ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องเศรษฐกิจและผลผลิตของประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มที่หายไปจากตลาด และให้ความสนใจกับผลผลิตน้ำตาล
ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย นะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมไปดูรายงานแสดงผลการดําเนินงานของคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ รูปเล่มดูดี ฝ่ายที่อยู่ด้านซ้ายก็บอกว่าดี ฝ่ายด้านนี้ฝ่ายด้านผมก็บอกว่า ผลงานไม่ค่อยดี ทีนี้เราต้องเอาตัวกลางมาดูครับท่านประธาน ผมไปดูสวนดุสิตโพล ซึ่งเขาทํา ไว้เมื่อวันที่ ๑๐-๑๔ ธันวาคมที่ผ่านมานี้ มีจํานวนที่สํารวจไว้ ๑,๔๔๘ ราย ประชาชนสํารวจดู ว่าคะแนนพึงพอใจของประชาชนต่อรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์มีเท่าไร ในปีนี้พบว่ามี ๓.๘๒ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน คะแนนดังกล่าวลดลงจากการสํารวจเมื่อตอนที่เป็น รัฐบาลทํางานมาครบ ๑ ปี ลดลง ๐.๐๕ คะแนน เพื่อนสมาชิกหลายคนบอกว่าประชาชน พึงพอใจมาก ผมก็เลยงง ๆ ว่าโพลตัวนี้ไม่เหมือนกันหรืออย่างไร ท่านประธานครับ ไปสํารวจเฉพาะ นายกรัฐมนตรีก็คิดว่าน่าจะขึ้นนะครับ ในความเห็นของผม เพราะว่าเพื่อนสมาชิกด้านซ้าย เขาเชียร์กันเหลือเกิน ปรากฏว่าก็ลดอีกครับท่านประธาน เหลือ ๔.๔๔ คะแนน จาก ๑๐ คะแนนนะครับ ลดลงจากปีที่แล้ว ๐.๒๖ คะแนน ลดลงมากกว่าเดิมอีก ท่านประธาน ผมก็เลยงง ๆ ครับ ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร แต่นี่มันเป็นโพลนะครับ เป็นผลสํารวจของประชาชนซึ่งเขาบอกเอามาจากทั้งประเทศ แต่ผมเชื่อว่าน่าจะอยู่ ในส่วนกรุงเทพมหานครมากกว่าใคร ก็ไม่เข้าใจครับว่าผลการสํารวจออกมาอย่างนี้ แต่ว่าเพื่อนสมาชิกก็เอามาพูดกันจนเราก็งง รายการผลสํารวจนี้ผมอยากเรียนว่าเรามาเปรียบเทียบดูเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ วันนี้เนื่องจากเวลาจํากัดนะครับผมคงพูดได้บางประเด็น เศรษฐกิจเป็นอย่างไรครับ ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีท่านกลับหรือยัง ผมก็อยากถามท่านเรื่องนโยบายไข่ชั่งเป็นกิโลกรัม ท่านเคยถามภรรยาท่านไหมว่าเคยซื้อไข่เป็นกิโลกรัมไหม ผมถามภรรยาผม เขาไม่เคยซื้อ ผมอยากเรียนว่านโยบายไข่ ผมดูแล้วนะครับ ผมไปถามประชาชนในภาคอีสาน อาทิตย์ที่แล้วผมออกไป ๔๐-๕๐ บ้าน ไม่เคยมีใครซื้อไข่เป็นกิโลกรัมเลย แล้วคนส่วนใหญ ตอนนี้เขาไม่ค่อยเห็นด้วย เขาบอกว่าถ้ามีเงิน ๑๐ บาทแล้วเขาจะซื้อไข่กินได้หรือ ต้องเป็นกิโลกรัมอย่างนี้ ถ้ามีเงิน ๑๐ บาทก็ไม่ต้องกินไข่ แล้วไข่แตกใครจะรับผิดชอบครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบไหมกับไข่แตก