ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการรับจํานําสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเขาเชื่อว่าโครงการนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด แต่กลับทำให้รัฐบาลเสียเงินภาษีพี่น้องประชาชน และสินค้าในสต็อกของโครงการเสื่อมสภาพ นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการประมูลข้าวในโครงการรับจํานา โดยชี้ให้เห็นว่ามีการทุจริตและความลึกลับในการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมจะต้องทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยนั้น การตรวจสอบ ในระบบรัฐสภาถือว่าเป็นสิ่งที่ให้คุณประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง กับพี่น้องประชาชน ในฐานะเป็นเจ้าของเงินภาษี หากไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยแล้วการทุจริตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมก็ไม่อาจที่จะมาตรวจสอบแทนพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้เสียภาษี วันนี้ผมขอกล่าวหา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ทุจริตต่อหน้าที่ ใช้ตําแหน่งหน้าที่แสวงหา ประโยชน์ เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องตัวเอง แล้วก็ล้มเหลวในนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ มาโดยตลอด ก่อนที่จะเริ่มเรื่องนี้ผมจะต้องเล่าถึงความเป็นมาว่าประเทศไทยเรานั้นที่เรามีสต็อก ข้าวมันมาจากอะไร คือแต่ละปีนั้นประเทศไทยเราผลิตข้าวได้อยู่ที่ประมาณ ๓๐ ถึง ๓๒ ล้านตัน แต่เมื่อเราแปรสภาพเป็นข้าวสารแล้วก็จะอยู่ที่ ๒๐ ล้านตัน ๑๐ ล้านตันอันนี้ส่งออกนะครับ อีก ๑๐ ล้านตันเราบริโภคภายในประเทศ จากที่เราส่งออก ๑๐ ล้านตัน มันเป็นปัญหาต่อเนื่อง มาโดยตลอด ดังนั้นรัฐบาลในอดีตตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นมาก็จึงมีการริเริ่มในเรื่องโครงการ รับจํานําผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวซึ่งเป็นสินค้าหลักของไทยที่เราเป็นผู้ส่งออก อันดับ ๑ ของโลกที่มีการผลิตอยู่ต่อเนื่อง มูลค่าของสินค้าจะดีหรือไม่ดี จะตกต่ําหรือจะราคาแพง ส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการในส่วนที่เราจะต้องส่งออกไป เป็นปัญหามาต่อเนื่อง สินค้า เกษตรออกมาทีเดียว ฤดูการผลิตใกล้เคียงกันครับ ในรอบของมัน ๓-๔ เดือน แล้วก็ประดังกัน ออกมา ก็เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด ลักษณะนี้เองจึงเป็นที่มาของโครงการรับจํานําสินค้าเกษตรเพื่อ จะได้รองรับในสินค้าที่ล้นตลาด ส่วนหนึ่งก็จะต้องนําไปสู่โกดังของรัฐที่เราได้รับจํานํา หากบางปี สินค้าตลาดทั่วไปสูงกว่า รัฐบาลในยุคนั้น สมัยนั้นก็ไม่ต้องไปรับจํานํา ก็คือเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ขายโดยตรงตามท้องตลาด จะเห็นว่าทุกยุคทุกสมัยถ้าเรามีการบริหารการจัดการที่ดี สร้างบรรยากาศที่ดี หมายถึงว่าเวลาข้าวกําลังจะออกพยายามอย่าไปสร้างบรรยากาศให้ราคาลง เช่น พอข้าวชาวนาออกบอกว่าจะระบายข้าว ๕.๖ ล้านตัน เป็นต้น พอบอกมาเท่านั้นละครับ ท่านจะรับหรือจะเปิดเผยไม่ทราบ แต่มันรู้ไปทั่วโลก แล้วเราเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ท่านประธาน ครับ กระทบไหมครับรายใหญ่เขาบอกเขาจะระบายทีเดียว ๕.