญหาในเรื่องของการมาหาผลประโยชน์ในเรื่องเหล่านี้ ทีนี้มันก็เกิดคําถามถามต่อไป ก็ กอน. เขาให้น้ําตาลท่านไปแล้ว ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบท่านทําไมระบายไม่หมด ถ้าระบายหมด ท่านประธานท่านได้ยินไหม ธงฟ้านั่นน่ะ ธงฟ้าวันนี้ออกไปประกาศถ้าใครซื้อ ๖,๐๐๐ กระสอบ จะให้ทอง ๓ บาทว่าอย่างนั้น แสดงว่าท่านบริหารมีปัญหาเลยขณะนี้ ไหนบอกว่าน้ําตาลขาดตลาด แต่บอกใครซื้อ ๖,๐๐๐ กระสอบจะแถมทองให้ ๓ บาท นี่กระทรวงพาณิชย์นะครับ เพราะฉะนั้น มันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ปัญหามันเกิดขึ้นอย่างนี้ครับท่านประธาน หลังจากที่ท่านได้โควตา ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบไปแล้วฟ้ายังมีตาครับท่านประธาน มันมีหน่วยงานหนึ่งซึ่งเป็นหน่วยงาน ซึ่งดูแลผลประโยชน์ของชาวไร่อ้อย ซึ่งเรียกว่ากองทุนอ้อยและน้ําตาลทราย เขาเห็นแล้วมันมี ปัญหาแน่นอนขณะที่ให้กระทรวงพาณิชย์เอาไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ ท่านยังบริหารงาน ให้น้ําตาลยังตรึงตัวอยู่ คือน้ําตาลยังขาดตลาดแล้วราคาแพง กองทุนอ้อยและน้ําตาลทราย ซึ่งเป็นของชาวไร่แท้ ๆ ในขณะนี้ได้ไปซื้อน้ําตาลในโควตา ค ซึ่งผมเรียกว่า ต่างประเทศ อีก ๗๐๐,๐๐๐ กระสอบ ซื้อน้ําตาลจากโควตา ค ต่างประเทศนะครับ เพื่ออะไรครับท่านประธาน เอามาจําหน่ายภายในประเทศเพื่อที่จะไม่ให้น้ําตาลขาดในช่วงระยะเวลาเดียวกันซื้อเท่าไร ท่านประธาน ถ้าซื้อต้องซื้อเป็นเงินต่างประเทศคือ ๗๐๐ เหรียญต่อตัน แต่เอาง่าย ๆ ซื้อเท่าไรครับ ท่านประธาน ซื้อมากิโลกรัมละ ๒๒ บาท กองทุนอ้อยและน้ําตาลทราย ซึ่งเป็นของชาวไร่อ้อย ต้องเอาเงินไปซื้อมา ๗๐๐,๐๐๐ กระสอบ กิโลกรัมหนึ่ง ๗๐๐,๐๐๐ กระสอบคือ ๗๔๐,๐๐๐ ตัน คือ ๗๔ ล้านกิโลกรัม ซื้อมากิโลกรัมละ ๒๒ บาท มาทําอะไรครับ เอามาจําหน่ายในประเทศ แข่งกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นี่นะครับ เขาบริหารภายใน ๓ เดือนขายหมดครับ ท่านประธาน ขายอย่างไรครับ ขายในน้ําตาลทรายขาวบริสุทธิ์กิโลกรัมละ ๑๙ บาท น้ําตาล ทรายขาวบริสุทธิ์ ๒๐ บาท น้ําตาลทรายขาวธรรมดา ๑๙ บาท เขาบอกเขาโปร่งใส ตรวจสอบได้ ผมซื้อมา ๒๒ บาท แล้วผมขาย ๑๙ บาท ๒๐ บาท ให้กับพี่น้องประชาชน เขากระจายไป ทั่วประเทศ กองทุนอ้อยและน้ําตาลทรายขาดทุน ๑๔๘ ล้านบาท เพื่อที่จะมากระจายน้ําตาล เพื่อลดความตึงของจํานวนน้ําตาลให้มันเพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน เขายอม ขาดทุนนะครับ รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมดเขาขาดทุน ๑๔๘ ล้านบาท เขาบริหารงาน ๓ เดือนด้วยความ โปร่งใส ซื้อมา ๒๒ บาท ขาย ๑๙ บาท ๒๐ บาท เขาก็มองเห็นว่าท่านนี่ไม่สามารถดําเนินการได้ แทนที่ท่านจะซื้อในราคาเท่ากันด้วยความโปร่งใส ท่านทําไมไม่รีบกระจายน้ําตาล จนถึงวันนี้ น้ําตาลค้างกระดานอยู่ ๕๗,๐๐๐ กระสอบ มีผลกระทบต่อการคิดราคาอ้อยเบื้องสุดท้ายของชาวไร่ อ้อยในขณะนี้ นี่ที่ท่านบริหารงาน ท่านมองเห็นแต่พรรคพวกของตนเอง

