ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่าไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขได้ภายใน 99 วัน แต่ต้องใช้เวลาและความเข้าใจในความจริงของสถานการณ์ เขายังเสนอแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และป้องกันการก่อความไม่สงบ รวมถึงการปราบปรามการทุจริตด้วย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอชี้แจงเพิ่มเติมจากการที่ได้ชี้แจงเป็นเอกสารรายงานเกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงของรัฐ จากการที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายสอบถามเพิ่มเติมถึงการแก้ไขปัญหา สถานการณ์ความรุนแรง ในภาคใต้ ขอกราบเรียนท่านประธานว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของ การยอมรับความเป็นจริง รัฐบาลนี้เคยได้แถลงนโยบายเอาไว้ว่าเราจะจัดตั้งองค์กรถาวรด้วย การยกร่างกฎหมาย เสนอกฎหมายภายใน ๙๙ วัน ไม่ใช่แก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย ของภาคใต้ให้เกิดสันติสุขภายใน ๙๙ วัน ขอทําความเข้าใจอีกีครั้งหนึ่ง ท่านก็พยายามพูด ซึ่งผมมั่นใจว่าท่านพูดด้วยข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนจากคําแถลงนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ สถานการณ์ภาคใต้เป็นสถานการณ์ที่วิวัฒนาการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ และ มารุนแรงอย่างเด่นชัดในปี ๒๕๔๗ ต้องยอมรับความจริงว่าในยุคนั้นเกิดความผิดพลาดในเชิง นโยบายจนส่งผลให้เกิดเหตุร้ายเหตุรุนแรงพี่น้องประชาชนล้มตาย ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คนอย่าง ที่เห็นอยู่แล้ว ท่านผู้อภิปรายทราบดี ๔-๕ ท่านที่อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ความผิดพลาดก็ เกิดขึ้นในยุคที่ท่านผู้อภิปราย ท่านผู้ทําหน้าที่อภิปราย ท่านสังกัดพรรคที่ก่อให้เกิดความ รุนแรง ความเสียหายในยุคนั้น ไม่ใช่เป็นการปัดผลักภาระ แต่เมื่อเรามาเป็นรัฐบาล สิ่งตกค้าง ที่รัฐบาลชุดนั้น ซึ่งท่านเป็นสมาชิกอยู่ทําขึ้นเราก็ต้องมาแก้ไขเราปัดไม่ได้หรอกครับ เปรียบเสมือนแก้วที่แตกแล้วหรือร้าวแล้ว การที่จะประสานให้ดีขึ้นต้องใช้เวลา ท่านสอบถาม เรื่องนี้ด้วยความห่วงใย พวกผมก็ห่วงใยเหมือนกับท่าน เรามาแสวงหาวิธีการแก้ไขปัญหา ด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไม่ได้ถามถึงเรื่องของการพัฒนาว่าชีวิตของพี่น้อง ประชาชนกินดีอยู่ดีขึ้นหรือไม่ แสดงว่าท่านคงจะพอใจในระดับหนึ่ง ท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่น ยกเว้นท่านพูดถึงเรื่องของความไม่สงบและความมั่นคงของรัฐ โดยเฉพาะเน้นไปตั้งแต่เรื่อง ของการถูกปล้นปืนที่กองร้อยและมีการวางระเบิดบ่อยครั้งในช่วงต้นปีนี้ รวมถึงการซุ่มยิงพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งครูหรือบุคคลบางกลุ่มที่เป็นบุคคล กลุ่มเป้าหมาย ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าสําหรับการปล้นปืนที่เกิดขึ้นนั้น คราวที่ผม ตอบกระทู้ถามสด ไม่ใช่ผมเบี่ยงเบนประเด็น แต่ผมตอบในเชิงของการเปรียบเทียบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๒ ยุค ๒ สมัย ให้เห็นว่าจากรุนแรงในระดับกองพัน มารุนแรงลดลง ในเรื่องของในระดับกองร้อย แต่ถามว่าท่านและผมพอใจการแก้ไขหรือไม่ ไม่พอใจครับ ท่านห่วงใย ผมห่วงใย จึงขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อทราบนะครับ หลังจากถูกปล้นปืน เมื่อไม่กี่วันมานี้ ทางฝ่ายทหารซึ่งดูแลงานด้านความมั่นคงท่านก็ได้ติดตาม ตรวจสอบ ค้นหา ความจริงถึงคนร้าย ได้ออกหมายจับ และมีการปรับแผน ปิดล้อม ตรวจค้น จํากัดเสรี การเคลื่อนไหวของผู้ก่อความไม่สงบ เชิญตัวบุคคลมาซักถามเพื่อที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหา
ประการถัดไปครับท่านประธานครับ แล้วเราจะยืนอยู่บนพื้นฐานของ ความเป็นจริงของการแก้ไขปัญหาอย่างไร ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกําชับให้ผมลงไปพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจ การเข้าถึงปัญหากับพี่น้องประชาชนทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง เมื่อช่วงเช้านายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้เลขาธิการ ศอ.บต. ผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรส่วนหน้า ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมารับข้อสั่งการในการแก้ไข ปัญหาเพื่อปรับแผนให้ทันสมัย รู้เท่าทันและสามารถปกป้องความปลอดภัยให้กับพี่น้อง ประชาชน ท่านได้สั่งการให้ ผบ.ทบ. ลงไปเมื่อวานนี้ ท่านได้สั่งการให้แม่ทัพภาค ๔ ปรับแผนเพื่อแก้ไขปัญหาให้ความปลอดภัย ให้เกิดความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน สําหรับ สิ่งที่รัฐบาลนี้พยายามทําจนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นในระดับหนึ่งแต่เรายังไม่พอใจนั้น ถามว่าเราทําอย่างไร แผนด้านความปลอดภัยนั้น สิ่งแรกเรารุกในด้านมวลชนครับ ท่านประธานครับ นั่นคือการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของมวลชนในพื้นที่ที่เกิดความไม่สงบ ให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทุก ๆ รูปแบบ ไม่ว่ามวลชนนั้นจะสังกัดหน่วยงานใด ก็ตาม หรือพี่น้องประชาชนนับถือศาสนาใดและอาชีพใดก็ตาม
ประการถัดไปคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อป้องกันตนเอง อย่างเช่น กรณีที่อําเภอแม่ลาน เมื่อพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมและมีความเข้มแข็งในการ ป้องกันชุมชนของท่านเหล่านั้นแล้ว เราก็ยกเลิกกฎหมายฉุกเฉิน ใช้กฎหมายรักษาความมั่นคง ภายใน จากวันนั้นถึงวันนี้ยังไม่เกิดเหตุร้ายเลย ทีนี้แนวทางในการทํางานก็คือ การเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้กับชุมชนด้วยการพัฒนาศักยภาพของชุดรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน หรืออาสาสมัครรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้านที่เรียกว่า ชรบ. หรือ อรบ. จัดวิทยุสื่อสาร หาเครื่องกีดขวางเพื่อที่จะให้พี่น้องเรานั้นรักษาความปลอดภัยในชุมชนของพี่น้องเอง การสร้างความตระหนักของพลังมวลชนให้ต่อต้าน ให้มีความรู้สึกสํานึกว่าทุกคนจะต้องมี หน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยในชุมชนของเขา ส่งเสริมให้มีประกาศเจตนารมณ์ ที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อความไม่สงบทุกรูปแบบ การจัดระเบียบชุมชนเพื่อควบคุมบุคคล อาวุธ ยานพาหนะในพื้นที่ที่มีสถานการณ์รุนแรงและรุกราน นี่คือสิ่งที่เราพยายามทํา นอกจากนั้นจัดตั้งชมรมเครือข่ายมวลชนสันติสุขขึ้น เช่น ชมรมที่เกี่ยวข้องกับใช้เครื่องมือ สื่อสารตาสับปะรด วิทยุเครื่องดํา เครื่องแดง ชมรมรักบางนรา และอีกหลาย ๆ ชมรมที่ พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การจัดรวมพลังมวลชนต่อต้านการก่อความไม่สงบ ผมเพิ่งจัดมวลชนเดินสวนสนามเนื่องในวัน อ.