๖ ล้านตันมันเกิดปัญหาขึ้นมา เกิดปัญหาอะไรครับ ต่างประเทศเขารู้ข่าวเขาก็กดราคา เนื่องจากว่าเรามีสินค้าที่ทะลักออกมา ล้นตลาด แล้วก็สินค้าในสต็อกของเราในโครงการรับจํานํา ๑๐ โครงการที่ทางผู้จัดการธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ออกมาแถลงแล้วว่าในช่วง ๑๐ กว่าปีมานี้เราใช้จ่ายไป ทั้งสิ้น ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ กว่าปีนะครับ แต่ในจํานวนนี้เรายังมีเหลือสินค้าก็คือ สต็อกข้าวที่ว่ากัน ๕.๖ ล้านตันนี้ขายออกไปเท่าไรเอาเงินกลับเข้ามา เขาตีตัวเลขกันประมาณ คร่าว ๆ ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สรุปแล้วตลอดเวลาที่เราเริ่มโครงการรับจํานําสินค้าเกษตร เราใช้จ่ายไปเพียง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตกปีหนึ่งประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ตัวเลข นะครับ การที่ประกันรายได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่แล้วนะครับ ตัวเลขที่เราได้มาคือ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่รวมตลอดทั้งปีนะครับ ถ้าถึงตลอดทั้งปีก็นับเป็นแสนล้านบาท ใช้เงินแค่ ๒ ปีนี้นะครับ เราใช้จ่ายเงินภาษีพี่น้องประชาชนเท่ากับโครงการรับจํานําเป็น ๑๐ ปี ผมจําเป็นจะต้องชี้ให้เห็นภาพก่อนว่าแท้จริงแล้วการแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่มาเดินขบวนเรียกร้อง ใช่ว่าเขาเหล่านั้นจะมาโดยที่ไม่มีเหตุปัจจัย ก็เป็นเหตุที่ว่าข้าวของแพงทุกอย่าง แต่ข้าวถูกก็เกิด ปัญหา ผมจะต้องอธิบายไปถึงเรื่องสินค้าในสต็อก ของรัฐบาลที่พูดกันนักกันหนาว่าจําเป็นจะต้อง ระบายเพราะมันเสื่อมสภาพ ผมบอกเลยนะครับ ถ้าเสื่อมจริงนี่ไม่มีหรอกครับที่พ่อค้าเขาจะมา ยื้อแย่งกันจนคนที่ได้น้อยกว่านี่มาฟ้องมาร้องเรียน ป.ป.ช. จนเป็นเหตุให้ ป.ป.ช. ได้มีมติไปที่จะ สอบสวนเอาผิด สินค้าเหล่านั้นมันเป็นสินค้าข้าวเก่า ข้าวเก่านี่หมายถึงอย่างไรครับ หมายถึงข้าว ที่พวกเราบริโภคนี่ละครับ ตามห้างสรรพสินค้า ๕ กิโลกรัมนี่ ๑๐๐ กว่าบาท กิโลกรัมหนึ่งปาเข้าไป ๒๐ กว่าบาท แล้วเป็นชนิดเดียวกันกับที่เราแบ่งเค้กข้าวในสต็อกนี้ให้กับพ่อค้าไปนี่ที่ว่าขายกันแค่ ๑๒ บาท ท่านไปคิดสิครับ ๕ กิโลกรัม ถ้า ๑๒ บาทนี่เพิ่งจะถุงละ ๖๐ บาท ข้าวเก่านะครับ แต่ทําไมพวกเราต้องไปกินข้าวแพง นี่ละครับที่เป็นเรื่องที่ข้าวสารแพง ข้าวเปลือกถูก ก็เพราะกลไก ในการบริหารการจัดการที่พยายามอยากจะชี้ช่องต่าง ๆ ชี้โพรงให้กระรอกว่าสินค้ามันเสื่อมสภาพ เอาไว้จะเสียค่าฝากเก็บ ผมบอกให้เลยนะครับที่หมดสัญญาขนท่านไปเรียกเขาบ้างหรือเปล่า ค่าฝากเก็บโกดังนี่หมดสัญญาเมื่อเดือนมกราคมนี้เยอะแยะ หมดสัญญาแล้วต้องริบมัดจําด้วย นะครับ ผิดสัญญาผู้ซื้อนี่ต้องริบเงินประกันด้วย แล้วก็ยกเลิกทําหรือเปล่าครับ ข้าวสารที่เรามากิน ตามห้างสรรพสินค้านี่ผมจะยกตัวอย่างให้ที่พี่น้องประชาชนมักจะเรียกว่าข้าวกา ก็คือข้าวที่เขามี ยี่ห้อนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารโชควารีของอําเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือข้าวตราลําไย ของจังหวัดพิจิตร ข้าวเหล่านั้นทําไมเขามีลูกค้าเขาติดอกติดใจ ก็เพราะเขาเอาข้าวเก่าล้วน ๆ เขาไม่ได้เอาข้าวใหม่ไปปน ของเหล่านั้นที่ติดอกติดใจผู้บริโภคได้มาจากไหนครับ ก็นี่อย่างไรครับ ที่เขายื้อแย่งกันนี่ละครับ แย่งจะเอาไปทําข้าวถุงทําข้าวกา เกิดปัญหานะครับ แล้วที่เราไปชี้ช่อง อีกเรื่องหนึ่งในเรื่องที่ว่า