สนั่น ขจรประศาสน์ อธิบายกลไกการใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยโดยการจัดตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของงบประมาณที่จังหวัดต่างๆ ขอความช่วยเหลือ และยืนยันว่ารัฐบาลได้ดำเนินการจ่ายงบประมาณช่วยเหลืออย่างทั่วถึงตามขั้นตอนแล้ว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบ กระทู้ถามของคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่นต้อง ขอบพระคุณคุณสุนทรีที่ได้เอาใจใส่ต่อพี่น้องประชาชน และเอาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดชัยภูมิและภาพรวมของประเทศได้มาถามต่อรัฐบาล ผมได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้กํากับดูแลในเรื่องของภัยแล้งและอุทกภัยทั่วทั้งประเทศ ฉะนั้นคําถามที่คุณสุนทรีได้พูดมาทั้งหมดนั้นผมขอเรียนตอบกระทู้ถามดังต่อไปนี้
ประเด็นแรก กระผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้กํากับดูแล ภัยแล้งและอุทกภัยของประเทศในปี ๒๕๕๓ ขอกราบเรียนว่าปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นทุกปี มีทั้งภัยแล้ง หลังจากภัยแล้งก็เป็นน้ําท่วม เป็นอย่างนี้ทุกปีทุกสมัย ตั้งแต่ผมได้เข้ามาเล่น การเมืองก็เกิดอย่างนี้ตลอด เพราะว่าปัญหาสําคัญก็คือแหล่งเก็บน้ํา ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนเก็บน้ําขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือว่าจะเป็นแก้มลิงที่เราได้ดําเนินการสร้างขึ้นมา ทั่วประเทศยังไม่เพียงพอ ก็เนื่องจากปัญหาหลายประเด็น หลายปัจจัยที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การคัดค้านการสร้างเขื่อนก็ดี คัดค้านการสร้างแก้มลิงก็ดี เป็นปัจจัยที่ทําให้รัฐบาลนี้ ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ทันที เพราะว่าจะต้องได้รับความเห็นหรือทําประชาวิจารณ์ จากพี่น้องประชาชนด้วย นั่นก็เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เรื่องงบประมาณแผ่นดินที่เราไม่สามารถจะทําอะไรได้ทันที ทั่วทั้งประเทศได้ ฉะนั้นปัญหาเหล่านี้จึงเกิดขึ้นเป็นประจําทุกปี นี่ก็เข้ามาฤดูนี้ก็เกิดภัยแล้ง อีกแล้ว ประกาศภัยแล้งไปหลายจังหวัดแล้ว ก็ดีที่ว่าฝนก็ยังตกมาบ้างนอกฤดูกาล ก็เรียนว่า ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดมาทุกยุค ทุกสมัย ทุกรัฐบาล ฉะนั้นทุกรัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน ในปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาการใช้งบประมาณแผ่นดินนั้น ในทางแก้ไขทั้งภัยแล้ง ทั้งน้ําท่วมนั้น แล้วก็อุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่เกิดรุนแรง มากที่โคราชก็ดี จังหวัดชัยภูมิก็ดี แล้วก็วาตภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ก็ดี รัฐบาลก็ได้ตั้ง คณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธาน ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งคุณสุนทรีก็ได้ตั้งกระทู้ถามท่านสาทิตย์ไปแล้ว อันนั้นก็เป็น ประเด็นเฉพาะหน้า แต่ว่าทั่วไปผมก็เป็นผู้รับผิดชอบ ผมก็ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดที่ ๑ ก็คือคณะกรรมการกลั่นกรองแผนและโครงการ ซึ่งมีท่านผู้อํานวยการสํานัก งบประมาณเป็นประธาน เพราะว่างบประมาณต่าง ๆ นี้ก็เกี่ยวข้องท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จําเป็นที่จะต้องให้สํานักงบประมาณนี้ ได้ตรวจสอบงบประมาณที่จะจ่ายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ก็ตั้งท่านเป็นประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการชุดที่ ๒ ก็ให้เป็นอนุกรรมการติดตามผลการปฏิบัติงานการใช้งบประมาณ ที่ได้อนุมัติไป