ส. เมื่อวันที่ ๑๐ ที่ผ่านมา แต่ละจังหวัด มีการรวมพลังประชาชนได้ไม่ต่ํากว่าหมื่นคน ท่านประธานครับ นี่คือเป็นการสร้างจิตสํานึก และต่อต้านความไม่สงบ ถัดไป เรารุกในด้านพื้นที่ ใช้มาตรกรเชิงรุกเพื่อปรับพื้นที่สี ในหมู่บ้านที่ท่านเคยจัดไว้ว่านี่คือสีแดง นี่คือสีอะไร เราปรับพื้นที่แล้วก็รุกในเชิงพื้นที่ให้ พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ถัดไปครับ ควบคุมพื้นที่ด้วยการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดและจุดตรวจสอบ เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาหลังจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับข้อเสนอของผม ให้ตํารวจ เข้ามาควบคุมในเมือง และการจัดตั้งจุดตรวจนั้นตํารวจผู้มีความเชี่ยวชาญในการสังเกตคนร้าย เชี่ยวชาญในเรื่องของการใช้ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน เราสามารถจับวัตถุระเบิดสามารถจับยาเสพติดได้เป็นหมื่น ๆ เม็ด นั่นก็เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า เรามาถูกทาง ถัดไปครับ เราให้มวลชนฝ่ายเราเช่น ชรบ. อรบ. เข้าไปมีส่วนร่วมในการ รักษาความปลอดภัยในหมู่บ้านให้มากขึ้น กําลังจะลดกําลังทหารเมื่อหมดความจําป็น เพราะเรารู้ว่าชายแดนของบ้านเราในบางภูมิภาคนั้นมีความจําเป็นที่จะต้องเอาพี่น้องทหารหาญ ไปใช้รักษาราชอาณาจักรและอธิปไตยของเรา นอกจากนั้นการบูรณาการในการจัดกําลัง ในการจัดคุ้มครองของชุดตําบลขึ้นมา แบ่งพื้นที่รับผิดชอบในการกํากับดูแล ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อส. จัดให้มีแผน รปภ. สถานที่และรวมทั้งบุคคล ควบคุม การจัดทําทะเบียนในเรื่องของการใช้โทรศัพท์มือถือที่เรียกว่าซิมการ์ด (Sim card) หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะเกิดเหตุทุกครั้งจะใช้โทรศัพท์มือถือในการจุดชนวนระเบิด รวมทั้ง การใช้วิทยุในการส่งสัญญาณอื่น ๆ ส่วนการรุกในด้านบุคคลนั้น เราได้จัดทําบัญชีเครือข่าย กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่และให้เป็นปัจจุบันเสมอ เมื่อได้เครือข่ายคนที่ก่อความไม่สงบ เราก็ปิดล้อม ตรวจค้น นําไปสู่การจับกุม และถ้าสามารถที่จะทําให้พี่น้องเรานั้นเปลี่ยน ความคิดความเชื่อได้ก็เอาเขาเหล่านั้นมาทําหน้าที่ในการเข้าฝึกอบรม โดยใช้ พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงภายใน การดําเนินการตาม พ.ร.ก. ก็ยังคงมีความจําเป็น อย่างเช่นเกิดเหตุ ที่จังหวัดยะลาเมื่อ ๒ ครั้งที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้นะครับก็เชิญบุคคลที่ส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาซักถาม เพื่อขอความร่วมมือในการชี้เบาะแสของคนร้าย นอกจากนั้นติดตามพฤติกรรมบุคคลที่เป็น บุคคลเป้าหมายในการไปก่อความไม่สงบสุขขึ้น ส่วนในเรื่องของการรุกทางด้านเทคโนโลยีนั้น ขณะนี้ซีซีทีวี (CCTV) ซึ่งกระทรวงมหาดไทยกําลังติดตั้งนั้น เดิมทีได้มีการประมูลการจัดจ้างขึ้น ในยุคของ ฯพณฯ พลเอก สุรยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจากบริษัททํางานไปไม่ได้ เมื่อมีการจัดจ้างใหม่เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จะแล้วเสร็จภายใน ๑ ปี แต่หลังจาก ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กําชับ ฯพณฯ กําชับเสร็จแล้วทางฝ่ายเลขาธิการ ศอ.บต. บอกว่าจะเสร็จภายใน ๕ เดือน ๖ เดือนนี้ แล้วก็จะใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อที่จะนําเอาซีซีทีวี มาเก็บข้อมูลหลักฐานพยานในการติดตามจับกุมคนร้าย นอกจากนั้นครับเราจะใช้เครื่องมือ ตัดสัญญาณโทรศัพท์เพื่อระงับเหตุไม่ให้ก่อเหตุร้ายเหตุรุนแรง รวมทั้งการตัดสัญญาณ เกี่ยวกับวิทยุคลื่นต่าง ๆ เพื่อที่จะสกัดกั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายเหตุรุนแรงครับ การวางกําลัง ในพื้นที่ครับท่านประธาน พื้นที่ช่วงชิง ใช้กองกําลังประจําถิ่นนั่นคือ อส. จะเข้าไปทําหน้าที่ และพื้นที่ป้องกัน ก็จะใช้ทหารหลักในการทําหน้าที่ การใช้ อส. พิทักษ์เมือง เราใช้ อส. เมืองละ ๒๔๐ คนที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติเงินงบประมาณไปเพื่อให้พี่น้อง อส. ได้ทําหน้าที่ นอกจากนั้นการเปิดโอกาสให้ข้าราชการที่ทําหน้าที่ด้านความมั่นคงไปดูแลพื้นที่ เป้าหมาย และกลุ่มคนเป้าหมายอย่างใกล้ชิด ท่านประธานครับ เพื่อให้เกิดความ มีประสิทธิภาพในการทํางานเราจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับอําเภอในเรื่องของการพัฒนาและ แก้ไขปัญหาเรื่องของความไม่สงบ ทุกเรื่องจะต้องให้นายอําเภอได้รับทราบเพื่อติดตาม ประสานงานบูรณาการในการแก้ไขปัญหา การจัดตั้งด่านตรวจให้เกิดเอกภาพ สํานักงาน ของผมตั้งอยู่ที่จังหวัดยะลา เรียกว่า สํานักงานส่วนหน้า ผมจะต้องลงไปทํางานที่นั่นทุก ๆ สัปดาห์ การจัดรายการทีวีเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนโทรศัพท์ร้องเรียนร้องทุกข์เข้ามา รวมทั้งการเปิดสายโทรศัพท์ ๑๘๘๐ เปิดตู้ ปณ. และมีศูนย์ดํารงธรรม ทั้งหลายทั้งปวง เหล่านี้เราพยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขขึ้นมาให้ได้ ท่านทั้งหลายคงจะไม่พอใจ ในการเกิดเหตุในแต่ละครั้ง ผมก็ไม่พอใจ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ไม่พอใจ อยากให้มันสิ้นสุด อยากให้เกิดความสงบสุขเกิดสันติภาพขึ้นมาเร็ว ๆ แต่การเปลี่ยนความคิดความเชื่อของ กลุ่มบุคคลในการที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือแบ่งแยกดินแดนนั้น ยากครับ ช่วยเสนอ ความคิดเห็นผ่านเข้ามาเถอะครับผมพร้อมที่จะเปิดใจกว้างรับฟังแล้วก็นําไปสู่การแก้ไขปัญหา
ส่วนอีกท่านหนึ่งที่พูดถึงเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายมีการซื้อขายตําแหน่ง ช่วยบอกครับอย่าพูดลอย ๆ กระทรวงมหาดไทยส่วนไหน แล้วจะได้นําไปสู่การป้องกัน ปราบปรามในเรื่องของการทุจริต หรือการใช้ระบบอุปถัมภ์ที่ไม่มีระบบคุณธรรมเข้ามา จะทําให้ข้าราชการเสียกําลังใจ นอกจากนั้นท่านบอกว่าการซื้อขายอาวุธใช้วิธีพิเศษ ไม่ได้นะครับ ใช้ระบบจีทูจี (G to G) ถ้าสิ่งไหนที่จําเป็นต้องใช้วิธีพิเศษบ้าง ถ้าเกิดการทุจริต ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสั่งเป็นกฎเหล็ก ต้องการที่จะปราบปราม ท่านให้ความร่วมมือ พวกผมเถอะครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือนักการเมืองด้วยกัน เราพร้อมจะแก้ไขปัญหา ในเรื่องของการทุจริต
ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้น รัฐบาลนี้ได้ใช้นโยบาย ๕ รั้วป้องกัน ตั้งแต่รั้วชายแดน จนถึงรั้วครอบครัวและรั้วโรงเรียน กลุ่มเป้าหมายสุ่มเสี่ยงเราส่งคนเข้าไปทํางาน การบําบัดรักษาด้วยการบังคับและด้วยความสมัครใจควบคู่กันไป คลีน แอนด์ ซีน (Clean and Seen) นั่นคือกวาดล้าง ปิดล้อม รวมทั้งป้องกันไม่ให้เข้ามาอีก ดังนั้นการที่เราจับผู้ค้า ยาเสพติดรายใหญ่เป็นแสน ๆ ราย เป็นร้อย ๆ ล้าน นั่นคือนโยบายของรัฐบาล เพียงแต่ นโยบายของเราไม่มีการฆ่าตัดตอน เพราะเราเห็นว่าการใช้นโยบายฆ่าตัดตอนนั้นจะส่งผลให้ ผู้บริสุทธิ์บางคนต้องสูญเสีย หรือไม่สามารถที่จะนําไปสู่การสืบค้นหาบุคคลที่เป็นต้นตอของ ผู้ทําความผิดเรื่องยาเสพติด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านอภิปราย ถ้าสิ่งไหนที่เป็นเชิงบวกผมพร้อม ที่จะนําไปสู่การปฏิบัติ แต่สิ่งไหนที่ท่านยังเข้าใจคลาดเคลื่อนผมขอชี้แจง ผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