มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับประเทศจีน และการลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับความไม่พอใจของประชาชนในเรื่องค่าครองชีพสูง ข้าวยากหมากแพง และปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศครับ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาแน่นอน และความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศมีเครื่องหมายเท่ากับความสัมพันธ์ทางการค้า วันนี้เราต้องใช้ก๊าซจากประเทศพม่า ใช้พลังงานจากประเทศพม่า ทรัพยากรร่วมกับประเทศพม่า ความสัมพันธ์เราดีจริงหรือเปล่า ต้องถามผ่านไปยังรัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งถูกอภิปรายแล้ว ข้อ ๒ ความสัมพันธ์กับประเทศ กัมพูชา ข้อ ๓ ความสัมพันธ์กับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ข้อ ๔ ความสัมพันธ์กับประเทศเวียดนาม ทั้งหมดทั้งมวลท่านจะบอกว่าอะไรก็แล้วแต่ เมื่อรวมกับ จีนยูนานตอนใต้ ๓๐๐ กว่าล้านคนคือตลาดของเรา ตรงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีปัญหาทางการค้าแน่นอน ข้อต่อไปครับ วันนั้นเราคุยกันถึงเรื่องค่าเงิน ผมเรียนอีกนิดหนึ่ง สิ่งที่ผมรู้สึกไม่ดีเลย ปัจจุบันประเทศไทยใช้ระบบแมนเนจ โฟลท (Manage Float) ภาษาอังกฤษคือ แมนเนจ โฟลท แมนเนจ แปลว่าบริหารจัดการ โฟลท แปลว่าลอยตัว สิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดก็คือว่าปล่อยไปตามธรรมชาติ ปล่อยเป็นเสรี คนไทยทําใจ เรามีปัญหาบาทอ่อน บาทแข็ง ตรงนี้ผมจะบอกว่าถ้าเป็นผม ไม่อย่างนั้นท่านเปลี่ยนระบบ เป็นฟรี โฟลท (Free Float) เป็นระบบเสรีเสีย ท่านอย่าใช้แมนเนจ โฟลท เรื่องนี้ท่านใช้ ไม่ได้ครับ อีกข้อหนึ่งที่สําคัญ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ การดําเนินการกุศโลบายทางการทูตเราต้องทบทวน ที่ถูกคือประเทศจีนเราต้องกอดเขาด้วย แขนขวา ประเทศญี่ปุ่นต้องกอดเขาด้วยแขนซ้าย วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกรัฐมนตรีโดย ครม. กําลังคุยกันเรื่องรถไฟความเร็วสูง วิธีคิดต่างครับ ประเทศจีนต้องการระบายเงิน ประเทศจีนมีปัญหาคือค่าเงินหยวนถูกบังคับให้ลอยตัว ประเทศจีนไปเข้าดับเบิลยูทีโอ และที่สําคัญที่สุดประเทศจีนมีเงินสํารองระหว่างประเทศและ สํารองคงคลังมากจนเป็นปัญหาจุกอกครับ เพราะฉะนั้นประเทศจีนจะระบายเงินออกลงทุน และประเทศที่ประเทศจีนต้องตัดสินใจและเลือกที่จะลงทุนโดยความสัมพันธ์ทางสายเลือด และความสัมพันธ์ทางความเป็นเพื่อนคือประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมบอกเลยนะครับ ถ้าท่านเปิดใจกว้าง ท่านรับเถอะครับ เอาเงินเข้ามา ประเทศไทยต้องเปลี่ยนสถานภาพ เป็นถังเงินของเอเชีย และนี่คือยุทธศาสตร์ที่ผมต้องการสื่อสาร
ต่อมาอีกนะครับ เรื่องกฎเหล็ก ๙ ข้อ กฎเหล็ก ๙ ข้อของท่านนายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ท่ามกลางการประชุมของคณะรัฐมนตรีนัดแรก ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ผมตะขิดตะขวงใจในข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๖ คือ ให้รัฐมนตรีทุกคนปฏิบัติตนโดยคํานึงถึงความรู้สึกของประชาชน พฤติกรรมใด ๆ ซึ่งนํามาสู่ความไม่เชื่อมั่นขอให้ระวังเป็นพิเศษ ข้อ ๗ ครับ ในรัฐบาลที่เชื่อมั่นในวิถีทางของ ประชาธิปไตยต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ข้อ ๘ รัฐบาลชุดนี้ต้องพร้อมกับ การตรวจสอบทั้งเชิงนโยบายและเรื่องอื่น ๆ ๓ ข้อนี้ผมเรียนเลยนะครับ ผมทิ้งประเด็นไว้ เฉย ๆ ผมผ่านนะครับ
ผมจะสรุปสั้น ๆ ว่าวันนี้ไม่ต้องมาพูดกันถึงจีดีพี ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกัน เรื่องตัวเลข ๐.๗ ๐.๕ ๐.๓ ผมฝากให้คนไทยทั้งประเทศถามตัวเองดูนะครับ ท่านมีความสุข จริงหรือเปล่า นับตั้งแต่มีการตั้งรัฐบาลมา ๔ นายกรัฐมนตรี ท่านสุรยุทธ์ ท่านสมัคร ท่านสมชาย มาจนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านมีความสุขจริงหรือเปล่า ถ้าท่านบอกว่า ไม่มีความสุขก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าท่านไม่มีความสุขล่ะ นั่นคือคําถามที่ ๑ อันที่ ๒ ที่ผมรู้สึกมาก เต็มอก ผมไม่มีภรรยา ไม่มีลูก แต่เพื่อนผมที่มีลูก มีภรรยา เขาพูดกับผมว่าอย่างไรทราบไหม เขาบอกว่าทุกวันนี้เงินหาลําบาก เอามือตบเงินในกระเป๋าไม่มีเงิน ๑๐๐ บาทที่เขาจะควัก ออกมาให้ลูกเขาไปโรงเรียนเขาคิดแล้วคิดอีก สอนลูกเขาแล้วสอนลูกเขาอีก ๑๐๐ บาท ซื้ออิ่มไหมลูก ข้าวแกงจานละ ๔๐ บาท ไข่ดาวฟองละ ๑๐ บาท ลูกจะได้กินไอศกรีม หรือเปล่า คําถามครับท่าน ค่าครองชีพ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นต้นมา คําที่เกิดขึ้น และคนไทยไม่เคยพบเคยเห็นคือคําว่า ข้าวยากหมากแพง คนรุ่นปัจจุบันไม่ได้กินหมาก แต่คํานี้ก็กลับมาเป็นคําที่หลอกหลอนจิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ ยุคนี้เป็นยุคของ ข้าวยากหมากแพงโดยแท้ ใครเลยจะไปนึกว่าประเทศเกษตรกรรมที่เป็นผู้ส่งออกหลายอย่าง เป็นอันดับหนึ่งของโลกจะเกิดการจลาจลแย่งชิงแม้กระทั่งน้ํามันปาล์ม ผมเรียนท่านเลยครับ เราได้เข้าสู่ยุคเข็ญของข้าวยากหมากแพงโดยแท้ ผมเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ วันนี้ผมเข้าใจ ผมได้พูดหลายสิ่งหลายอย่างด้วยน้ําเสียง ด้วยถ้อยคําที่อาจจะต้องทําให้หลายคนไม่สบายใจ หรือแม้นแต่กระทั่งประชาชนคนไทยทั้งบ้านที่อยู่ทางบ้านที่ดูโทรทัศน์อยู่ฟังแล้วไม่สบายใจ แต่ท่านต้องถามตัวเองอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านมีความสุขจริงหรือเปล่า สิ่งเหล่านั้นถูก สรรค์สร้างขึ้นมาด้วยตัวเลขหรือเปล่า ท้ายที่สุด ๒ ปีกว่า ๘๐๐ กว่าวันท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ได้ดูแลงบประมาณคร่อมขึ้นมาปีนี้เป็นปีที่ ๓ เงินไม่ใช่พระเจ้า เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่จะซื้อหามาได้ของความสุข แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินคือปัจจัยที่มนุษย์จําเป็นต้อง ซื้ออาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และอาจจะหมายรวมถึงที่อยู่อาศัย คนไทยที่รักทุกท่าน วันนี้คนไทยที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อเดือนมีถึง ๔๐ กว่าล้านคนเราจะจัดการ กันอย่างไร การบริหารงานที่ล้มเหลว ปัญหาการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงจะมีหลักฐาน มีใบเสร็จจะเป็นตรรกะหรือจะเป็นเพียงการกล่าวอ้าง ระบบมือยาวสาวได้สาวเอา คนแข็งแรงกดขี่คนอ่อนแอ คนบางคนมีที่ดินเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ ขณะที่คนบางคนไม่มี แม้แต่กระทั่งจะซุกหัวนอน สิ่งเหล่านี้จึงเกิดปัญหาสังคมอย่างช่วยไม่ได้ และผมย้ําอีกครั้ง หนึ่งนะครับ ถ้าปากท้องเขาอิ่ม ถ้าเมียของเขามีกิน ถ้าลูกของเขาไม่อดยาก ไม่เจ็บป่วย ไม่มีใครอยากเกิดมาเป็นคนเลว ข่าวจี้ ชิง ปล้น ใส่หน้ากาก ใส่หมวกกันน็อคในจอโทรทัศน์ เกลื่อนไปหมด ถามว่ารัฐบาลจะแก้อย่างไร ที่สําคัญที่สุด ท่านจ้างฝรั่งเข้ามาทํารีเสิร์ช (Research) และวิจัยเพื่อเขียนยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ ผมเข้าใจ แต่ผมพูดทางตรง นะครับ ท่านจะพูดอะไรก็แล้วแต่ คนจําได้เรื่องไข่ชั่งกิโลกรัมครับ ถ้าท่านคิดว่านี่คือ การแก้ที่ถูก ผมอยากท้าท่านครับ เราจะก้าวเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง สัญญาประชาคม ที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้กล่าวกับประชาชนไทยบอกว่าสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ไม่เกินท่านจะยุบสภาแห่งนี้ ผมเรียนท่านเลยนะครับ ผมรอเวลานั้นอยู่ ผมรอเวลาที่จะให้ คนไทยทั้งประเทศได้พิสูจน์ โดยส่วนตัวของผมเอง ประเทศไทยผืนแผ่นดินนี้ให้โอกาสผม ได้เกิดและเจริญเติบโต ผมอยากจะปิดท้ายว่าผมก็ไม่ต่างจากคนไทยทุกคนในประเทศนี้ ผมมีหน้าที่ต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดินเช่นเดียวกับทุกคน และนั่นคือเหตุผลที่ผมตัดสินใจ ทิ้งชีวิตภาคเอกชนที่แสนสะดวกสบาย รายได้แสนดีมาเป็นผู้ว่ารัฐวิสาหกิจกินเงินเดือน ต่ําต้อย แล้วก็มาเป็นรัฐมนตรีและทํางานการเมือง แล้วเป็น ส.ส.