ตามที่กระทรวงมหาดไทยหรือว่ากระทรวงมหาดไทยก็จะไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ ส่วนกรรมการจังหวัดนั้นจะเป็นผู้รายงานขึ้นมาว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดชัยภูมินี้ มีอะไรบ้าง ตําบลไหนบ้าง มีความเสียหายอย่างไร ต้องการงบประมาณเท่าไร ก็กลั่นกรองมา จากจังหวัด แล้วก็ส่งมาให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยก็ส่งมาให้คณะกรรมการ ซึ่งผมเป็นประธาน ผมก็ส่งงบประมาณที่ความเดือดร้อนที่จังหวัดทุกจังหวัดขอมาไปให้กับ ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ประธานอนุกรรมการ ได้พิจารณารายละเอียดว่าถูกต้อง ตรงกับที่ขอมา จริงหรือไม่ แล้วก็คณะอนุกรรมการชุดที่ ๒ ก็มีหัวหน้าท่านผู้ตรวจราชการ เป็นประธาน เพื่อที่จะได้ไปตรวจ ออกไปตรวจว่าการใช้งบประมาณนั้นดําเนินการ ไปช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยหรือภัยแล้งนี่ว่าถูกต้องตามนั้นหรือไม่ ๒ คณะผู้ตรวจนี้ ก็จะไปตรวจในการขอมา เสร็จแล้วก็จะมีคณะกรรมการซึ่งผมเป็นประธานมาพิจารณา อีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นก็เรียนว่าในคณะกรรมการชุดผมนี่ก็มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธาน แล้วก็มีทุกกระทรวง ทบวง กรม มาเป็นคณะกรรมการด้วย ฉะนั้นการใช้งบประมาณต่าง ๆ ก็ได้ถูกกลั่นกรองไปแล้ว อย่างเช่น ปี ๒๕๕๓ นี่จังหวัดต่าง ๆ ได้ขอความช่วยเหลือมาทั้งหมดจํานวน ๘ จังหวัดด้วยกัน มีจังหวัดชัยภูมิอยู่ด้วย ๘ จังหวัด เช่น จังหวัดตาก ขออนุญาตท่านประธาน ผมขออนุญาต อ่านนะครับ จังหวัดตาก จังหวัดเชียงราย จังหวัดลําปาง จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดลําพูน จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดยโสธร ก็ของบภัยแล้งมาทั้งหมดนี่ ขอมาเป็น ๔ งวด จํานวนเงินทั้งหมด ครั้งที่ ๑ ขอมาเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๓ เป็นจํานวนเงิน ๑,๔๓๙ ล้านบาทเศษ ก็ได้มีการพิจารณาแล้วก็จ่ายไปงวดที่ ๑ ขอมา ๓,๙๗๖ ล้านบาท สํานักงบประมาณพิจารณาแล้วก็จ่ายไป ๖๙๐ ล้านบาทเศษ ครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนกันยายน ขอมา ๒,๐๖๐ ล้านบาทเศษ สํานักงบประมาณพิจารณาแล้วก็จ่ายไป ๖๕๖ ล้านบาท ครั้งที่ ๓ เมื่อเดือนกันยายน ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓ ขอมา ๙๓ ล้านบาท จ่ายไป ๙๓ ล้านบาท อันนี้ก็มีจังหวัดชัยภูมิอยู่ด้วย ครั้งที่ ๔ เมื่อเดือนกันยายนอีก วันที่ ๒๒ กันยายน ขอมา ๙๙๑ ล้านบาท ก็จ่ายไป ๙๒๔ ล้านบาท รวมทั้งหมดในปี ๒๕๕๓ นี้ก็ได้จ่ายชดเชย ไปทั้งหมด แล้วก็มีท่านเจริญ กรรมาธิการ ได้สอบถามไปว่าจังหวัดบางจังหวัดได้ไปรวมอยู่ที่ จังหวัดเดียว ก็เรียนว่าได้ตั้งกรรมการตรวจสอบ แล้วก็ดูข้อเท็จจริง วันนี้ก็ยังไม่ได้จ่ายนะครับ ก็ให้กระทรวงมหาดไทยไปเช็กกับผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งหมดนี้ ก็เรียนว่าทางรัฐบาลก็ได้ดําเนินการมาแก้ไขปัญหาให้ทั้งหมดนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจเลย ในส่วน เมื่อเดือนตุลาคม ที่ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านเป็นประธานนั้นก็คงได้ตอบ คุณสุนทรีไปแล้ว อันนี้ก็เป็นเฉพาะกิจซึ่งเกิดขึ้นมาก ทั้งวาตภัยทางภาคใต้ด้วย เพราะฉะนั้น ในรายละเอียดต่าง ๆ นี้เดี๋ยวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ เกษตรและสหกรณ์ท่านได้ตอบ กระทรวงมหาดไทยก็จะได้ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านได้ตอบ ส่วนท่านรัฐมนตรีสาทิตย์มาแล้ว อันนี้เป็นงบใหญ่เลย งบเฉพาะกิจนี้ก็จะขอให้ท่านได้ตอบชี้แจงคุณสุนทรีด้วย ก็จะได้รวมทั้งหมดให้เกิดความ เข้าใจที่ดีต่อกันนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน