ธีระ วงศ์สมุทร ชี้แจงงบประมาณที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยระบุว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 51,000 ล้านบาทเศษในปีที่ผ่านมา และจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 1,500 ล้านบาทเศษเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาในเรื่องของอุทกภัยและภัยแล้ง และเสนอกรอบแผนพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยมี 4 ประการ คือ เพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาแหล่งน้ำ สร้างโครงข่าย และบรรเทาสาธารณภัย และแบ่งแผนออกเป็น 3 ระยะ เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 26,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มพื้นที่ชลประทานประมาณ 34 ล้านไร่ และแจ้งว่ากรมชลประทานได้วางแผนการดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา โดยใช้งบประมาณปกติและงบประมาณเพิ่มเติม แต่อาจจะมีบางโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้มาร่วมชี้แจงตอบกระทู้ถาม ผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อประเด็นว่างบประมาณในปีที่ผ่านมารัฐบาล ได้ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและปัญหาภัยแล้งไปจํานวนมากน้อยไปแค่ไหน อย่างไร ผมขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นในภารกิจของ กรมชลประทาน งบประมาณที่ใช้ดําเนินการในการแก้ไขในเรื่องของทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ในภาพรวมทั้งประเทศนั้นก็มีการดําเนินการหลายกิจกรรมด้วยกัน ไม่ว่ากิจกรรมในการ จัดหาแหล่งน้ําและเพิ่มพื้นที่ชลประทานและการบริหารจัดการน้ํา ตลอดจนการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยทางน้ํา ซึ่งงบประมาณในปีที่ผ่านมานี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๕๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งก็แยกเป็นงบปกติในการดําเนินการประมาณ ๑๒,๗๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็ใช้งบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ อีกประมาณ ๓๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ นอกจากนั้นแล้วในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรที่ประสบในเรื่องของ ปัญหาทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ทั้งด้านพืช ด้านประมง ด้านปศุสัตว์ ในปีที่ผ่านมาได้ใช้ งบประมาณไปทั้งสิ้น ๑,๕๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือในเรื่องของอุทกภัยและ ภัยแล้ง แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ใช้ไปในปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาก็ไม่เพียงพอ ก็ได้มาขอ จัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ด้วย
สําหรับในกรณีของจังหวัดชัยภูมินั้น ก็มีดําเนินการในกิจกรรมตามที่ผมได้ กราบเรียนมาตั้งแต่ต้นสักครู่นะครับ ทั้งการจัดหาแหล่งน้ําเพิ่มเติม การเพิ่มพื้นที่ชลประทาน การจัดการน้ํา ตลอดจนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นในปีที่ ผ่านมา ๑,๓๓๒ ล้านบาทเศษ สําหรับการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ประสบปัญหาในเรื่อง ของภัยแล้งในจังหวัดชัยภูมินี้ได้ใช้ไปทั้งสิ้น ๑๕ ล้านบาทเศษในปีที่ผ่านมา
