นฤมล ธารดํารงค์ อภิปรายเกี่ยวกับการดําเนินการของรัฐบาล โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลที่มีประโยชน์สำหรับชนชั้นนําเท่านั้น และไม่ได้เห็นผลดีต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาค่าครองชีพสูง รายได้ไม่พอกัน และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาการขาดตลาดของสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง มันสําปะหลัง ยางพารา อ้อย และมะพร้าว ซึ่งอาจจะเลียนแบบปัญหาน้ํามันปาล์มได้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ได้มีโอกาสอภิปรายพิจารณารายงานแสดงผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีตาม แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ดิฉันได้อ่านใน หนังสือที่โชว์ (Show) กันสวยหรูเล่มนี้ ดิฉันก็ไม่ค่อยประทับใจกับผลงานมากน้อยสักเท่าไร มันดูหรู ดูดีนะคะ แต่ชาวบ้านก็บอกกับดิฉันว่ามันดูหรู ดูดี แต่มันไม่อิ่มท้องหรอก ดิฉันก็จึง หันมามอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หลายเรื่องที่ถูกนํามาใช้ก็แทบจะ พิสูจน์ได้ว่าเป็นนโยบายที่เอื้อกับคนรวยแล้วก็ไม่ช่วยคนจน จนเกิดสภาพสังคมที่รวยกระจุก จนกระจายอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ทุกหย่อมหญ้าเดินเข้าไปตามตรอกซอกซอยไหนก็จะเจอ สภาพเหล่านี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล มีการเทงบลงไปอย่างมหาศาลจนถึงวันนี้ก็มีข้อ พิสูจน์แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องของเราบ้าง มีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งทางด้านเศรษฐกิจก็ได้ ออกมาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของท่านว่านโยบายของท่านเป็นการทําให้คนรวยที่ เป็นเจ้าของกิจการขนาดใหญ่อยู่แล้ว ตลอดจนชนชั้นนําเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจาก นโยบายเศรษฐกิจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงการเช็คช่วยชาติ ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดถึง หรือแม้แต่โครงการต้นกล้าอาชีพ หรือแม้แต่ชุมชนพอเพียง ซึ่งมันก็ไม่ค่อยเพียงพอเท่าไร ที่ผ่านมาเมื่อนโยบายต่าง ๆ ของท่านได้ดําเนินผ่านมา จะบอกว่านโยบายเหล่านี้ยังไม่ได้เห็นผล ก็ไม่ใช่นะคะ มันเห็นผลจริง ๆ เพราะว่าอะไรคะ บัดนี้ไปดูได้เลยประชาชนชาวรากหญ้า ทั้งหลายต้องประสบกับปัญหาราคาน้ํามันแพง ปัญหาค่าครองชีพสูง รายได้กับรายจ่าย ไม่พอกัน รายจ่ายสูงกว่ารายได้มาก แม้รัฐบาลจะออกมาให้ตัวเลขที่ดูสวยหรู ออกมา ประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคัทเอาท์ (Cutout) ตามริมถนนหรือแม้แต่ ประชาสัมพันธ์ในหน่วยของทางสถานีโทรทัศน์หรือทางสื่อวิทยุก็ตามที มันเป็นการออกสื่อมา ที่ซ้ําซากจําเจ แต่ในความเป็นจริงแล้วชาวบ้านตาดํา ๆ เขาทราบว่าสิ่งที่เขาต้องเผชิญต่อไป ทุกวันนี้เขา เจออะไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภาวะค่าครองชีพสูงที่บอกไปแล้ว ค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น อย่างมาก ความฝืดเคืองของเงินทองที่จะหาได้ในแต่ละวัน แล้วมันกระจายไปทุกครอบครัวแล้ว ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนของรัฐบาลนี้มันดูเหมือนกับยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง มันทําให้ดิฉันนึกถึงสุภาษิตที่คนโบราณมักจะพูดกันเหมือนเขาเรียกว่า ลิงแก้แห คือแก้เท่าไร ก็ไม่หลุดสักทีหนึ่ง หลุดตรงนี้ไปยุ่งตรงนั้น หลุดตรงนั้นไปยุ่งตรงนี้ จากสถานการณ์ตอนนี้ ปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็พากันขึ้นราคา บางอย่างเช่น นมสด นมผง ปัจจุบันนี้มันก็แอบ ขยับขึ้นราคาไปเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเราอาจจะไม่รู้สึกเพราะอะไร เพราะเรามัวแต่ไปสนใจ ปัญหาการชั่งไข่ ไปสนใจราคาปัญหาของน้ํามันปาล์ม แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ที่เป็นสิ่งที่สําคัญกับเรา มันแอบขึ้นไปแล้ว สินค้าบางอย่างก็ราคาเท่าเดิมแต่โดนลดปริมาณสินค้าลง หรือไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของกระดาษ ง่าย ๆ เลยกระดาษทิซซู (Tissues) ตอนนี้ความหนา ความบาง มันก็ลดลง แฟบลง แต่ในราคาเท่าเดิม หรือแม้แต่จะเป็นน้ําดื่ม น้ําดื่มที่ทุกคนใช้ดื่มทุกวันนี้ ไปดูได้เลยราคามันขยับขึ้นเรื่อย ๆ โหลหนึ่งขึ้นไปอย่างน้อย ๆ ๕ บาท ๖ บาท ๗ บาทแล้วนะคะ ทีนี้มาดูในเรื่องของทุกอย่างทําท่าเหมือนกําลังจะไปเลียนแบบรูปแบบการแก้ปัญหา ของรัฐบาลในเรื่องของน้ํามันปาล์ม ที่ดิฉันต้องพูดตรงนี้เพราะว่า ณ วันนี้สื่อหลายแขนง สื่อหลายฝ่ายได้ยกปัญหาน้ํามันปาล์มมาเป็นน้ํามันปาล์มโมเดลเพราะอะไร เพราะว่าสินค้า การเกษตรส่วนใหญ่ตอนนี้ก็กําลังจะเลียนแบบปัญหาตัวนี้ เพราะมองเห็นแล้วว่ารัฐบาลนี้มีฝีมือ ขนาดไหนในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่จะทําให้สินค้า เกษตรอีกหลาย ๆ ตัวก็จะเลียนแบบแนวทางปัญหานี้เช่นกัน สินค้าที่ดิฉันพูดถึงส่วนใหญ่ก็ จะมีพวกถั่วเหลือง มันสําปะหลัง ยางพารา อ้อย หรือแม้แต่มะพร้าว บ้านเราถือว่าสินค้าทาง เกษตรเหล่านี้ก็ผลิตได้เป็นลําดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ปัจจุบันนี้เริ่มขาดตลาดแล้วก็เริ่ม หาซื้อไม่ได้ หรือแม้แต่ในอนาคตอันใกล้ น้ําตาลทราย ซึ่งนับวันตอนนี้เท่าที่ดิฉันตามข่าว สต็อกก็เริ่มจะร่อยหรอลงภายในเดือน ๒ เดือนนี้แล้ว ก็คงจะต้องเป็นอีกสินค้าอีกตัวหนึ่งที่ จะต้องเจอวิกฤติเช่นเดียวกับน้ํามันปาล์มเช่นกัน แทบไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าดิฉันจะ ได้มาเห็นภาพคนไทยมาแย่งกันเข้าแถว มายืนออกันเยอะมาก อย่างเมื่อไม่กี่วันนี้ที่จังหวัด สมุทรปราการ ได้เห็นชาวบ้านยืนเข้าแถวรอกันเหมือนกับโรงทานที่เขาแจกของฟรี ๆ แต่เปล่า อันนั้นสินค้าธงฟ้า ขายน้ํามันปาล์ม มืดฟ้ามัวดิน ข่าวบางกระแสที่ดูตามสื่อตอนนี้ บางทีก็มี การแก่งแย่งทะเลาะกันจากการแย่งกันซื้อน้ํามัน ซึ่งภาพเหล่านี้หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ดิฉันก็เพิ่งมาเจอรัฐบาลท่านนี่ละค่ะที่ว่าทุกนโยบายทําได้ ดูดีไปหมด แต่ชาวบ้านเดือดร้อนกัน มหันต์ ตรงนี้ก็ต้องฝากไว้ด้วย สําหรับในเรื่องของน้ํามันปาล์มยังไม่จบ ที่จะต้องนํามา เป็นเรื่อง เพราะว่าตอนนี้น้ํามันปาล์มถูกนํามาเป็นรูปแบบการแก้ปัญหาน้ํามันปาล์มไปแล้ว ที่ต้องพูดเพราะว่าตอนนี้ภาวะขาดตลาดของน้ํามันปาล์มถึงแม้จะเจอราคาสูงอย่างไรก็ตาม ชาวบ้านก็ยังต้องใช้น้ํามันปาล์มตัวนี้อยู่ ตอนนี้ไปดูได้เลยพ่อค้า แม่ค้า หรือแม้แต่คนเรา ๆ ท่าน ๆ วัน ๆ ตอนนี้ไม่คิดอะไรแล้ว คิดแต่เรื่องเดียวว่าวันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาฉันจะไปเข้าแถว เวียนเทียนซื้อน้ํามันปาล์มที่ห้างไหนดี ซื้อน้ํามันเอามาทําอาหารทอดหรือค้าขายที่ไหนดี หรือไม่ที่ไหนมีน้ํามันปาล์มธงฟ้า จุกฟ้า จุกชมพู หรือที่กําลังจะออกมาที่ไหนขายบ้าง วัน ๆ หนึ่งหมดไปกับการซื้อน้ํามันซึ่งก็ไม่ได้ได้จํานวนเยอะนะคะ ก็จะได้กันประมาณขวด หรือ ๒ ขวดเท่านั้น อย่างแม่ค้าที่ซื้อน้ํามันปาล์มเอามาทอดอาหารขาย ถ้าเขาทอดอาหารขายเขาก็จะมาเพิ่ม ราคาสินค้า หรือไม่ก็ลดจํานวนปริมาณสินค้าลง ไม่ว่าจะเป็นหอยทอด ปาท่องโก๋ กล้วยแขก กล้วยแขกนี่ดิฉันอาจจะคุ้นเคย เพราะว่าข้างบ้านดิฉันเขาขายอยู่ เมื่อก่อนนะคะกล้วยแขกนี่ เมื่อปี ๒ ปีที่แล้วกล้วยแขกเขาขายกันอยู่ที่ ๗ ชิ้น ๒๐ บาท แต่ท่านทราบไหมคะว่า ณ วันนี้ ไปซื้อกล้วยแขกเขาขายอยู่เท่าไร เขาขาย ๔ ชิ้น ๒๐ บาท เห็นไหมคะ เขาลดปริมาณ สินค้าลงเขาขาย ๒๐ บาทเท่าเดิมจริงมันสะท้อนให้เห็นอะไรคะ ให้เห็นสภาพ ณ วันนี้นะคะ ว่ารัฐบาลนี้กําลังทําอะไรกันอยู่ ท่านกําลังแก้ปัญหาอะไรกันอยู่หรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นส่วน เรื่องของการแก้ปัญหาก็มีการ เท่าที่ดิฉันสืบตามดูก็มีการนําเรื่องเสนอ คณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ ซึ่งเมื่อมาดูใครเป็นประธานคณะกรรมการนี้ก็ได้ทราบ ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นคณะกรรมการนี้ แล้วก็มีการออกมาเปิดเผยจากโฆษกนะคะ ที่ปรึกษาโฆษกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะคะว่า ปัญหานี้ได้มีการรับรู้มาก่อน หน้านี้แล้วตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๓ ว่าจะต้องเกิดภาวะขาดแคลนอย่างนี้แน่นอน แต่คณะกรรมการนี้ก็ไม่มีการเรียกประชุมสําหรับเรื่องตรงนี้เลย เพิ่งจะมาประชุมไปเมื่อต้นปี เดือนมกราคมนี้เอง นั่นแสดงว่าท่านได้เพิกเฉยกับปัญหานี้แล้วเพิ่งจะมาสั่งการนําเข้า ล็อตแรก ๓๐,๐๐๐ ตัน ลอตที่ ๒ ๑๒๐,๐๐๐ ตัน ทั้ง ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอไปว่า ให้ท่านนําเข้าแค่สักแสนตันก็พอ ก็เลยอยากจะฝากไว้นะคะกับพี่น้องที่รับฟังดิฉันพูดวันนี้ ท่านก็ลองไปพิจารณาดูว่าใครเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ผลประโยชน์ในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่ ดิฉันพูดนี้จะไม่มีใบเสร็จมาแสดงให้พวกท่านได้ให้ว่าใครทําอะไรที่ไหน แต่ก็ขอให้พิจารณาดู เพราะว่าปาล์มส่วนใหญ่ตอนนี้ที่ปลูกก็จะปลูกยังภาคใต้เป็นจํานวน ๕๐,๐๐๐ ไร่ แล้วใครจะ ได้ผลประโยชน์กันละคะ ตรงนี้ก็ขอฝากรัฐบาลไว้ด้วยนะคะ ถ้าท่านไม่มองเห็นปัญหาของ ประชาชน ปัญหาปากท้องที่เขากําลังประสบอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนเป็นเรื่องที่ต้อง เร่งทํานะคะ ดิฉันก็คิดว่ารัฐบาลท่านก็อยู่ได้ไม่นานเหมือนกัน ทําให้ดิฉันนี่นึกถึงคนที่อยู่ไกล มีสโลแกน (Slogan) หนึ่งที่รัฐบาลเดิมเคยพูดไว้ว่า เศรษฐกิจย่ําแย่ คนแก้ต้องทักษิณเท่านั้น ก็ต้องขอฝากไว้ ณ วันนี้ด้วยค่ะ