พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ หารือเรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ และเรียกร้องให้กรมทหารตรวจสอบและอธิบายว่าเงินซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ไปอย่างไร และไม่ให้เพื่อนบ้านที่อยู่ในเขตทหารไม่ได้รับความสะดวกสบาย
ท่านประธาน ที่เคารพ พันตํารวจโท สมชาย พรรคเพื่อไทย โคราชครับ ท่านประธานครับ ทําความเข้าใจ นิดครับ เดี๋ยวจะเสียหายต่อเพื่อนทหารเพราะผมก็มีเพื่อนทหารหลายคน พี่ ๆ น้อง ๆ ก็รับราชการทหาร ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้มี ความรู้สึกที่ดีต่อกองทัพ ท่านไม่ได้ต่างจากผมหรอกครับ เรามีความรู้สึกที่ดี ๆ เหมือนกัน ผมก็อยู่พื้นที่ชายแดนมาเก่า ไม่อยากจะบอกว่าร่วมออกลาดตระเวน ร่วมออกตรวจตรา พร้อมกับพี่น้องทหารหลายคนครับ ผมอยู่จังหวัดอุบลราชธานี อยู่อําเภอเลิงนกทา สมัยเก่า ถามท่าน พลเอก ประวิตรครับ ขออนุญาตครับ มันรุนแรงไหมครับ เรากอดคอกันทํางาน ผมอยู่ในสมัยช่วงที่จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอน้ํายืน มีปัญหานะครับ ก็อยู่ไม่ไกลท่านตรงนั้น อําเภอวารินชําราบ ทหารเยอะแยะพี่น้องหมด ผมเรียนว่านี่คือความผูกพันที่มีต่อกัน ที่อยากจะเห็นอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ จัดซื้อแล้วมีคุณภาพมีประสิทธิภาพ วันนี้ท่านตอบในใจท่านได้ไหมครับว่าวันนี้ท่านคิดว่าสิ่งที่กําลังซื้อมันได้ประโยชน์สูงสุด จริงหรือไม่ ด้วยความเป็นธรรม ท่านบอกด้วยความเป็นธรรมที่ผมต่อสู้ตรงนี้ เรียกร้องตรงนี้ อภิปรายตรงนี้เพื่อประโยชน์ในกองทัพทั้งสิ้นเลย ผมไม่ได้มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อพี่น้องทหาร แม้แต่นิดเดียว เห็นใจด้วยซ้ําไปนะครับ เหนื่อยยากทุกข์ยากลําบากตรากตรํา ตกระกําลําบาก อดมื้อกินมื้อมาด้วยกันสมัยที่อยู่ในพื้นที่สู้รบครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่กําลังจะบอกว่าท่านไม่ต้องห่วงครับ ในความสํานึก ในความรับผิดชอบ ในความรัก ในความรู้สึกที่ดีต่อเพื่อนทหาร แต่มันดูไม่ได้ ดูไม่ออกนะครับท่านประธานว่าวันนี้สิ่งที่ กองทัพจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แต่ละครั้งมันเรื่องด่วน ๆ แล้วที่ได้มามันไม่เกิดประโยชน์ มันไม่ดี ท่านต้องท้วงติง ท่านต้องบอกก็ต้องอธิบายแสดงให้ท่านเห็น ท่านประธานครับ ท่าน พลเอก ประวิตรที่ท่านบอกว่าที่ผมพูด ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมพูดจริงครับ แต่ผมบอกว่า ไม่ใช่แค่ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน มันเริ่มต้นคือกองพลทหารม้า ๑ กองพล แน่นอนท่านต้องมีลําดับของมันอยู่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไล่ยาวไปสุด ถ้าเป็นกองพลมาตรฐาน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาอยู่ไหมท่านประธาน ผ่านไปทางท่าน พลเอก ประวิตรครับ แต่ท่านจัดกองทัพ กองพลทหารม้าให้มันสมบูรณ์ครับ ถ้าท่านจัด ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่อยู่ ท่านประธาน ผมเรียนว่านี่คือสิ่งที่ไม่ได้กังวล แต่ว่าสิ่งที่อยากจะบอกว่าวันนี้กําลังจะบอกว่า เงินรัฐบาลก็ไม่มี ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นอย่างไรครับวันนี้ เงินในท้องพระคลังเป็นอย่างไรครับ หารายได้เข้าประเทศนี่เป็นอย่างไรครับ เป็นหนี้เป็นสินพะรุงพะรังเยอะแยะไปหมด ท่านใจเย็น ๆ รออีกสักนิดได้ไหม สําคัญที่สุดคือการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หรือท่านจะตั้ง กองพลหรือพล.ม. อะไรก็สุดแล้วแต่ มันต้องดูครับภัยคุกคาม ภัยคุกคามที่จะเกิดอีก ๑๐ ปีข้างหน้ามันมีกองทัพที่จะรบเป็นกองทัพอย่างนี้ไหม อย่างดี ๆ แค่กรมเดียว ที่เขมรกับไทย กรมเดียวเอาอยู่แล้วนะครับ สนับสนุนนิดหน่อย มันเป็นกองทัพมันไม่มี เพราะฉะนั้นผมถึง บอกว่ามันสิ้นเปลืองท่านประธาน วันนี้มันยังไม่พร้อม เงินเรายังไม่มี ใช่ไหมครับ ท่านประธาน สิ่งที่ผมบอกว่าวันนี้เมื่อประเทศเรายังยากจนอยู่ รายได้ยังไม่มีจะทําอะไร ชะลอนิดหนึ่งท่านไม่ต้องกลัวหรอกครับ ถ้าผมไปเป็นรัฐบาลเราก็จัดให้ แต่เรียนว่าที่ผ่านมาผม ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับเพื่อที่จะให้ได้รับทราบครับ ที่ผ่านมานี่เราคํานึงถึง ความยากจนของประเทศ ของพี่น้องคนในชาติ เห็นไหมครับที่ดินทํากินยังไม่มีเลย แล้วนี่ ที่ทหารที่ผมบอก ๕๖,๐๐๐ ไร่ เห็นไหมครับยังไม่คืนให้เลย ตกลงว่าจะคืนแต่ไม่ไปรังวัดจัด ที่ดินให้เอกสารสิทธิมอบที่เช่าให้ บางพื้นที่หมู่บ้านนี่อยู่ในเขตทหาร ทุกหมู่บ้าน ๔๐ หมู่บ้าน มีหมด บ้านซับหินแก้วมันไม่มีเป็นเพราะอะไรละ ทําไมท่านไม่ให้ด้วยความเมตตากรุณาให้ ชาวบ้านเขา ๕๐ ปีแล้วไม่มีไฟฟ้าใช้ นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่า ณ วันนี้ทหารต้องทําให้ประชาชน รักสภา ไม่ใช่อืดอาด ๆ ก็ทบเต้าปึงปัง ๆ ไม่ได้ ภาคใต้เช่นเดียวกันพี่น้อง ส.ส. นี่ออกมา แสดงความคิดความเห็น เพราะว่าเขาห่วงใยภาคใต้แก้ปัญหาไม่ได้ ท่านก็ออกมาแสดงตัว แสดงตนซึ่งผมไม่ได้ว่าท่าน แต่นี่คือสิ่งที่มันดูแล้วว่ามันไม่ใช่ ผู้แทนราษฎรก็ต้องแสดง ความคิดความเห็นว่าเวลานี้เขาเดือดร้อนเรื่องอะไร ชาวบ้านเดือดร้อนเรื่องอะไร ฆ่ากันตาย ทุกวัน ยิงกันตายทุกวัน เดี๋ยวระเบิดโน่นระเบิดนี่จะให้เขาเฉย ๆ ได้อย่างไร เห็นไหมครับ นี่คือความรับผิดชอบก็แสดงว่าพวกนี้ไม่รักกองทัพสิ ส.ส. ในซีกพรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่รักกองทัพหรือ ไม่รู้จักที่จะอะไร เข้าใจกองทัพหรือ ไม่ใช่ครับ มองแยกกันให้ออกครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมบอก ในสมัยผมเป็นรัฐบาล ท่านประธาน ครับ ดูนะครับปี ๒๕๔๔ ๗๗,๑๙๔ ล้านบาท กระทรวงกลาโหม ในสมัยปี ๒๕๔๕ เราเป็นรัฐบาลอีก ๗๗,๒๑๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๔๖ เราจัดเก็บ ๙,๙๒๓ ล้านบาท ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาททั้งนั้นนะครับ ปี ๒๕๔๗ ๗๘,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๔๘ จัด ๘๑,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๔๙ จัด ๘๕,๐๐๐ ล้านบาท พอมาสมัยท่านสุรยุทธ์ท่านจัดขึ้นมา ๑๑๕,๐๒๔๐ ล้านบาทเศษ ๆ แล้วก็มาจัดอีก ๑๔๓,๕๑๘ ล้านบาท แล้วในสมัยท่านนะครับ ไม่ได้ว่าครับ แต่ให้มันเกิดประโยชน์ประสิทธิภาพ แต่ต้องการให้พี่น้องประชาชนเห็นครับ ในสมัยท่าน ปี ๒๕๕๒ ครับ ท่านจัดงบประมาณ ๑๗,๑๕๗ ล้านบาทเศษ ๆ ปี ๒๕๕๓ จัดงบประมาณ ทั้งหมด ๑๕๔,๐๓๒ ล้านบาท แล้วในปี ๒๕๕๔ ๑๖๘,๕๐๑ ล้านบาท แล้วมันจะเหมือนกัน ได้อย่างไรครับที่ท่านบอกว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพท่านบอกว่าเหมือนฉัน ยู (You) ก็จัดให้ทหารอย่างนี้เหมือนกัน ก็จัดได้ครับ จัดได้แต่ต้องดูสถานะประเทศ ดูภัยคุกคาม วันนี้ภัยคุกคามมันมีอะไรบ้างอย่างดี ๆ ก็ทางประเทศกัมพูชาที่เราไปกังวลกันหน่อย ประเทศพม่าก็มีนิดหน่อย เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ต้องบอกว่าท่านอยากจะจัดอะไรก็จัดไป แต่ว่าวันนี้ต้องคํานึงถึงภัยคุกคาม คํานึงถึงประโยชน์ประเทศ คํานึงถึงภาษีอากรที่พี่น้อง ประชาชนเสีย แล้วนั่นคือสิ่งที่ผมบอกว่า ณ วันนี้เรามีความคิดเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่อยากจะ บอกว่าเรามีความรักในกองทัพ เรามีความรักในกองทัพ ไม่ใช่เราไม่รัก เราเป็นห่วงเป็นใย ส่วนท่านมาบอกว่างบประมาณที่จัดเรื่องรถยนต์ ๑,๔๘๔ คัน เกิดขึ้นในสมัยที่เราเป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ สัญญาลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ เราไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ประเดี๋ยว ท่านถามประธานคณะอนุกรรมาธิการได้ ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ท่านเป็นประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้จะชัดเจนครับไม่ได้ว่ากัน ใครจะจัดไม่ได้ว่า ท่านประธานครับ ไม่ได้แปลก เลยท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่สิ่งที่บอกว่า ณ วันนี้คุณภาพมันไม่ได้ เราอยากให้ทหารใช้ ของที่ดีอย่างนี้ผมผิดหรือเปล่า อย่างนี้ผมมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อทหารหรือครับ ผมมีความรู้สึก ที่ดีต่อทหารสิครับผมถึงออกมาบอกอย่างนี้ครับว่าวันนี้อย่าไปจัดอย่างนี้เลย ซื้อมาทั้งคัน ก็ไปซื้อมาทั้งคันนะครับไม่ใช่ไปเข้าข้างผู้ขายอย่างเดียวอย่างนี้ รักษาประโยชน์ของกองทัพ เป็นหลัก ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยอย่างนี้หรือว่าไม่เอาใจใส่อย่างนี้นะครับ ไล่กันมาตั้งแต่ ข้างบนยันท้ายเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับ ด้วยความเคารพผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประวิตร ว่าสิ่งที่กําลังพูดวันนี้นี่คือสิ่งที่มันเป็น ข้อบกพร่อง นโยบายของท่านดูดีมาก แต่ถึงเวลาจริง ๆ แล้วมันเวิร์ค (Work) ไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ท่านไม่ได้ติดตาม ไม่ได้ใกล้ชิด ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ แม้กระทั่งตรงนี้ ถึงอย่างไรก็ตามสรุปว่า เอาละครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนไว้เท่านี้ก็ไม่อยากจะไปพูดอะไรมาก เพราะเพื่อนผู้แทนก็รออยู่อีกหลายเรื่อง หลายกระทรวง ก็เรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