เถียงกันอีกครับ ระหว่างคนชั่งกับคนขาย คนซื้อ คนขายเถียงกันไม่จบ พอมาดูเรื่องน้ํามันปาล์ม น้ํามันพืช ผมสะท้อนใจมาก ท่านประธาน ประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๓ ประเทศที่ปลูกปาล์มนี่มากที่สุด มีการส่งเสริม มีการบอกว่าใครปลูกแล้วประชาชนจะมีน้ํามันพืชใช้ตลอดไม่มีทางขาดแคลน ท่านประธานครับ ไปดูสต็อกทั้งหลาย ดูเขาทําครับ วันนี้คงไม่พูดรายละเอียด ปรากฏว่ามีพ่อค้าบางคนหัวใส ทําจนมีการส่งออก ทั้ง ๆ ที่ผลผลิตลดลง เกิดอุทกภัยเกิดอะไรแต่มีการส่งออกตลอด ในปี ๒๕๕๓ จนมาถึงหยุดการส่งออกเดือนตุลาคม ส่งไปทําไมผมไม่เข้าใจ แล้วรัฐบาล ก็สนับสนุนเรื่องพลังงานไบโอดีเซลเอาน้ํามันปาล์มไปใช้อีก ๖๐,๐๐๐ กว่าตัน พ่อค้าก็เลย หัวใสขึ้นท่านประธาน มีคอลัมนิสต์ (Columnist) เขาบอกเลยนะครับท่านประธานครับ ที่มันมีวิกฤตินี้นอกจากประมาณการผิดพลาดแล้ว มันยังเกิดการทุจริต ทุจริตน้ํามันปาล์ม พูดง่าย ๆ สร้างอะไรต่ออะไรจนที่สุดเขาสรุปมาว่ามีคนได้หัวคิวตันละ ๑๐ เหรียญสหรัฐ นี่จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเขาเขียนชัดเจน จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนะครับ เขากินกัน ๓ เด้งเลย ไม่ใช่กินเฉพาะเด้งเดียว ยังมีส่วนต่างของประมาณ ๘๐ เหรียญต่อตัน ในการที่จะจัดการเรื่อง นี้ แล้วยังมีส่วนต่างเป็นลิตรอีก ลิตรละ ๑ บาท ผมถึงไม่แปลกใจว่าทําไมมันพืชมันหายไป จากตลาด ผมเคยบอกรัฐบาลว่าความจริงถ้าผมมีอํานาจผมจะทําเอง ท่านนายกรัฐมนตรีลอง ไปบุกจับสัก ๒-๓ บริษัทสิครับ บุกจับเลย ผมว่าไม่ต้องให้ท่านเนวินออกมาประกาศจะตัด อวัยวะเพศ ไม่ต้องเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจ แค่ว่าจะตัดอวัยวะเพศ น้ํามันพืชมันออกมา จากไหนเต็มไปหมดเลย ท่านประธานครับ ผมดูแล้วแปลกใจครับมันไปเกี่ยวอะไรกับน้ํามันพืช ผมโยงไม่ได้ครับ เรื่องนี้ผมโยงไม่ถึง โยงอย่างไรก็โยงไม่ถึงผมแปลไม่ออกนะครับที่เขาพูดกัน ผมอยากเรียนว่าวันนี้ผมยังมีความกังวลใจว่าเศรษฐกิจของเราที่ว่าดีแล้ว ได้ข่าวว่าตอนนี้ ตลาดโลกน้ําตาลมันขาดนะครับ ให้คนไทยกินน้ําตาลถูกกว่าต่างประเทศกิโลกรัมละหลายบาท ผมอยากฝากถึงรัฐบาลว่าอย่าให้น้ําตาลมันขาดอีกนะครับ ถ้าน้ําตาลขาดผมว่าความพึงพอใจ ต่อรัฐบาลชุดนี้มันไปกันใหญ่นะครับ ถ้าน้ําตาลขาด ต่อไปอาจจะเป็นน้ําปลานะครับ น้ําปลาขาดอีกทําอย่างไร ให้กินเกลือ แทนหรือครับ ผมดูแล้วนโยบายรัฐบาล แถลงนโยบาย แถลงผลงานนี้ผมดูแล้วกังวลใจ ทีนี้มาพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องต่างประเทศ ท่านประธานครับ เรื่องต่างประเทศนี่ยิ่งไปอ่าน