ใครก็ตามที่จะมาประมูลข้าวหลวงนี่จะมาแบ่งข้าวนี่จะต้องมีออเดอร์ (Order) น่าขํามากนะครับ ออเดอร์ส่งออกนี้การที่ว่าแค่ตัวหนังสือเทเล็กซ์ (Telex) จาก ต่างประเทศว่าจะมาสั่งซื้อสินค้านี่มันมีความน่าเชื่อถือขนาดไหน ผมมีเพื่อนค้าขายกันอยู่นี่ ผมจะให้เขาเทเล็กซ์มาก็ได้ จะสั่งเท่าไร และก็เอาใบคําสั่งซื้ออย่างนั้นจะมาแบ่งไป ถึงบอกว่า รายละเอียดต่าง ๆ มันไม่ได้แค่นั้นนะครับ มันต้องพิสูจน์กันอีกหลายประการ และที่บอกว่า เพราะข้าวมันลง เพราะสต็อกมันเยอะ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตันทําให้ทั่วโลกเห็นว่าข้าวไทยมีเยอะ ก็ส่งผลให้ข้าวมันลง อันนี้ก็ไม่จริงนะครับ ถ้าท่านลองประกาศสิครับว่าเราไม่ขาย เราจะขายตลาด เกษตรล่วงหน้าแล้วก็ขายคราวละไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ ตันแต่ละเดือนค่อย ๆ ระบายไปนี่มันจะลง ไหมครับ มันก็ไม่ลง รัฐบาลก็ได้เงินจํานวนมาก เพราะประมูลตลาดเกษตรล่วงหน้าทุกครั้งนี่ละครับ ราคามันจะสูงกว่าที่เราประมูลล็อตใหญ่ ๆ พอล็อตใหญ่ ๆ ก็ซูเอี๋ยกัน คนไหนที่ใกล้ชิดนักการเมือง นักการเมืองก็ให้พรายกระซิบบอกว่าเตรียมไว้นะไปหาออเดอร์ไว้ ผมว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ถึงแม้ว่าท่านจะเอาตัวเลขนั้นจริง ๆ นี่ก็ยิ่งทําให้ข้าวลงราคากันใหญ่ส่งออกอย่างเดียว เพราะอะไร พ่อค้าเหล่านั้นก็ต้องไปเร่งรีบเพื่อไปขายถูกไหมครับ ขายเพื่อจะเอาออเดอร์นี่มาแบ่งเค้ก ผมถามว่า ต่างคนต่างแย่งกันขายไปทุ่มตลาดอะไรจะเกิดขึ้น นี่เขาเรียกว่าความรู้ความเข้าใจของรัฐบาล ผมก็ไม่เข้าใจว่าคนที่มาทําหน้าที่ตรงนี้ เคยศึกษาอดีตมาบ้างหรือเปล่า เพราะเป็นวิชาชีพ ที่ผมจะต้องมาเกริ่นนําเรื่องนี้ก่อน ก่อนเข้าสู่การทุจริต เพราะกลัวว่าพี่น้องทางบ้านจะไม่เข้าใจว่า สินค้าข้าวในสต็อกมันของมีค่า อย่าไปเห็นว่าเป็นของที่มันเสื่อมสภาพ มันมีประโยชน์ที่จะมาทํา ประโยชน์ได้มากมาย กลไก ทุกครั้งที่รัฐได้ให้ผู้ประมูล ๆ ไป เคยไหม คํานึงถึงชนิดของข้าว อย่างเช่น บริษัท ก เคยส่งแต่ข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ ไปแถว ๆ ตะวันออกกลาง แต่ว่ามาประมูลข้าวหอมปทุมธานี ไปหมดเลยครับที่จังหวัดสุพรรณบุรี เคยไปดูไหมว่านี่ไม่เคยค้าเลยข้าวแบบนี้ แต่ดันผ่าได้ของที่ จังหวัดสุพรรณบุรีไปเกลี้ยงเลย ข้าวหอมปทุมธานี ผมได้ไปถามนะครับ เป็นนักสืบไปถามคนรถว่า ทุบจากโกดังนี้ไปที่ไหนหรือ เขาบอกไปท่าเรือ ไอ้ผมก็นึกว่าท่าเรือน้ําลึกแหลมฉบัง ที่ไหนได้ละครับ ไปอําเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นไซโลที่เขาทําข้าวถุงมาขายนี่ละครับ เป็นต้น หลายที่ นะครับ บางคันก็บอกว่ามาขนไป ไปอําเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็มี ผมสอบถาม หมด บางคันก็บอกว่าไปแถว ๆ อําเภอลาดหลุมแก้ว โกดังเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นพ่อค้าที่เขาส่ง ห้างสรรพสินค้า ผมไม่อยากเอ่ยบุคคลที่ ๓ โดยไม่จําเป็น จึงไม่เอ่ยนะครับ การที่ไปให้เอกชนมา ดําเนินการ แล้วก็เรียกว่าเอาออร์เดอร์ (Order) มานี่นะครับ แล้วคนก็มาเทค โอเวอร์ (Take over) ไป ส่วนใหญ่ท่านประธานรู้ไหมครับว่าใครได้ข้าวส่วนนี้ไป ก็โรงสีแถวนั้นละครับ ใกล้ ๆ เคียง หรือไม่ก็เจ้าของโกดังที่รับฝาก เป็นคลังที่ว่าให้รัฐไปเช่าโกดัง ซื้อต่อเลยนะครับ ข้าวสารนี้ประมูล มาขายต่อ แล้วเขาก็มาขายเอา เหยียบหัวคิวกันไป อย่างนี้ละครับ ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ ๖๐ เป็นแบบนี้ทั้งนั้น
หันมาสู่เรื่องพฤติกรรมที่ดําเนินการที่ส่อไปในทางทุจริต ผมจะชี้ให้เห็น นะครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่ท่านเป็นรองประธาน กขช. เป็นคนที่ ชงเรื่องทุกอย่างเพื่อไปเสนอประธานแล้วก็ดําเนินการ มันมีความฉ้อฉล มีความลึกลับ ซ่อนเงื่อน แล้วก็เร่งรัด ส่อไปในทางทุจริตอะไรบ้าง ผมจะให้ดูชาร์ท (Chart) อย่างนี้ครับ คือว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคราวที่ส่งมอบข้าวที่สมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน โดยท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หลังจากที่เราถูกยุบพรรคไป เสร็จแล้วก็มีการรักษาการ เสร็จแล้ว รัฐบาลปัจจุบันก็มาเริ่มบริหาร เอาเข้าจริง ๆ ก็ประมาณเดือนมกราคม มีตัวเลขตามบัญชี ข้าวใน สต็อกในขณะนั้น ๓ ล้านตันมีเศษหน่อย ๆ นะครับ แต่ที่ปรากฏตามการประมูลนี้ อคส. ตามหนังสือเชิญชวน ที่ อคส. ๑๐๙/ว ๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ปี ๒๕๕๒ แล้วก็มีการเปิดซอง วันที่ ๖ เดือนพฤษภาคม อันนี้เป็นข้าวใหม่นะครับ เป็นข้าวใหม่ปี ๒๕๕๑/๒๕๕๒ จํานวนที่นํา ออกมาประมูล ๒.๖ ล้านตัน นี่ละครับเป็นที่มาที่ผมได้ติดตามมาตั้งแต่ต้นนะครับว่ามันมีความ ไม่บริสุทธิ์ โดยที่ในครั้งแรกใครที่จะไปได้ข้าวตรงนี้เสียงเขามาตั้งแต่ประมาณสักเดือนเมษายน กลาง ๆ เดือน เขามาบอกกับพ่อค้าพวก ๕ เสือที่ส่งออกรายใหญ่นี่นะครับ พวกนี้มันรู้ก่อนนะครับ ว่าเขาจะมีอย่างไร นโยบายรัฐบาลอย่างไร ไม่รู้ว่ามีเส้นสายเชื่อมโยงอะไร แต่เขารู้ก่อนนะครับ ว่ารัฐบาลจะมีการระบายข้าว ๒.๖ ล้านตัน แล้วเป็นข้าวใหม่ด้วย เป็นของสด ๆ ร้อน ๆ แล้วก็ ติดต่อว่าสนใจไหม อันนี้คือเป็นเรื่องที่เขาลือกันในตอนนั้นว่าถ้าสนใจเขาเอาตันละ ๒,๐๐๐ บาท ถ้าจ่าย ๒,๐๐๐ บาท รับรองว่าจะได้ข้าวตรงนี้ไป เสร็จแล้วครับก็มามีบริษัท สิงโตทองไรซ์เขาก็ เสนอเข้าไปการประมูลครั้งนี้ แต่เขาไม่ได้สนใจเรื่องใต้โต๊ะหรือไม่ใต้โต๊ะ เขาก็ยื่นซอง วันนั้นยื่นซอง วันที่ ๖ เดือนพฤษภาคม ที่ยื่นส่วนใหญ่นี่นะครับก็มีตั้งแต่ ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท แต่ บริษัทสิงห์โตทองไรซ์ยื่นครั้งแรก ๑๔,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นบริษัททื่ยื่นสูงสุดในตอนนั้น แต่แล้วเป็น อย่างไรครับ เวลาเปิดซองแล้วเวลาเรียกมาต่อรองกลับโดนเขี่ยตกไป ไม่ได้สิทธิที่จะมาต่อรองใน ส่วนนี้ แปลกไหมครับ ตอนนั้นผมได้ติดตาม ผมมีแถลงข่าวที่สภาแห่งนี้นะครับว่าให้รัฐบาลช่วยดู หน่อย บอกถ้าปล่อยไปอย่างนี้มันเริ่มฮั้วประมูลกันแล้ว จากวันที่ ๖ ต่อรอง เสร็จแล้วก็มีการเร่งรัด เข้ามาต่อรองในวันหยุด วันที่ ๖ เปิดซอง วันที่ ๘ เป็นวันวิสาขบูชา แล้ววันที่ ๙ วันที่ ๑๐ เป็นวัน เสาร์ วันอาทิตย์ วันที่ ๑๑ เป็นวันหยุดราชการ วันพืชมงคล เชื่อไหมครับท่านประธาน กระทรวง พาณิชย์ได้ต่อรองในวันหยุด เสร็จแล้วนัดให้ผู้ที่ชนะการประมูล ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ยื่นสูงตั้งแต่ทีแรกเข้า มาต่อรอง แล้วก็มาเซ็นสัญญาวันที่ ๑๒ เดือนพฤษภาคม แปลกไหมครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมเห็นแล้วว่า มันมีการเร่งรัด เร่งรีบ แล้วในวันที่ตามเอกสารทางราชการที่ผมได้ติดตามว่าเขาขออนุญาต