ต่อประเด็นคําถามที่ ๒ ว่าในการวางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวระยะยาว หรือไม่ อย่างไร ในภาพรวมทั้งประเทศ ผมขออนุญาตว่าในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งในเรื่องของน้ํานั้น ในส่วนของกรมชลประทานนั้นเราก็ได้ดําเนินการจัดทํายุทธศาสตร์ในการบริหาร การพัฒนา และการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งได้กําหนดเป้าหมายทั้งประเทศนี้เอาไว้ชัดเจนในการดําเนินงาน ซึ่งในการแก้ไขปัญหานี้เรามองทั้งมาตรการที่ใช้สิ่งก่อสร้าง และมาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง มาในการบริหารจัดการ มาตรการที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้างในการบริหาร เช่น ในเรื่องของ ปรับรูปแบบในการบริหารจัดการน้ําในอ่างเก็บน้ํา ตลอดการใช้ระบบโทรมาตรเพื่อใช้ในการ ติดตามสถานการณ์และระบบความปลอดภัยของเขื่อนนะครับ ส่วนมาตรการที่ใช้ ในสิ่งก่อสร้างนั้น เน้นการพัฒนาการโครงการการใช้น้ําในลุ่มน้ําเป็นสําคัญ ถัดไปก็ถึงจะ ผันน้ําข้ามลุ่มน้ํานะครับ กรอบพัฒนาวางไว้ ๔ ประการ คือการเพิ่มประสิทธิภาพ อันได้แก่ มองโครงการที่สร้างไว้แล้ว ก็คือเหลียวหลังไปดูโครงการที่สร้างไว้แล้วที่มีอายุใช้งาน ตลอดจนพัฒนาชลประทานในระดับไร่นา แล้วก็สร้างสถานีสูบน้ํา แล้วก็ระบบส่งน้ํา ในการ พัฒนาแหล่งน้ําก็คือสร้างอ่างเก็บน้ํา ประตูระบายน้ํา ฝาย แล้วก็ในเรื่องของการเพิ่ม ศักยภาพก็คือทําโครงข่าย ในเรื่องของบรรเทาสาธารณภัยก็คือจัดทําระบบการระบายน้ําต่าง ๆ นี่คือกรอบที่วางไว้ทั้งหมดที่จะดําเนินการ เมื่อทําทั้งหมดในภาพรวมทั้งประเทศที่วาง เอาไว้นะครับ ซึ่งเราจะดําเนินการแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือในระยะแรก ปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๕ ระยะกลาง ปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๖๐ ระยะยาว หมายความว่าเราเริ่มทําตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นโครงการ ถ้าเราสามารถดําเนินการตามกรอบแผนพัฒนา ดังกล่าวที่ผมได้กราบเรียนไปสักครู่นั้นนะครับ เราจะมีปริมาณเก็บกักเพิ่มขึ้นประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานขึ้นอีกประมาณ ๓๔ ล้านไร่ โดยสรุปประเทศไทยเมื่อเรามองศักยภาพทั้งหมดแล้วนะครับ เราจะมีแหล่งน้ํากักเก็บได้ ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ ๑๕๒ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ําท่า แล้วก็มีพื้นที่ชลประทานทั้งสิ้น ๖๒ ล้านไร่ นี่คือกรอบที่เราวางเอาไว้ทั้งหมด ในระดับประเทศนะครับ
สําหรับแนวทางที่จะดําเนินการในจังหวัดชัยภูมินั้นก็เช่นเดียวกันครับ ในการ จัดทําแผนอันนี้ทําให้เห็นทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําว่าจะดําเนินการอย่างไร ซึ่งเป็นรายละเอียดค่อนข้าง ที่จะเยอะ เดี๋ยวผมจะมอบเอกสารที่เป็นเล่มที่กรมชลประทานได้จัดทําไว้ให้กับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเพื่อที่จะได้ไปติดตามดูต่อไปนะครับ
สําหรับในประเด็นคําถามสุดท้ายที่เกี่ยวกับการดําเนินการความเสียหาย ที่เกิดขึ้นว่าจะสามารถดําเนินการทันในปี ๒๕๕๔ หรือไม่ อย่างไรนั้น ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าในเรื่องของการเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้กรมชลประทานก็ได้จัดการดําเนินการ วางแผนที่จะทําไว้ทั้งใช้งบประมาณปกติและทั้งงบประมาณที่เราตั้งงบประมาณเพิ่มเติม กลางปีงบประมาณเพื่อดําเนินการซ่อมแซมบํารุงรักษาต่อไป แต่ขอกราบเรียนตรงไปตรงมา ว่าอาจจะมีบางโครงการที่ไม่สามารถดําเนินการได้ทันทั้งหมด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ได้จัด ความสําคัญตามความชํารุดเสียหายว่าจะสามารถดําเนินการ ซึ่งบางโครงการก็จําเป็นจะต้อง ไปรอซ่อมแซมในปีต่อไป ขออนุญาตกราบเรียนในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเพื่อโปรดทราบครับท่านประธาน