แนวนโยบาย มาตรา ๘๒ รัฐบาลต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับนานาประเทศ และพึงถือหลักในการปฏิบัติกันอย่างเสมอภาค ท่านประธานครับ นโยบายนี้เป็นอย่างไรครับ นโยบายต่างประเทศทุกคนบอกนายกรัฐมนตรีตลอดว่าน่าจะมีการปรับ ครม. เอาท่านกษิตไปอยู่ในที่เหมาะสม ท่านอยู่กระทรวงการต่างประเทศนี้ไม่รู้เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม ผมสงสารดวงวิญญาณท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านเปลี่ยน สนามรบให้เป็นตลาดการค้า พอมาถึงรัฐบาลพวกผม ท่านทักษิณ ชินวัตร เปลี่ยนจาก ตลาดการค้าเล็ก ๆ ให้เป็นตลาดอาเซียน ค้าขายระหว่างทวีป ค้าขายกันปีหนึ่งหลายหมื่น หลายแสนล้านบาท แต่ปรากฏว่าเป็นอย่างไรครับท่านประธาน พอมาถึงรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ตลาดการค้าที่ใหญ่โตมโหฬารท่านเปลี่ยนเป็นสนามเด็กเล่น เล่นลิ้นครับท่านประธาน ว่าคนนั้นที ว่าคนนี้ที เหมือนทางกลุ่มเสื้อแดงเขาบอกว่าคุณกษิตนี่ แปลคําว่า กุ๊ย นี่แปลว่า หัวใจสิงห์ วันนี้ท่านไม่อยู่ผมก็จะถามท่านว่าท่านแปลอย่างนั้นจริงหรือเปล่า กุ๊ยแปลว่า หัวใจสิงห์นี่ ฟังดูแล้วก็งงจริง ๆ ไม่ทราบท่านอยู่ไหมครับ ท่านแปลอย่างนั้นจริง ๆ หรือไม่ นายกรัฐมนตรีเราก็ไปพูด บางครั้งบอกทําไมไม่ปล่อยอองซานซูจี ไม่รู้คําพูดใคร เดี๋ยวเขา ก็จะถามว่าทําไมนายกรัฐมนตรีท่านไม่ปล่อยท่านทักษิณ เดี๋ยวเขาย้อนกลับมาสักวัน วันนี้ตลาดการค้าระหว่างประเทศมันกําลังจะกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศ หลายเรื่องครับ ไม่ว่าจะวิคเตอร์ บูท (Viktor Bout) ผมเคยถามคนที่มีความรู้ สมมุติว่า มันพลัดหลงเข้ามา มันเอาอาวุธ ถ้าเกิดเครื่องบินมาจอดเมืองไทย เขาบอกว่าต้องเนรเทศ อย่างเดียว เพราะไม่รู้ว่ามันของใคร อันนี้เราไปจับติดคุก ผมดูแล้วสัมพันธ์ไมตรีระหว่างไทย กับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นพันธมิตรกัน ค้าขายกันมา เช่น ประเทศโซเวียต ประเทศรัสเซีย เราไม่คิดเลยหรือครับ เราเลือกข้างไม่ได้นะครับ นโยบายการต่างประเทศถ้าเราเลือกข้าง เมื่อไรประเทศอยู่ไม่ได้ครับ ประเทศไทยไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นนะครับ การก่อการร้าย การทําอะไร ประเทศเราไม่มีศักยภาพจะไปปราบเขาได้หรอกครับ ถ้ามันเกิดเหตุการณ์จริง ๆ นี่ น่ากลัวนะครับท่านประธาน มันจะทําให้ทางภาคใต้ ภาคไหน ๆ นี่ผมยังสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่ามันเกิดเหตุอะไรขึ้น ตอนนี้มีคาร์บอมบ์ครับ ภาคใต้มีคาร์บอมบ์ บอมบ์ (Bomb) แล้ว บอมบ์อีก มันเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศหรือเปล่า ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ มาพูดถึงเรื่องด้านสาธารณสุขสั้น ๆ ครับ อยากเรียนนะครับว่านโยบายด้านสาธารณสุข เมื่อกี้ฟังท่านรัฐมนตรีจุรินทร์บอกท่านเป็นคนรักษาฟรี ไม่ใช่ครับ หลังจาก ๓๐ บาท รักษาทุกโรค คนที่ไม่เก็บเงินเลยคือท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีที่มาจากการปฏิวัติ นะครับ เขาไม่เก็บเงินครับ เริ่มจากโน้นครับ ไม่ใช่เริ่มจากรัฐบาลท่าน ความจริงการเก็บ ๓๐ บาทนี้ ผมอยากเรียนท่านประธานครับ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากกลับไปเก็บ เพราะว่า จะเป็นการกัน ๓๐ บาทนี้จะกันไม่ให้คนที่บางทีไม่ป่วยจริง ปวดหัวเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาไปซื้อ ยากินของเขาเองได้ แต่พอไม่มี ๓๐ บาท ผ่านอนามัยเมื่อไรก็แวะทุกที เอายาไปเผื่อไว้ มันทําให้สิ้นเปลือง งบประมาณในการซื้อยามากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ไปดูได้เลยครับ ผมเป็นประธาน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข คนไปใช้บริการมากเกินความจําเป็น ๓๐ บาทนี้ มันจะกั้นไม่ให้คนที่เอายาไปเก็บไว้หน่อย เรื่องนี้สําคัญครับ เอายาไปเก็บไว้หน่อย ถ้าเกิดเป็นร้อยคน เป็นแสนคน เป็นหมื่นคน งบประมาณที่ต้องใช้ไปนี้สิ้นเปลืองมากมาย แล้วก็อยากเรียนครับว่าท่านก็บอกว่าทําให้มันดีขึ้น ได้จ่ายเงินเพิ่มเป็น ๒,๕๐๒ บาทต่อคน ท่านประธานทราบไหมครับ รัฐบาลท่านทักษิณใช้เงินต่อหัวแค่ ๑,๒๐๒ บาท เขาก็ทํากันมา เขาก็ปรับปรุงขึ้นมาเรื่อย ๆ เขาบอกว่าตอนนี้ทําให้บริหารโรงพยาบาลได้ดีมาก ท่านประธานครับ ตอนนี้โรงพยาบาลขาดทุนแบบเจ๊งครับ ๗๗ โรงพยาบาล ขาดทุน กําลังจะเจ๊งอีก ๒๒๗ โรงพยาบาล รวมแล้วตอนนี้อยู่ไม่ได้ครับ แต่ผมไม่เข้าใจรัฐบาลชุดนี้ครับ ท่านจุรินทร์เอาไป รพ.สต. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ทั้ง ๆ ที่โรงพยาบาลอําเภอยัง ไม่มีอีกเกือบ ๓๐ แห่ง ท่านเอาเงิน ๘,๐๐๐ ล้านบาทไปทําโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล หมอไม่มีครับ ผมไปดูแล้วครับ ผมไปตรวจมาประมาณ ๗–๘ จังหวัด ท่านประธานรู้ไหมครับ ใช้อนามัยเหมือนเดิม การบริการเหมือนเดิม เพียงแต่ไปซื้อเครื่องมือ เครื่องอะไรก็ไม่ทราบ ทั้ง ๆ ที่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเอาไปช่วยนะครับท่านประธาน เอาไปสร้างโรงพยาบาลอําเภอก่อน แล้วไปปรับปรุงบุคลากรทางการแพทย์ ผลิตแพทย์เพิ่ม ให้งบประมาณในการดูแลสวัสดิการ กับหมอ พยาบาล ผมว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีกว่านี้เยอะนะครับ ๘๓๐ โรงพยาบาลตอนนี้ เข้าขั้นวิบาก ๓๐๐ กว่าโรงพยาบาล