ครม. อย่างไรบ้าง การที่จะส่งดําเนินการ ในครั้งนั้นมีท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ได้บอกว่าสินค้า เกษตรถ้าเกิดต่ํากว่าท้องตลาด จะต้องมาขออนุมัติโดย ครม. กระทรวงพาณิชย์อํานาจท่านไม่มี สิทธิที่จะไปให้ใครโดยตามอําเภอใจ อันนั้นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่แล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ครับ ราคา ในตอนนั้น ปี ๒๕๕๒ เดือนเมษายน กระสอบหนึ่งเท่าไรครับ ๑,๖๕๖ บาท ผู้ประมูลยื่นเท่าไรครับ ๑,๔๐๐ บาท เป็นต้น อันนี้ก็เห็นแล้วว่าราคาท้องตลาด แล้วยังมีบางตัวอย่างข้าวหอมปทุมธานี ราคาท้องตลาด ๒๔,๐๐๐ บาท ถึง ๒๕,๐๐๐ บาทต่อตัน แต่ว่าผู้ประมูลที่ได้ไป ๑๖,๓๐๐ บาท เจ็บปวดไหมครับ คนที่ไม่รู้เล่ห์กลใน ไม่เข้าใจนะครับว่าเงินภาษีพี่น้องประชาชนในโครงการรับ จํานํามันถูกปู้ยี่ปู้ยําโดยวิธีอย่างนี้ สร้างความเสียหาย ในครั้งนั้น ผมถึงบอกว่าถ้ารัฐบาล ไม่ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดผมคิดว่าผิด แต่ก็ยังโชคดีนะครับที่ว่าต่อมาก็มีการยกเลิกสัญญา ที่ลงนามวันที่ ๑๒ เดือนพฤษภาคม อันนี้ชี้ให้เห็นนะครับว่าเอกสารที่ทางคณะรัฐมนตรีทํามาถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องที่อ้างถึงก็คือวันที่ ๖ เดือนพฤษภาคม ที่ว่ากระทรวงพาณิชย์ จะระบายข้าวอะไรนะครับ เสร็จแล้วเขาบอกให้ไปทํารายละเอียดมา วันที่ ๑๕ รัฐบาลตอบมา ตอบลักษณะนี้หมายความว่าอย่างไรครับ คือหมายความว่าคุณจะต้องดําเนินการที่ไม่ขัดว่าด้วย ราคาท้องตลาด ถ้าถูกกว่านี้คุณต้องมาขอ ครม. อนุมัติเสียก่อน เมื่อรัฐบาลเห็นแล้วว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นสายล่อฟ้า ใคร ๆ ก็จ้องว่าการประมูลครั้งนี้มันไม่ชอบ ก็จึงยกเลิกการประมูลกับผู้ที่ชนะการประมูลจํานวน ๑๗ ราย หลังจาก ครม. ยกเลิกไป ๑๗ รายแล้ว ก็นึกว่าจะไม่มีอะไร แต่เป็นอย่างไรครับเมื่อวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๘ เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๒ คือผม ได้รับข่าวมาตั้งแต่วันที่ ๔ แล้วว่าที่ได้ติดตาม บัดนี้ที่โกดังเบญจรุ่งเรือง บ้านหนองพันกง อําเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี มีการขนข้าวหอมปทุมธานีที่เขาไม่ให้ขาย ขนออกไปจนเกลี้ยงโกดัง ผมไปขณะนั้น ประมาณสักบ่าย ๓ โมงกว่า ๆ ได้นะครับ ไปติดตามหวงแหนเงินภาษีของประชาชน ไปถูกเขาเอาเปรียบ มันขนของหลวงไป ราคาท้องตลาดกระสอบหนึ่งเท่าไร ๒,๕๐๐ บาท มันซื้อไป ๑,๖๐๐ บาทอย่างนี้ กระสอบหนึ่งกําไรเข้าเท่าไรครับ ๗๐๐-๘๐๐ บาท ผมไปถามเลย นะครับว่า หัวหน้าที่เขาคุมคลังในขณะนั้นชื่อว่า นายประเสริฐ เหมไพบูลย์ เขาดูแล เป็นหัวหน้าคลัง อตก. เขาบอกกับผมอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าเรื่องนี้ทางผู้อํานวยการ อตก. เป็นคนสั่งว่าให้ปล่อยสินค้าได้ ผมถามว่าผู้อํานวยการคลังคนเดียวกล้าหรือครับ ถ้ารัฐมนตรีไม่เอา ด้วย คือรัฐมนตรีดูแลอยู่แล้วสินค้าเกษตร กระทรวงพาณิชย์ ถ้าไม่มีรัฐมนตรีสั่ง ผู้อํานวยการคลัง จะให้ปล่อยไหมครับ ขนไปจนเกลี้ยงโกดัง เราได้พยายามไปขอห้ามปรามเขา เขาก็ไม่เชื่อฟัง ในครั้งนั้น ในการยกเลิกครั้งนั้นมันมีรายละเอียดว่าให้องค์การคลังสินค้าและองค์การตลาดเพื่อ การเกษตรยกเลิกสัญญาซื้อขายข้าวเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรอันเนื่องมาจากการอนุมัติระบาย จําหน่ายข้าวสารเมื่อ ๑๒ เดือนพฤษภาคม ๒๕๒ ข้อ ๒ ครับ ให้ อคส. อตก. ระงับการอนุญาตให้ เอกชนที่ชําระเงินค่าข้าวสารตามสัญญาซื้อขายข้าวสารทําการย้ายข้าวสารออกจากคลังต่าง ๆ นี่คือห้ามอย่างเด็ดขาดว่าไมให้ย้าย แต่แล้วมันขนไปนี่ ขนกลางวัน ขนกลางคืน รถนี่จอดยาว เป็นกิโลเมตร ๆ ก็ด้วยเหตุนี่ละครับ ส่วนต่างมันเยอะอย่างนี้ละครับ ผมได้ร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. หยุดยั้งไม่ได้ก็ไปยื่นเอกสารที่ ป.