ท่านประธานที่เคารพ คําถามถามต่อมา กระทรวงพาณิชย์เองมีหน้าที่ในการ ควบคุม กํากับ ในเรื่องของราคาสินค้าน้ําตาลเป็นสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ ท่านประธานก็ถามผมว่า เอ๊ะ ก็เขาบอกแล้วนี่ เขาบอกแล้ว บอกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ราคา ๒๓ บาท ๕๐ สตางค์ในราคาควบคุม ขณะนี้ราคาตั้ง ๒๖-๒๗ บาท เราก็ถามอยู่เหมือนกัน ทําไมกระทรวงพาณิชย์ไม่ไปควบคุมให้เป็นไปตามอย่างที่ท่านพูด แล้วกองทุนอ้อยและน้ําตาล ทรายเขาก็ทวงถามมาว่า เอ๊ะ ทําไมควบคุมแต่เขาละ เวลาเขาเข้ามานี่ควบคุมเขาในราคา ๑๙-๒๐ บาท ผมก็สงสัยเหมือนกันว่า เอ๊ะ ทําไมกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการควบคุมให้เป็นไป ตามราคาที่ท่านกําหนดแล้วท่านทําไมไม่ดําเนินการ ถึงบางอ้อท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน ฟังไว้นะครับ ถึงบางอ้ออย่างไร ผมไม่ได้ถามกระทรวงพาณิชย์ ผมไปถามข้าราชการอยู่ต่างจังหวัด แต่อย่าให้บอกจังหวัดไหนเดี๋ยวก็ไปย้ายเขาอีก ผมถามว่า อย่างที่อําเภอหนองบัวแดง ของท่าน ส.ส. มานะ โลหะวณิชย์ ทําไมราคา ๒๙ บาท อย่างที่อําเภอภูเขียวของผมนี่ห่างจากโรงหีบแท้ ๆ ๑๐ กิโลเมตร ๓๑ บาท ซื้อในหมู่บ้าน แล้วทําไมคุณไม่ไปจับเขาล่ะ ผมถามว่าทําไมไม่ไปจับ กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการควบคุมเพื่อให้เป็นไปตามราคา ข้าราชการเขาว่าอย่างไร ท่านประธานรู้หรือเปล่าครับ เขามากระซิบบอกผม ท่านครับ อย่าให้พูดเลย เอ้า มันเป็นอะไร ก็ถ้าผมไปตรวจสอบจริง ๆ มันจะเจอน้ําตาลของกระทรวงพาณิชย์นั่นแหละ เขาให้ขายแค่ ๑๙-๒๐ บาท แต่น้ําตาลของท่านไปขายในท้องตลาด ๒๙ บาท ๓๐ บาท ถ้าไปตรวจก็เจอของ ตัวเอง อย่างนี้เขาถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเปล่าครับ นี่ละครับ ที่ท่านกระจายน้ําตาลแล้วท่านไม่ได้กระจายจริง ท่านเพียงแต่คิดบริหารการจัดสรร โควตาให้กับคนนั้น คนนี้ ๆ เพื่อหาเงิน ซึ่งเขาเรียกว่าเงินใต้โต๊ะนี่ครับ ผมเองก็ให้ความเป็นธรรมว่า ไม่ใช่กล่าวหากันลอย ๆ หรอกครับ เพราะผมเองก็อยู่ในวงการนี้อยู่ ผมก็ถามอยู่เหมือนกันว่า เอ๊ะ ถ้าผมอยากได้โควตาพิเศษ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบนี้ผมต้องติดต่อใคร ที่ไหน อย่างไร เขาบอกว่า มี ต้องจ่ายสดนะ ถ้าไม่จ่ายสดเขาไม่ให้นะเริ่มต้น ๓ บาทก่อน กิโลกรัมละ ๓ บาท แล้วก็คุณจะมา ขายโควตาของคุณเป็นช่วง ๆ เหมือนล็อตเตอรี่นั่นได้ ติดต่อใคร ผมนี้ไม่บอกชื่อหรอกครับ ท่านประธาน เพราะเราอภิปรายไม่ไว้วางใจ เขาเป็นบุคคลภายนอก แล้วไปกระทบเขามันจะ เสียหาย แต่อักษรย่อ ว ผมก็ให้คนไปถามเหมือนกันนั่นแหละ ผมก็อยากได้น้ําตาลชุดนี้เหมือนกัน เพราะว่าพี่น้องประชาชนผมขาดเหมือนกัน ผมว่ามันขาด เพราะว่าผมควบคุมกํากับอยู่ที่โรงงาน น้ําตาลภูเขียว ทําไมไม่รู้ขั้นตอนกระบวนการ ท่านก็บอกว่าเวลาการซื้อขายจะต้องมีใบเสร็จ ใบเสร็จมันก็ใบเสร็จในการซื้อขายตามราคานี้ และใบเสร็จอีกราคา และใบเสร็จที่จะบอกว่า เกินราคาเขาไม่ออกให้หรอกครับท่านประธาน นี่คือสิ่งซึ่งผมได้เรียนต่อท่านประธานว่าจริง ๆ ที่น้ําตาลขาดแล้วราคาแพง ท่านบริหารมา ๑ ปีท่านยังเหลือน้ําตาลค้างกระดานหรือค้างอยู่ขณะนี้ ๕๗,๐๐๐ กระสอบ แต่ในเวลาเดียวกันพี่น้องประชาชนที่จะซื้อในราคา ๒๓.