สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

อรุณี ชํานาญยา พูดเรื่องโครงการประกันรายได้เกษตรกรและการรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงการใช้งบประมาณในการประกันรายได้เกษตรกรที่มีต่างกันอย่างมากในแต่ละปี และให้เหตุผลที่แท้จริงในการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกร

นางสาวอรุณี ชํานาญยา พะเยา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันโชคดีได้อภิปรายในช่วงเวลานี้ พี่น้องชาวบ้านเพิ่งเลิกชมละครพอดี กลับมาฟังเรื่องของ การอภิปรายกันต่อ ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้สิ่งที่ดิฉันจะอภิปรายต่อรายงานแสดงผล การดําเนินการของคณะรัฐมนตรี เรื่องใหญ่ก็คือเรื่องของนโยบายสําคัญของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๔๒ ก็คือโครงการเกี่ยวกับข้าวนะคะ ซึ่งเป็นแนวนโยบาย ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลซึ่งมีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี และมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เช่นกันเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ตัวเลขที่ดิฉันจะนําเสนอนั้นต้องนําเรียนนะคะว่า ไม่ใช่ตัวเลขที่มาจากการซุกซนเหมือนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเคยปรามาสท่านมิ่งขวัญไว้ในสภาแห่งนี้ แต่มาจากหนังสือเล่มนี้ บางตัวเลขมาจากผลการดําเนินการของรัฐบาลตามมติ ครม. บางตัวเลขมาจากรายงานของ คณะอนุกรรมาธิการข้าว คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ของวุฒิสภา ในหนังสือเล่มนี้ ที่รัฐบาลได้นําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้นั้น หน้า ๑๓๖ ค่ะท่านประธาน ข้อที่ ๑๕ โครงการ ประกันรายได้เกษตรกรและการรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตร มีและด้วยนะคะ เรื่องแรกก็คือเรื่องโครงการประกันรายได้ ต่อมาท่านได้บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ โครงการประกันรายได้ ใช้งบประมาณไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของข้าวแค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทในปี ๒๕๕๒ บางฉบับบอกว่าใช้ไปอยู่ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท และเช่นเดียวกัน ในหนังสือเล่มนี้ท่านบอกว่า โครงการรับจํานําปีก่อนหน้านั้น ซึ่งท่านได้เปรียบเทียบบอกว่าใช้งบประมาณไปถึง ๘๖,๗๙๖ ล้านบาท ต่างกันเยอะค่ะ แต่ชาวบ้านที่อ่านแค่นี้ สมาชิกที่อ่านแค่นี้ไม่เข้าใจ คงจะเปรียบเทียบว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทกับ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ทําไมมันต่างกันเยอะขนาดนี้ ทําไมรัฐบาลชุดก่อนที่มีโครงการจํานําไปใช้งบประมาณ มหาศาล แต่รัฐบาลชุดนี้เกษตรกรได้ทุกคนในเรื่องของส่วนต่างถึง ๓,๙๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน บางฉบับบอกว่า ๓,๔๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แต่โครงการจํานําในสมัยก่อนหน้านี้บอกว่า เกษตรกรได้รับผลประโยชน์แค่ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าราย ท่านประธานคะ มันลับ ลวง พราง เหมือนรัฐบาลชุดนี้หรือเปล่าไม่ทราบ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ท่านว่านี้มันเป็นงบประมาณ ที่กู้จาก ธ.ก.ส. ไปรับจํานําข้าวมาอยู่ในมือของรัฐบาล แล้วจากนั้นรัฐบาลก็ไปบริหาร ระบาย สต็อก (Stock) ข้าวออกไป ฝีมือรัฐบาลชุดนี้ก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าระบายไม่ได้ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีเจ้ากระทรวง จะระบายก็โดนพรรครัฐบาลเบรก (Break) อีก ไป ๆ มา ๆ ปัญหาการระบายข้าว ก็ไปไม่ถึงไหน เป็นเรื่องของการบริหารชัด ๆ ที่ล้มเหลว ต้องบอกว่าล้มเหลว แต่ท่านไปตีปี๊บ บอกว่าประกันรายได้ใช้เงินแค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท เกษตรกร ได้ครบถ้วนหน้า แต่มันหายไปหมดเลยนะคะ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทคืองบประมาณของ รัฐบาล ภาษีของแผ่นดินล้วน ๆ เลย ให้กับเกษตรฟรี ๆ ต่างกับจํานํา จํานํานี่รัฐบาลใช้เงิน ปีหนึ่ง ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่าดําเนินการ เป็นค่าบริหารโครงการ แค่นั้นเอง ยกตัวอย่างรายงานสรุปของคณะอนุกรรมาธิการข้าว บอกว่า ปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๕๐ ของโครงการรับจํานําข้าวนี่ รัฐบาลใช้งบประมาณสําหรับการดําเนินการรวมทั้งสิ้นแค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่รัฐบาลชุดนี้ใช้งบในส่วนต่างประกันรายได้ไปปีเดียว ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ถ้านับปีนี้ด้วย ปี ๒๕๕๓ ดิฉันว่าแน่นอนค่ะ เกิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่ ไม่ได้คืนด้วย แต่รัฐบาลที่ผ่านมาจํานําข้าว เขามีการบริหารสต็อก มีการระบายข้าวเป็นระยะ ๆ บางช่วงก็ได้กําไร บางช่วงก็ขาดทุน ทีนี้ในเรื่องของงบประมาณ ของแผ่นดินที่เสียไปในส่วนต่างประกันรายได้ พี่น้องอาจจะฟังแล้วไม่เข้าใจ ดิฉันจะอธิบายให้ฟังนะคะ การจํานํานี่รัฐบาลบอกว่าข้าวหอมมะลิ ๑ ตัน รับจํานําที่ ๑๕,๐๐๐ บาท เกษตรกรดีใจค่ะ อย่างไรปีนี้ก็ได้ ๑๕,๐๐๐ บาทแน่ ถ้าเข้าไปก็หักแค่ ความชื้น หักแค่สิ่งเจือปน ได้แน่นอน แต่ถ้ารัฐบาลชุดนี้ประกัน กําลังเย้ว ๆ อยู่ขณะนี้ ท่านก็ดูสิคะ ประกันนี่ ราคาอ้างอิงถึงเวลาจริง ๆ ชาวบ้านขายไม่ได้เท่าที่ท่านอ้างอิง มันต่ํากว่าค่ะ ถ้าบวกกับส่วนต่างข้างบนกับราคาขายที่ให้พ่อค้าซื้อไปมันไม่ถึงราคาที่ท่านตั้งไว้ คือราคาประกัน แถมไม่พอท่านยังเสียงบประมาณของรัฐบาล ของประชาชน ของภาษีทั้งหลายเป็นเงิน ก้อนโตด้วย ต่างกันนะคะ ต่างกันกับเรื่องของการรับจํานํา พี่น้องคะ ถ้าฟังดิฉันพูดต้องบอกว่า ข้อมูลนี่มันเป็นสิ่งที่มันปกปิดกันไม่ได้ เมื่อเช้าดิฉันฟัง ส.ส. ซีกรัฐบาลพูด ก็พูดอย่างนี้ละค่ะว่า จํานํานี่ใช้เงินไป ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทปีเดียว แต่ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พูดไม่จบค่ะ ไปพูดว่าข้าวนี่อยู่ในมือของรัฐบาล รัฐบาลสามารถไปขายต่อได้เงินมาได้ อาจจะได้กําไรด้วยซ้ํา ก็กลับเอาเงินนั้นเข้ามาเป็นเงินของรัฐบาล ของพี่น้องประชาชน แต่ประกันนี่สิคะ หมดแล้วหมดเลย ชาวบ้านที่ได้ไปจากประกัน ก็คือเงินที่เขาได้จากการบริหารการค่าตลาด ไม่ต้องไปเอาเงินงบประมาณของแผ่นดิน อันนี้คือข้อแตกต่างที่ชัดเจนมาก ฉะนั้น ดิฉันจึงบอกว่านโยบายข้าวของรัฐบาลชุดนี้เป็นนโยบายที่ลับ ลวง พราง เอาแต่หาเสียง ฝีมือไม่มี กลัวการที่จะบริหารสต็อกข้าว กลัวการที่จะขายข้าวไม่ได้ มันต่างกับรัฐบาลสมัย ท่านนายกทักษิณ บอกว่า ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมจะเป็นเซลแมน (Salesman) ขายข้าว ให้คนไทยทั้งประเทศ แต่รัฐบาลนี้ไม่มีค่ะ กลัวการที่จะต้องไปขายข้าว กลัวการที่จะต้องไป ขายสินค้าเกษตร มีอย่างเดียวค่ะ เอาเงินงบประมาณนี่ไปจ่ายชดเชยเป็นส่วนต่าง หาเสียง อย่างเดียว สุดท้ายก็ไปไม่รอด ปิดถนน ๒ วันก่อน นี่หรือคะนโยบายประกันราคาของ นายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดิฉันถึงบอกว่าวันนี้ความจริงมันเกิดขึ้น ตาพวกเรา ก็สว่างขึ้น ปีหน้า ๒๕๕๔ ดิฉันก็คิดว่างบประมาณมันจะต้องสูญเสียมากกว่านี้อีก แต่ว่า เสียดายรัฐบาลให้ดิฉันอภิปรายแค่ปี ๒๕๕๒ ถ้าต่อจากนี้ตัวเลขต้องน่าตกใจค่ะ เอาง่าย ๆ ข้าวหอมมะลิปี ๒๕๕๒ ส่วนต่างจ่ายกันแค่ประมาณ ๙๐๐ กว่าบาท ปีนี้ซัดเข้าไป ๑,๐๐๐ กว่าบาทเกือบ ๒,๐๐๐ บาท บางรายได้ ๒,๐๐๐ กว่าบาทด้วยซ้ํา นั่นคืองบประมาณทั้งสิ้น ไม่ใช่ความเก่งกล้าของรัฐบาลที่มาจากการบริหารในเรื่องของการบริหารสต็อกข้าว ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันคิดว่าถ้าต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมหาศาลมาเพื่อที่จะ หาเสียงอย่างเดียว กู้มาหรือว่าใช้งบประมาณสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ไม่ใช้ฝีมือเลยก็อย่าอยู่เลย นะคะ รอดีกว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ รอสมัยหน้าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ดิฉันคิดว่าโครงการรับจํานํา แน่นอนค่ะข้าวเราจะจํานําที่ราคาสูงขึ้น เกษตรกรต้องพอใจแน่ เพราะไม่ต้องไปขายราคาต่ําให้กับพ่อค้า สต็อกไม่มีค้าง สต็อกไม่มีค้างเหมือนรัฐบาลชุดนี้ เพราะแย่งกัน แข่งขายกัน พรรคนั้นก็จะขาย พรรคนี้ก็จะขาย สุดท้ายก็ไม่ได้ขาย บริหาร ค้าข้าวต้องได้กําไร ถ้าเราเป็นรัฐบาล และงบประมาณก็ไม่มีการที่จะมาสูญเสียและโกงกินกัน อย่างมหาศาลขนาดนี้ ฝากท่านประธานนะคะว่าความหวังของประชาชนพี่น้องคนไทยก็คือ ทําอย่างไรจะให้รัฐบาลบริหารประเทศชาติได้ดี ดิฉันก็แนะนํากับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่า เรื่องข้าวเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าท่านคิดว่าอยากให้ประเทศชาติไปรอด ท่านกลับเอาโครงการ รับจํานํากลับมาเถอะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