ป.ช. เลขรับที่ ๑๖๕๒๑ วันที่ ๘ มิถุนายน หลังจากที่เขาขนไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อนุเขาสอบเสร็จแล้ว ส่งไปคณะใหญ่แล้ว นี่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเขาบอกว่า แฉพิรุธ ประมูลข้าวเสียหาย ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท โพสต์ทูเดย์ ศึกระบายสต็อกข้าวของรัฐถอยเพื่อรอแตกหัก นี่ครับ คือเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรี ห้ามไม่ให้ขาย แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ถอยเพื่อรอ แตกหัก นี่ละครับเป็นสิ่งที่ผมชี้ให้เห็นว่าใบเสร็จที่เห็นว่ามันไม่สุจริตมันไม่ถูกต้องโดยนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดําเนินการในฐานะประธาน กขช. ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ยกเลิกในครั้งนั้น ต่อมา ก็ยังมีการชงเรื่องเพื่อที่อยากจะระบายสินค้าข้าวอีก เพราะว่ามีพ่อค้าไปเสนอหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่วงการภายในเขาบอกว่ามาจากพ่อค้าไปชงเข้าไปหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยากจะให้ ประมูล แล้วก็อยากจะให้ปิดเงียบ ผมบอกว่าการดําเนินการอย่างนั้นที่ท่านทํานี้ผมว่ามติ ครม. ที่ว่า วันที่ ๓ เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๓ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยชอบด้วยกฎหมาย ในเรื่องดังกล่าว ในเรื่องที่เอามติ ครม. ว่าต่อไปนี้ให้ประมูลทางลับ เพื่อกลัวว่าต่างประเทศนี้เขาจะรู้ข่าว เดี๋ยวข้าว จะลง เขารู้อยู่แล้วครับ เมื่อสินค้าออกมานี้ความลับไม่มีในโลก สินค้าออกมานี้พ่อค้าหัวไวที่สุด ที่ไหนซิกมันออกรู้กันหมด คือผมบอกตั้งข้อสังเกต อันนี้ไม่ใช่ ป.ป.ช. นะครับ ผมบอกเลยว่า เรื่องมติในทางลับนี้ผมบอกว่ารัฐบาลนี้มีหน้าที่แค่ดูแลผลประโยชน์ของชาติ ท่านไม่ใช่เจ้าของ นะครับ เจ้าของคือประชาชน เรามาทําหน้าที่กันฝ่ายการเมืองนี้ท่านดูแลให้เสียหายไม่ได้ ท่านจะต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แต่ท่านไม่ทําท่านไปเอามติในทางลับนี้ แล้วก็ชง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มันผิดอะไรครับ ผิดระเบียบเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร ทางราชการ ผิดระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง หรือเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐในระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี ก็เป็นสิ่งที่ผมเข้าใจนะครับว่าไม่น่าจะทําได้ เมื่อก่อนนี้เรามีการประมูลข้าว หลังมีมติทางลับนี้เหมือนกับกลายเป็นว่าแอบตกลงขายข้าวกับพ่อค้า ทําได้ไหมครับ อันนี้ก็เป็นสิ่ง ที่เป็นการประจานในเรื่องการประพฤติมิชอบ ต่อมาครับ ป.ป.