๕๐ บาทต้องเข้าคิวซื้อ แล้วก็ลงชื่อด้วยคนละ ๒ กิโลกรัม อะไรกัน น้ํามันปาล์มท่านยังไม่พอใช่ไหม ข้าวท่านก็ยังไม่พอ ใช่ไหม มันก็ยังไม่พอ ข้าวโพดก็ยังไม่พอ น้ําตาล ในกระบวนการนี้ทําให้พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เห็นปัญหาทั้งหมดว่าจริง ๆ กระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีท่านมีคนหรือ ท่านวางแผนเองทั้งหมด การจะเอาน้ําตาล ๑ ล้านกิโลกรัมท่านไม่ได้มีวัตถุประสงค์จริง ๆ ในเจตนารมณ์ของท่านกระจายหรอก ท่านอยากได้โควตา ทั้ง ๆ ที่ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติอ้อย และน้ําตาลทรายมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ไม่เคยมีเลยครับท่านประธานที่กระทรวงพาณิชย์จะเอาน้ําตาล มาบริหารเอง เขาจะให้เป็นไปตามระบบ เขารู้ ทําไมไม่รู้ น้ําตาลทรายที่ผลิตในโควตา ก ๒๑ ล้านกระสอบ เขาก็บริหารงานว่าปีหนึ่งมี ๓๖๕ วัน ๕๒ สัปดาห์ เขาก็มีการกระจายน้ําตาล ทุกสัปดาห์ เขาไม่ให้ต้องการขาดหรอก มันไม่มีขาดหรอกครับ ถ้ามีขาดเขาก็สามารถเพิ่มเติมได้ ทุกครั้งนั่นแหละ แต่นี่เป็นวิธีคิดที่แยบยลในการหาเงิน หาประโยชน์ เขาเรียกว่า วางแผนโกง อย่างไร เริ่มต้นอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานมาให้เห็นว่ารายการนี้ทั้งหมดเบ็ดเสร็จก็มีการ จ่ายใต้โต๊ะกันกิโลกรัมละ ๓ บาท ๑ ล้านกระสอบ กว่าจะได้น้ําตาลมาขายให้กับพี่น้องประชาชนถึง มือสุดท้ายจริง ๆ ๒๘ บาท ๒๙ บาท ๓๐ บาท และ ๓๑ บาท กองทุนอ้อยและน้ําตาลทราย จึงลงทุนไปซื้อน้ําตาลโควตา ค จากต่างประเทศมาขายในราคาถูก ท่านมีหน้าที่คอยควบคุม ท่านควบคุมแต่กองทุน แต่ท่านไม่ควบคุมของท่าน ถ้าบอกว่าควบคุมของท่านท่านต้องไปตรวจไป จับไปอะไร มันก็ปรากฏอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไปเจอน้ําตาลของตัวเองแล้วจะจับได้ อย่างไร นี่คือความเสียหายนะครับ ที่ผมกล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ต้นมา ว่าตามข้อกล่าวหาของผมนะครับ ว่าท่านนอกจากไม่ซื่อสัตย์และสุจริตแล้วท่านยังบิดเบือนกลไก การตลาด ท่านอย่าคิดว่าจบเท่านี้นะ ไม่ใช่ครับ ท่านยังสร้างความเสียหายอย่างหายนะให้กับ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศอีกคืออะไรครับ ท่านประธานขออนุญาตเอาอันนี้ออกก่อนนะครับ อันนี้เบื้องต้นที่ผมเรียน เพราะท่านอาจจะคิดถึงหรือคิดไม่ถึงไม่รู้ แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นแล้ว มีการทะเลาะกัน ระหว่างคนวางแผนกับคนได้ประโยชน์ วันนี้ทะเลาะกันเรื่องผลประโยชน์ ถามว่า ผลประโยชน์ตัวไหนที่ผมบอกว่าเงินใต้โต๊ะ ๓ บาทใช่ไหม ไม่ใช่ หนักยิ่งกว่านั้นท่านประธาน พี่น้องประชาชนจะได้เห็นว่าที่เราอภิปรายมาตรงนั้น ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท อันนี้หนักยิ่งกว่านั้นอีกครับท่านประธาน ในโควตาน้ําตาลทรายที่ผมบอกว่า ก ที่เห็นนะครับ ท่านประธาน ๒๑ ล้านกระสอบที่เขาจัดสรรให้ซึ่งจะให้ศูนย์ควบคุมการผลิตในการกระจายน้ําตาลทรายขึ้น งวดที่ผมบอกว่า ๕๒ สัปดาห์ ๕๒ งวดให้หมดภายในปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ๒๑ ล้านกระสอบ ท่านสร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างแสนสาหัส ไม่เคยเกิดขึ้นในยุคใดสมัยใดเหมือนยุคนี้เลย เสียหายอย่างไรท่านประธาน ใน ๒๑ ล้านกระสอบนี้คือ ๒,๑๐๐ ล้านกิโลกรัม ผู้บริหารโรงงาน น้ําตาลทราย ลูกน้องโรงงานน้ําตาลทรายกับผมก็ต้องพบปะหารือกันระหว่างชาวไร่กับโรงงาน เป็นเรื่องปกติ เขาบอกว่า ต่อหน้าคนอื่นเขาบอกเขากลุ้มใจ แต่ลับหลังเขาบอกว่าดีใจมากเลย ผมถามว่าดีใจเรื่องอะไร ตั้งแต่มีโรงงานมาจะขึ้นราคาน้ําตาลทรายแต่ละครั้ง ยากเย็นแสนเข็ญ แล้วก็ไม่ได้หรอก ไม่เคยได้เลย มารอบนี้ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกเมื่อมีการเก็บเงินใต้โต๊ะ ๓ บาท แล้วไม่มีการตรวจจับในครั้งนี้ทําให้โรงงานน้ําตาลทราย ท่านประธาน ๒,๑๐๐ ล้านกิโลกรัม ขอพ่วงโดยสารของท่านไปด้วยในรายการนี้เป็นเงินเท่าไร ท่านประธานรู้ไหม ๖,๓๐๐ ล้านบาท คิดได้อย่างไร ไม่เคยมีความเสียหายยิ่งใหญ่เท่านี้เลย ตลอดทั้งปีประชาชนทั่วประเทศไทยต้องกินน้ําตาลทรายแพงเพราะโรงงานเขาขึ้นพ่วงกับท่าน ไปอย่างไรครับ เพราะท่านไม่ได้ไปจับเขา ถ้าไปจับมันก็ต้องเจอของท่านด้วย นี่คือสิ่งซึ่งมันปรากฏ ให้เห็น ขาดความสํานึกไหมละครับท่านประธาน น้ําตาลทราย ๒๑ ล้านกระสอบ ๒,๑๐๐ ล้านกิโลกรัม เขาก็ขอพ่วงไปเลยเพราะท่านไม่ได้ดําเนินการ บวก ลบ คูณ หาร ๖,๓๐๐ ล้านบาท แล้วก็ขายต่อ ให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว สี่ปั๊ว ห้าปั๊ว น้ําตาลทรายมันจึงขาด ท่านประธาน มันขายไม่ได้ในราคาที่ท่านพูด ไม่มีทาง มันจะต้องไปลงกันไว้ ๖,๓๐๐ ล้านบาทนี่ละครับที่มันไปทะเลาะกันอยู่ว่าแผนชั้นที่ ๒ ที่วางไว้ที่จะต้องมีกระบวนการนี้ขึ้นมา เมื่อตกลงกันแล้วนับแต่การบริหารตั้งแต่งวดที่ ๑ ถึง ๕๒ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องกินน้ําตาลทรายแพงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเลย เห็นไหมครับ และวันนี้ผมบอกพี่น้องทั้งประเทศด้วย แล้วบอกท่านประธานด้วย ขนาดแพงอย่างนี้นะครับ มันมีเค้าโครงมาแล้วว่าน้ําตาลทรายมันจะขาดอีก ทั้งที่น้ําตาลทรายเรามีเหลือแต่จะขาดอย่างไร ก็ผมอยู่ในวงการทําไมผมไม่รู้ วันนี้เริ่มมาแล้วครับ เริ่มมาแล้ว โรงงานเริ่มทําเรื่องขอมาที่ กระทรวงพาณิชย์แล้วจะขอปรับขึ้น ถุงที่ท่าน ส.ส. จากจังหวัดสกลนครที่เล่าให้ฟัง ขอขึ้นอีก ๗๐ สตางค์ ค่าถุงบรรจุ ๑ กิโลกรัม ท่านประธาน ไม่ให้เขาหลอก เราอยู่มานานเราก็รู้อยู่ ท่านคอยดู เมื่อไม่ให้อะไรเกิดขึ้นน้ําตาลทรายที่ท่านจะไปซื้อเทสโก้โลตัสมันจะหายอีก แล้วที่สําคัญ คณะกรรมการกลุ่มชาวไร่ทั้งหลายเขาประชุมกันเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ท่านประธานรู้เรื่องไหมครับ เมื่อบริหารได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ เอาโควตาไปแจกไปจ่ายกันเสร็จสรรพเรียบร้อย ท่านประธานเชื่อไหมคิดง่าย ๆ งานอย่างนี้บริหารง่ายไม่ต้องไปลงทุนอะไรเลยได้เงินตั้งเยอะแยะ เงินใต้โต๊ะตั้งเยอะ เดี๋ยวนี้จะขออีก ๕ ,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบนะครับท่านประธาน เดี๋ยวนี้ชาวไร่อ้อย เขาประชุมกันแล้วเขาจะไม่ให้ เขารู้ทัน เขาจะมาบริหารเอง ดูสิอย่างนี้ก็มี ได้มายังไม่พอใจยังจะ เอาของเขาอีก เดี๋ยวนี้เขาประชุมดักกันไว้แล้วบอกว่ามีมติจะไม่ให้อีกแล้ว เพราะท่านเอาไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบท่านบริหารไม่จบ แล้วก็ท่านบริหารไม่เสร็จสิ้น ยังค้างกระดานอีก ๕๗,๐๐๐ กระสอบ แล้วตอนคิดราคาอ้อยงวดสุดท้าย ชาวไร่เขาไม่ได้ ดีนะเขาไม่ฟ้องเอานั่นน่ะ ท่านประธานลองคิดดูสิครับ รอบแรกที่บริหารเข้าไปจะบริหารโควตา พอบริหารโควตาเสร็จ พอน้ําตาลแพงเสร็จท่านก็ไม่ไปตรวจจับ พอไม่ตรวจจับกลุ่มผู้ค้าทั้งหลายเขาก็ได้ได้จังหวะได้โอกาส เมื่อคุณไม่ตรวจจับฉันก็ขอพ่วง ๓ บาทกับท่านไปด้วยเลย วันนี้ท่านเห็นไหมครับ พวกผมไม่มี โอกาสหรอก ผมอยู่ในพื้นที่แท้ ๆ จะไปซื้อโรงงานเขาไม่ให้หรอกครับ ในราคา ๑๙-๒๐ บาท ไม่มีทาง เห็นไหมครับ นี่คือการทําให้พี่น้องประชาชนกินน้ําตาลแพงทั้งประเทศ และนอกจากทั้ง ประเทศแล้วตลอดทั้งปี ท่านคิดได้อย่างไร คนที่คิดให้อย่างนี้นี่นะครับ เก่งจริง ๆ เก่งในทางโกง เก่งในการทํามาหากิน แล้วพี่น้องทั่วประเทศจะต้องซื้อแพง ต้องเข้าคิวซื้อ มาลงชื่อซื้อ อะไรมัน เกิดขึ้นสําหรับประเทศนี้ ทั้ง ๆ ที่เราผลิต ส่งออกไปต่างประเทศเป็นลําดับ ๒ ของโลกนะครับ ท่านประธาน ไม่แตกต่างกับปาล์มน้ํามันเลย อะไรมันเกิดขึ้น นี่นะครับ ผมจึงไม่แปลกใจที่ท่านสุนัย ท่านได้พูดบอก จะเอาเงินนี้ไปเกี่ยวข้องกับทางการเมือง ผมก็บอก ไม่ได้ ถามว่าทําไมไปเกี่ยวข้อง กับทางการเมือง ก็มันทะเลาะกันอยู่ว่าแผน ๒ ที่วางแผนไว้ ๖,๓๐๐ ล้านบาท เมื่อสําเร็จแล้วทําไม ไม่ตกลงตามที่ตกลง ที่ผมเรียนต่อท่านประธานแรก ๆ ไป ๓๐๐ ล้านบาท อันนั้น จิ๊บ ๆ นะครับ เล็กน้อย แต่แผน ๒ ของเขาคือกระบวนการนี้เกิดขึ้น โอ้โฮ นี่อย่างไรครับสร้างความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส หากินบนความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แล้วท่าน บิดเบือนกลไกการตลาดไม่ให้เป็นไปตามระบบของเขา ท่านกลับเอามาบริหารเอง นี้คือสิ่งซึ่งท่าน ทําลายระบบ แล้วก็หาผลประโยชน์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ท่านประธานครับ ในเรื่องของอ้อยและ ในเรื่องของน้ําตาลนับแต่วันนี้ต่อไป ท่านประธานคอยดู กระบวนการนี้จะเริ่มเกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่ การขอขึ้นถุงบรรจุนี้ละครับ ถ้าไม่ให้เมื่อไรท่านประธานคอยดูนะครับ จะไม่แตกต่างกับปาล์ม น้ํามัน ทั้ง ๆ ที่เรามีน้ําตาลล้นเหลือในประเทศเรา แต่ประชาชนคนไทยต้องเข้าคิวซื้อน้ําตาล เราผลิตเอง ทําเอง แต่เราต้องมาซื้อแพง ต้องเข้าคิวซื้อ ท่านเองบริหารราชการในกรณีนี้นะครับ ผมไม่รู้ว่ามีการวางแผนกัน แต่ผมชมเชยด้วยว่าคนคิดนี้มันคิดเก่ง ผมอยู่วงการนี้มายังคิดไม่ถึงเลยว่า จะเอาน้ําตาลมาบริหารโควตา ไม่ได้บริหารการขายน้ําตาล แต่ท่านกําลังอ้างเหตุผลว่า เอาน้ําตาลนี้มาบริหารเพื่อให้พี่น้องประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ เห็นไหมครับมันเหลือ อันนี้ผมเลยเรียน ต่อท่านประธานให้เห็นว่า นี่คือกระบวนการวางแผนโกงน้ําตาล โกงนะครับ เพื่อที่จะหา ผลประโยชน์ เป็นระบบ เป็นขั้นตอน แล้วถูกต้องด้วยนะ ถูกต้อง ผมไม่ตําหนิหรอกครับ อันนี้ คือการบริหารการจัดการให้เห็นว่าทั้งหมด นอกจากเห็นแล้วว่าเอาโควตามาบริหารแล้ว พวกที่ ได้จากโควตาบริหารนี้อีก ๒๑ ล้านกระสอบ ๒,๑๐๐ ล้านกิโลกรัม พ่วงโดยสารนี้ขึ้นไปอีก ๓ บาท เป็นเงินทั้งสิ้น ๖,๓๐๐ ล้านบาท แต่พี่น้องยังกินน้ําตาลแพงแล้วไม่มีด้วยในราคา ๒๓ บาท ๕๐ สตางค์ อันที่ ๑ ให้ประธานได้เห็นว่า ที่ผมกล่าวหาท่านท่านจะตอบมาอย่างไรก็ตอบมาเถอะ แต่ข้อเท็จจริงมันปรากฏแล้ว ฟังยุติแล้วในขณะนี้ว่าพี่น้องประชาชนต้องเข้าคิวซื้อน้ําตาลแพง ท่านจะปฏิเสธอย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่านเถอะ แต่ผมเรียนท่านประธานและพี่น้องประชาชนว่า นี่คือขบวนการที่มันเกิดขึ้นจากการหาผลประโยชน์ ไม่เคยเกิดขึ้นครั้งใดเท่าครั้งนี้ แล้วพี่น้องประชาชน ทั้ง ๆ ที่มีน้ําตาลมากมายอย่างนี้ไม่สามารถหาซื้อได้อย่างที่ท่านได้กล่าว

ประการต่อมาครับท่านประธาน ผมยังมีอีกประเด็นหนึ่งนอกจากเรื่องน้ําตาลแล้ว เมื่อสักครู่ยังมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนท่านได้กล่าวถึง เรื่องโครงการข้าวถุงเฉลิมพระเกียรติ ถามว่า โครงการเฉลิมพระเกียรตินั้นพวกเราน้อมรับ พวกเราเคารพ แต่คนประพฤติปฏิบัติอย่างนี้มันไม่ สมควร และสมควรจะต้องลงโทษอีก ๙ ชั่วโคตรเสียด้วยซ้ําไปในการดําเนินการอย่างนี้ ในการ วางแผนหาผลประโยชน์จากโครงการอย่างนี้ ท่านประธานครับ ในการปรับปรุงคุณภาพข้าวนี้ผมก็ ไม่อยากพูดหรอกครับ เมื่อกี้ผมสรุปว่าอย่างนี้ในการปรับปรุงคุณภาพข้าวนี้ ถุงหนึ่ง ๑ กิโลกรัม ค่าปรับปรุง ๘๐ สตางค์ แต่จริง ๆ ๔๐ สตางค์ แต่ในการปรับปรุงนี้ผมก็ไปถามอยู่เหมือนกันว่า ท่านเอาไปทําอะไร ท่านประธานต้องเห็นนะครับ ทําไมเม็ดมันจึงใส ๆ ขาว ๆ ใช้น้ําสเปรย์ (Spray) ในการทําความให้ใสให้มันขาว ให้มันดูดีขึ้น อันนั้นเป็นวิธีการของเขา แต่ราคาจริง ๆ มัน ๔๐ สตางค์ ทําให้เสียหายถึง ๒๔ ล้านบาท การบรรจุเอาถุงมาบรรจุอย่างที่ท่านได้ดูให้นี้ อย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้โชว์ต่อท่านประธานนี้ ลงทุนถึง ๒ บาท ๒๗ สตางค์ แต่ต้นทุน จริง ๆ เมื่อมีการนําเสนอกันจริง ๆ นี้ถึงบาท ๒๐ สตางค์นี้ ๖๐ ล้านถุง เสียหายถึง ๖๔ ล้านบาท จ่ายเกินกว่าเป็นจริง ถุงใหญ่ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ถุง ท่านตั้งไว้ ๙ บาท ๐๙ สตางค์ แต่ราคาทั่วไป ๖ บาท ๖๐ สตางค์ เสียหายอีกเกือบ ๓ ล้านบาท ค่าขนส่งก็แพงกว่าความเป็นจริง ทั้งหมดที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวหาท่านรัฐมนตรีไปนี้ก็คือว่า แทนที่จะมีการประกวดราคา มีการประมูลราคาในการทํา ท่านก็ไม่ทําหรอกครับ ท่านไปเอาหน่วยงานหนึ่งซึ่งเรียกว่าองค์การ ทหารผ่านศึกมารับในการดําเนินงาน เพื่อไม่ต้องมีการประมูลในครั้งนี้ เอาชื่อมาเหมือนกับน้ําตาลเลย เอาชื่อมาใส่ เสร็จแล้วผมก็ไม่ทราบไปดูบัญชีได้มีการจัดการให้องค์การทหารผ่านศึกไปเท่าไรไม่รู้ แต่ในรายการนี้มีการทํามาหากินโดยเอาองค์การทหารผ่านศึกเป็นบุคคลเชื่อม เพื่อที่จะไม่ให้มี การประกวดราคาในครั้งนี้เกิดขึ้น รัฐเสียหายไปถึง ๑๓๐ ล้านบาท น้ําตาลไม่พอยังข้าวถุง เฉลิมพระเกียรติอีก

ประการต่อมา ท่านประธานครับ ที่เจ็บปวดไปมากกว่านั้น ข้าวเหลืออยู่ ๕.๖ ล้านตัน มีการดําเนินการในการจัดการบริหารเรื่องข้าวแบบทางลับ ผมก็เข้าใจว่าทางลับ คือ ไม่เปิดเผย แต่ไม่ได้บอกว่าประมูลลับนะครับ แอบเจรจาในทางลับ แต่ไม่เป็นไร สิ่งหนึ่งซึ่งผม จะได้บอกกับท่านประธานก็คือว่า บริษัท เอ็ม.ที. เซ็นเตอร์ เทรด จํากัด ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้อภิปรายไป ในครั้งแรกท่านประธานมีการระบายข้าวครั้งนี้ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ตัน บริษัทที่ว่านี้ได้ไป ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็บริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศเอาไป ๔ แสนตัน ที่สําคัญ ที่ผมต้องหยิบยกขึ้นมาให้เห็นว่า เอ็ม.ที. เซ็นเตอร์นี้ไปเกี่ยวข้องอะไร และมีความสําคัญอะไร ก็ปรากฏว่าเมื่อท่านได้ไปแล้วนี้แทนที่จะรีบระบายในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีกํากับดูแลจะต้องรีบ ระบายไปให้ปฏิบัติตามสัญญา ท่านจะได้มาวิธีไหนก็สุดแล้วแต่ท่านเถอะ เพราะท่านพูดไปแล้ว แต่ผมจะชี้ให้ท่านประธานได้เห็นอย่างนี้ เมื่อบริษัทนี้ได้ลงนามทําสัญญาเสร็จเรียบร้อย ก็ได้แจ้งมา ที่รัฐบาล แจ้งมาที่ท่านนั่นแหละ ขอขยายเวลาจากเวลาหนึ่งไปอีกเวลาหนึ่งประมาณ ๔๕๐ วัน จาก ๑๘๐ วัน ไป ๔๕๐ วัน ไม่สามารถที่จะขนข้าวได้ ปรากฏว่าแทนที่ท่านรับผิดชอบ ท่านก็ต้อง บอกว่าให้บริษัทนี้คุณจะต้องทําตามสัญญา คุณต้องระบายข้าวขนข้าวออกให้ได้ตามที่คุณมาตกลง กับ อตก. ไปแล้ว คุณต้องรีบระบายข้าวออกให้ได้ ก็ปรากฏว่าไม่สามารถจะดําเนินการได้ จึงขอ ขยายเวลา เมื่อคนรับผิดชอบก็ต้องบอกว่าเมื่อคุณไม่สบายระบายข้าวออกไปได้ ก็ต้องถือว่า คุณผิดสัญญา เมื่อผิดสัญญาต้องริบประกันและก็ฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วย นอกจากไม่ทําแล้ว ท่านประธานครับ ยังยกเลิกสัญญา แล้วบริษัทนี้ได้มาอีก ๕๐๐,๐๐๐ ตันในล็อตหลัง หมายความว่า อย่างนี้ครับ ท่านเอาไป ๑.๕ ล้านตัน ท่านทําไม่ได้ แต่ทําอย่างไรที่จะไม่ให้บริษัทพรรคพวก ของตนเองนะครับ ซึ่งอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีชื่อว่านายวีระศักดิ์ที่ต้องเอาเงิน กยศ. ๒๕ ล้านบาทมา ทําอย่างไรที่จะไม่ให้บริษัทนี้ที่ไม่สามารถส่งได้นี้ จะต้องถูกฟ้องร้องและดําเนินคดี ก็เลยไปใช้ วิธีการแจ้งไปที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านนี้ บอกว่าบริษัทนี้ได้แจ้งเข้าไปว่า ไม่สามารถที่จะขนข้าวได้ตามระยะเวลา จึงขอขยายเวลา แล้วถ้าไม่สามารถดําเนินการได้ขอให้ ยกเลิกสัญญา ใครอ่านก็รู้ว่าคุณไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ ท่านนี้มีความเห็นว่าให้ยกเลิกสัญญา คิดได้อย่างไรท่านประธาน ท่านประธานเข้าใจไหม คําว่า ยกเลิกสัญญา มันต้องบอกว่าบริษัทนี้มันผิดสัญญา แล้วก็ต้องยึดหลักประกันฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วย แต่ท่านนี้บอกว่าให้ยกเลิกสัญญา จึงปรากฏว่าบริษัทนี้หลุดพ้นจากความเสียหายที่ก่อให้เกิดจาก ทางรัฐและประชาชน นอกจากไม่สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้แล้ว ๑.๑ ล้านตัน ท่านไป ยกเลิก พอยกเลิกเสร็จยังไม่พอ มันต้องขึ้นบัญชีดําไว้ว่าบริษัทนี้ไม่สมควรที่จะดําเนินการต่อไปเลย แต่ท่านยังมาเจรจาในทางลับ ให้อีก ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ๕๐๐,๐๐๐ ตันท่านจะทําอย่างไรไม่มีเงิน ค้ําประกัน ก็นายวีรศักดิ์คนนี้กลับไปนําเอาเงินกองทุน กยศ. ๒๕ ล้านบาทมาวางมัดจํา ทําได้ อย่างไร ผมถึงบอกว่ารายการนี้นายเจริญ จรรย์โกมล มาพูดลอย ๆ ไม่มีหลักฐานบอกว่าฉันยกเลิก ผมมีหลักฐานแต่ผมไม่ให้ประธาน ถ้าประธานท่านอยากได้บอกผม ผมจะนําไปให้ที่ห้อง เพราะหนังสือนี้เป็นหนังสือลับจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปถึง อตก. ตีลับด้วย ลับคือไม่เปิดเผยอย่างไรครับ เพราะท่านชอบทําแต่แบบลับ ๆ ท่านประธานเอาไหมครับหนังสือนี้ ผมจึงไม่มาโชว์ในนี้อย่างไรครับ เพราะว่าถ้าโชว์ไปแล้ว เดี๋ยวท่านตรวจสอบเดี๋ยวท่านไปบอก อย่างนี้เห็นใจท่านอยู่เหมือนกัน อย่างนี้ส่งไป ป.ป.ช. เรียกผมไป ป.ป.ช. ฟังอยู่เรียกผมไป ผมก็ต้อง ส่งให้ ป.ป.ช. เป็นไปได้อย่างไรท่านประธาน อันนี้แค่ข้าวนะครับ น้ําตาล ข้าว ดูสิ ผมไม่เคยเห็นเลย บริหารได้อย่างไรคิดได้อย่างไร ท่านเป็นผู้บริหารชั้นผู้ใหญ่ พี่น้องประชาชนฟังผมพูดเข้าใจไหมครับ เมื่อคนที่ทําสัญญากับรัฐไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้โดยขอขยายเวลาในการนําข้าว ออกจากโกดัง ตอนแรกคุณก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้วบอกว่า ภายในระยะเวลาเท่านี้เสร็จคุณขอ ขยายเวลาอีกเป็น ๕๔๐ วัน แทนที่รัฐมนตรีท่านจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนท่านกลับให้ยกเลิกสัญญา ผลการยกเลิกสัญญาทําให้รัฐไม่สามารถฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายได้ ริบประกันก็ไม่ได้ นี่อย่างไร มันจึงนํามาสู่ในเรื่องของอดีตท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีนี่ครับปะติดปะต่อ ประดิดประดอยให้ท่านได้เห็นว่า กระบวนการนี้ทํามาหากินกันอย่างไร ช่วยเหลือกันอย่างไร แล้วข้าวหลังจากที่ยกเลิกไปแล้ว ท่านได้ไป ๕๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตันละ อีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านบอกว่า ลับอย่างไรครับ ท่านบอกว่าประกวดราคาก็ไม่ได้มันต้องลับ ลับในที่นี้ไม่ใช่ว่าประกวดราคาลับไป ลับเจรจากันเห็นไหมอย่างที่น้ําตาลเขาไปเจรจากันอย่างที่ว่า ก็ปรากฏว่าไปเจรจากันในทางลับ ตกลงซื้อขายกันตันละ ๑๒,๐๐๐ บาท โดยเฉลี่ย แต่ราคาในท้องตลาดขณะนั้น ๑๔,๐๐๐ ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท รัฐเสียหาย ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่อย่างไรครับขนาดยกเลิกสัญญายังยกเลิกได้ แล้วทําไมจะทําให้รัฐเสียหายอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเสียหายไปมันจะเป็นอะไรไป ทําได้ ทุกอย่าง แล้วก็ไม่มีทางหรอกครับที่จะไปดําเนินการได้เพราะหลายเรื่องแล้วผมเห็น ยังไม่เห็นดําเนินการอะไรเลย นี่คือข้าว เจ็บปวด นอกจากบริหารแล้วไม่รักษาผลประโยชน์ ของประเทศชาติ ประชาชน ยังไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ยังสนับสนุนรู้เห็นเป็นใจ ให้ความช่วยเหลือในการดําเนินการอย่างนี้ด้วยซ้ําไป นี่ครับท่านประธาน แต่ผมไม่เปิดเผย นะครับ จะให้ท่านประธานคนเดียวนะครับ เอกสารนี่เพราะว่าเดี๋ยวผมได้มาอย่างไร เดี๋ยวมาถามกันอีกในสภา คนให้มาเขาไม่กล้า ลงชื่อ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสาร วันที่พร้อม คิดได้อย่างไร ไม่เคยเห็น ทําได้อย่างไร เพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มของตัวเองเท่านั้น นี่ครับ นี่อย่างไร แล้วผมจะเก็บไว้เดี๋ยวฝากท่าน ส.ส. ไชยาเอาไว้อย่าเพิ่งให้ใคร การขายข้าวแบบลับ ๆ ท่านประธาน ท่านไม่ได้แก้ไขปัญหาเสถียรภาพของราคาข้าวแต่อย่างใดเลย แต่เป็นข้ออ้าง เพื่อนําไปสู่การทุจริตเท่านั้นเอง เห็นไหมครับ อันนี้เรื่องข้าว

มาถึงเรื่องมันสําปะหลังครับท่านประธาน อันนี้ก็เจ็บปวดเหลือเกิน ถามว่าเจ็บปวด อย่างไรในฐานะเป็นคนไทย พี่น้องประชาชนคนไทยฟังนะครับ คือที่ผมเรียนต่อท่านประธาน ผมชมเชยคนคิด ที่มันจะโกงคิดเก่งจริง ๆ แก๊งหูบี้นี่ละ ก็ปรากฏว่า