ช. ก็ตั้งอนุสอบสวนรัฐมนตรีพรทิวา ในเรื่องการดําเนินการโดยที่ในครั้งนั้นหลายคน วันที่ ๓๐ เดือนพฤศจิกายน มีตั้งอนุกรรมการ ไต่สวน มีนายกล้าณรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน โดยกล่าวหา ๑. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะประธาน กขช. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ในฐานะรองประธาน นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว นี่ละครับ คนที่ชงทุกสิ่งทุกอย่างนี้อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้า ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการดําเนินงานระบายข้าว ข้อหาอะไรครับ ปฏิบัติหน้าที่ มิชอบในการระบายข้าว เป็นสิ่งที่เราเห็นแล้วว่าเรื่องนี้ถ้าเรามองผ่าน ๆ ไปก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลนี้ ทําได้เอาไปแบ่งคนโน้นคนนี้แล้วก็เอาออเดอร์นี้มาแสดง แล้วก็ดําเนินการกันไป ครั้งนั้นมันปิด เส้นทางที่เราจะได้ประโยชน์มากมาย พ่อค้าอื่น ๆ เยอะแยะเขาอยากได้แต่เขาเส้นไม่ดี เข้าไม่ถึง ก็ไม่รู้เส้นภายในก็ไม่สามารถจะได้แบ่งข้าวไป เป็นสิ่งที่พ่อค้าเหล่านั้นมาร้องเรียนที่ผมว่าเรื่องนี้ อยากจะให้ผมในฐานะผู้แทนราษฎรนี้ยับยั้งได้ไหม เพราะว่าถ้าปล่อยไปอย่างนี้ข้าวจะลง จะทําให้ ชาวนาเดือดร้อน เพราะของที่ออกมานี้มันมากเหลือเกิน ในสต็อกนี้ ๕.๖ ล้านตัน ถ้าออกมานี้ เดือดร้อนแน่ ผมก็พยายามทําทุกวิถีทางเรื่องดังกล่าว ร้องไปยัง ป.ป.ช. ก็ยังดีว่าเขามีการตั้งการ สอบไปแล้ว หนักไปกว่านั้นครับ มีบริษัท เอ็ม.ที. เซ็นเตอร์เทรด (M.T. center trade) นี้ ที่ในเสียง ลือกันในตอนนั้นว่าไปได้ส่วนแบ่งข้าวถึง ๑.๙ ล้านตัน ที่เขาสงสัยกันนี้ ผู้ค้าข้าวในตอนนั้นเขาสงสัย ว่าบริษัทนี้ไม่ได้เคยค้าข้าวรายใหญ่ แล้วก็ไม่มีใครรู้จักว่า เอ็ม.ที. มันส่งออกเยอะแยะ ไม่มีหรอกครับ แต่มาได้ส่วนแบ่งไปถึง ๑.๙ ล้านตัน แล้วต่อมามีการเรียกที่จะเอามาให้ทําสัญญา ปรากฏว่า อย่างไรครับ ไม่สามารถจะหาเงินที่จะมาค้ํา ๑.๙ ล้านตัน เงินค้ําประกันได้ จนที่สุดนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ก็สั่งให้ตรวจสอบ แล้วในครั้งนั้นผมมีอภิปรายงบประมาณด้วย ผมก็เล่าเรื่องนี้ด้วยนะครับ กระทู้ถามสดผมก็มาถามเรื่องว่าเอ็มทีมันมาจากไหนนะครับ ถึงจะให้แบ่งไปเยอะแยะเหลือเกิน เอ็มทีเซ็นเตอร์เทรดตามที่ผมได้ไปตรวจสอบมานะครับ เอารูปนี้เลย บริษัทที่จดทะเบียนไว้แล้วก็ไป อยู่แถว ๆ ถนนรัชดา มันไม่ได้บ่งบอกว่าบริษัทอย่างนี้มันจะทําการค้าข้าว ผมกราบเรียนท่าน ประธานนะครับว่าร้านค้าข้าวส่วนใหญ่แล้วเขาจะต้องมีตัวอย่างข้าว แล้วก็จะมีรถมอเตอร์ไซค์ที่เขา วิ่งเอาตัวอย่างไปให้โกดังโน้นดูโกดังนี้ดู แถวนั้นมีแต่อะไรครับ อาบอบนวด อาบอบนวดทั้งนั้น ร้านอาหารจีน มันไม่ใช่บ่งบอกเลยว่าบริษัทอย่างนี้มันจะไปค้าขายเรื่องข้าว ผมก็สืบมาอีกว่าการที่ ยกเลิกไปแล้ว แล้วก็มีบริษัทเอ็มทีที่มาเชื่อมโยงกับคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็คือมีกรรมการบริษัท มีนางสุพรรณี เฉิ่น กับนางสาวภาวินี จารุมนต์ ที่เรารู้จักกันดีว่าเกี่ยวข้องกับเพื่อนนายสมศักดิ์ ก็คือ คุณสุนทร จารุมนต์ เฮียฮง เจ้าของโฮ คิทเช่น ก็เป็นเพื่อนสนิทกับคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน นางสาวภา วินี จารุมนต์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑๐ เดือนกันยายน ๒๕๕๒ แล้วก็ในเรื่องการเป็นคนที่ส่งออกข้าว ผมไปดูสถิติการขายข้าวออกนอกประเทศ ที่กรมศุลกากร สิ้นสุดเมื่อปี ๒๕๕๓ ๓๐ อันดับแรก ปรากฏว่าไม่มีเลยว่ามีบริษัทชื่อเอ็มทีเซ็นเตอร์เทรด ว่าส่งข้าวไปกี่หมื่นตัน ไม่มี กลับมาได้แบ่งไป มากมายก่ายกอง การยกเลิกครั้งนั้นที่ว่าไม่มีเงินมาวาง ต่อมาก็ลดจํานวนลงเหลือแค่ ๔๕๐,๐๐๐ ตัน มันก็มีเรื่องพิลึกพิลั่นอีกนะครับ ว่าบริษัทนี้เส้นดีจริง ๆ นะครับ ยกเลิกไปแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าครั้ง แรกมีการวางค้ําประกันหรือเปล่า ถ้าวางค้ําประกันต้องยึดค้ําประกันนะครับ ผิดสัญญาไม่สามารถ นําเงินมาวางต้องยึดเลยนะครับ เสร็จแล้วก็มาทําสัญญาใหม่ ในครั้งนี้มีเรื่องที่พิรุธอีกเยอะนะครับ ในครั้งแรกตอนที่ยังไม่ยกเลิก มีคนไปเสนอให้กําไร บอกว่าถ้ามาแล้วมาให้เขาจะแบ่งนะครับ เขาคิดคํานวณคร่าว ๆ ฟันกําไร ๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีผู้ช่วยรัฐมนตรีพรทิวา คือคุณวีระศักดิ์ จินารัตน์ ที่ไปร่วมในการวางเงินค้ําประกันด้วยที่บริษัทเอ็มทีเขาได้ไปนะครับ จนเป็นเหตุให้ นายกรัฐมนตรีได้ปลดผู้ช่วยรัฐมนตรีพรทิวาในเรื่องข้าวฉาวนี้ โดยอะไรครับ เอาเงินจากบัญชีกู้ยืม เพื่อการศึกษามาค้ําประกัน จนกระทั่ง กยศ. ตั้งทีมสอบทุจริตแล้วก็ไปแจ้งความที่จังหวัด อุบลราชธานีในข้อหายักยอกทรัพย์ การค้ําประกันครั้งนั้นนะครับ ก็เป็นการค้ําประกัน มีแคชเชียร์ เช็ค (Cashier Cheque) ทั้งหมด ๖ ฉบับ ฉบับที่มีเสียงลือกันนะครับในเรื่องของบัญชี กู้ยืมเพื่อการศึกษา คือของธนาคารกรุงไทย จํานวน ๒๕ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นการไปถอนเงินจากบัญชีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานะครับมาซื้อ ดราฟท์ (Draft) นี่ครับ ๒๕ ล้านบาทตรงนี้ครับที่นายวีระศักดิ์ จินารัตน์ ในฐานะหมวก อีกใบหนึ่งจากเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีแล้วนะครับ หมวกอีกใบหนึ่งก็คือเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัย เอเชีย จังหวัดอุบลราชธานี มีอํานาจลงนามสั่งจ่ายเงินในบัญชีให้ถอนออกมาได้ ได้เอาเงินจาก กองทุนกู้ยืม ๒๕ ล้านบาท มาซื้อแคชเชียร์ เช็ค เมื่อสักครู่นะครับผมได้บอกแล้วว่านามสกุล จารุมนต์ มันเกี่ยวข้องอย่างไรกับคุณสมศักดิ์ อันนี้ก็เป็นบริษัทที่เขาหุ้นส่วนกัน บริษัท เมก้า แลนด์ ซึ่งมีนายเทิดไท เทพสุทิน ลูกชายนายสมศักดิ์ เป็นกรรมการ แล้วก็มีภเชศ จารุมนต์ ที่เป็นเจ้าของ เช็คด้วยนะครับ นี่ครับ อันนี้อีกบริษัทหนึ่งนะครับ เมก้า แลนด์ นี่ล่ะครับเป็นสิ่งที่มันลึกลับซ่อน เงื่อนแล้วก็ทําให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระทรวงพาณิชย์จนเป็นเหตุให้ พี่น้องประชาชน ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยที่ให้ผมมาดูแลเรื่องข้าว เนื่องจากผม จับมาตั้งแต่ต้น พฤติกรรมหลาย ๆ อย่างนี้เองนะครับผมถึงบอกว่าเป็นการที่รัฐมนตรีพยายาม นะครับ จงใจที่จะหาประโยชน์ ตรงไหนที่มันจะทําให้เกิดประโยชน์นี่ไม่เอา กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ค้าขายเพื่อนําเงินรายได้เข้าประเทศ วันนี้มีสักเรื่องไหมครับที่ทางรัฐมนตรีทําแล้วเกิดให้มี กําไรขึ้นมา ผมเห็นขาดทุนทุกอย่าง ขายข้าวก็เจ๊ง ทําทุกสิ่งทุกอย่างอย่างนี้ ก็เป็นสิ่งที่ผมเอง ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร จึงมีความเห็นว่าไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขอบคุณครับ