สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการตรวจสอบผลการดำเนินงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามหน้าที่การตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ชี้แจงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น และวิพากษ์วิจารณ์ความไม่สอดคล้องกันระหว่างนโยบายของรัฐบาลกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องระบบขนส่งที่มีป้ายบอกว่าได้ทํา แต่จริงๆ แล้วยังไม่ได้ทําสําเร็จ และอ้างถึงปัญหาการที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่มีไว้ ทำให้เกิดความแตกแยกและความไม่เท่าเทียมกันในหมู่ประชาชน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ผมต้องกราบขอบพระคุณ พรรคเพื่อไทยในฐานะที่เป็นสมาชิกฝ่ายตรวจสอบที่อนุญาตให้ผมมาทําหน้าที่แทนพี่น้อง ปวงชนชาวไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่จะตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ของคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นองค์กรบริหารสูงสุดของประเทศนี้ ภายใต้แกนนําของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะลงไป ในรายละเอียดตามรายงาน ตามเอกสารที่ทางคณะรัฐมนตรีส่งให้รัฐสภาหรือ สภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ เพราะว่าท่านเองได้แถลงนโยบายว่า จะดําเนินการอะไร เมื่อไร บอกเรื่องและบอกเวลาเอาไว้ รัฐธรรมนูญบังคับ บอกว่า ต้องจัดทํารายงานแสดงผลการดําเนินการ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรค เสนอต่อรัฐสภา รัฐธรรมนูญใช้คําสั้นครับ เสนอต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นเป็นสิทธิของรัฐสภาที่จะใช้ดุลยพินิจ ที่จะพิจารณาหรือตั้งข้อสังเกต หรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องปวงชนชาวไทย เพราะฉะนั้นการทําหน้าที่ในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ด้วยจิตสํานึกครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านทําหน้าที่แทนพี่น้องปวงชนชาวไทยในการที่จะบอกกล่าวกับรัฐบาลว่า สิ่งที่ท่านแถลงเป็นนโยบายแล้วรายงานผลการดําเนินงานตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ทั้งหมด ๑๑ มาตรานะครับ ๙ นโยบายของท่านมันมีปัญหา อุปสรรคใด สัมฤทธิ์ผลอย่างไร ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร นั่นก็เป็นเรื่องหลัก ก็แล้วแต่ว่าสมาชิกแต่ละท่านจะนําเสนอมุมใด อย่างไร แต่ผมถือว่าหน้าที่การตรวจสอบ ถ่วงดุลรัฐบาลเป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ทุกคน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นปัญหาข้อเสนอแนะในสิ่งที่ผมจะนําเรียนก็คือการทําหน้าที่แทนปวงชนชาวไทย ในเอกสารที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภา ผมเองนําเรียนด้วยความเคารพ ฝากท่านประธาน ไปบอกกล่าวผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ สิ่งที่น่าจะไม่ถึงพร้อมตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด

ประการแรกสุดนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานเลย ดูจากแค่เอกสาร เท่านั้น ยังไม่ต้องดูเนื้องานนะครับ รัฐธรรมนูญเน้นครับ ปัญหาอุปสรรค ท่านประธาน ที่เคารพ เปิดดูทั่วหน้า ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐและแนวนโยบายที่ท่านทํา ผลงาน ที่ท่านเขียนออกมาพบว่ามีปัญหาอุปสรรคน้อยมากในแต่ละแนวนโยบายเขียนก็เป็นเขียน ในลักษณะที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าเอกสารนี้ในโอกาสต่อไป ซึ่งรัฐธรรมนูญบอกว่า ปีละ ๑ ครั้ง ก็ฝากรัฐบาลครับ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน สมาชิกรัฐสภา จะได้วิพากษ์วิจารณ์ จะได้เสนอแนะท่านถูก ปัญหาอุปสรรคนั่นคือสิ่งสําคัญที่สุด บอกกับพวกเราสิครับว่าท่านมีปัญหาอุปสรรคใด ทําไมทําไม่ได้ เราจะได้รู้ว่ารัฐบาลได้ใส่ใจ อย่างจริงจังกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แล้วตามสิ่งที่ท่านแถลงเป็นนโยบายไป แล้วท่านเอานโยบายนั้นไปทํางาน นั่นคือสิ่งที่ผมขออนุญาตฝากข้อสังเกตเป็นเรื่องแรกสุด

ท่านประธานครับ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่ผมอยากจะสะท้อนเป็นเรื่องแรก ขอสะท้อนจากภาพจริงครับ จากผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่เขาได้รับจริง สัปดาห์นี้ที่ จังหวัดน่านครับท่านประธาน วันจันทร์มีคณะครูที่มีความหวังดีจะต้องไปส่งเพื่อนครูกลับ จังหวัดน่าน ๑๓ ศพครับ ที่บ้านน้ําเกาะ อําเภอสองแคว จังหวัดน่าน รถตกเขา ลึกไป ๑๐๐ เมตร เมื่อเช้านี้ครับ รถตู้ ทุกคนโจษจันบอกเป็นรถของ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ทุกคนเป็นห่วงและ โทรศัพท์มาหาผม ผมตรวจสอบกลับไป เป็นรถ ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่เคยบริจาคให้กับทาง โรงเรียนครับ มีผู้นําไปใช้ หลงทางไปที่จังหวัดน่าน ไปตกเขาอีกครับ ที่บ้านสาลี่ ตําบลน้ํามวบ อําเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โชคดีไม่มีใครตายครับ แต่บาดเจ็บสาหัส ๑ ราย โชคดีที่มีคนไป แค่ ๓ คน นี่ละครับคือสิ่งที่สะท้อนว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในมาตรา ๘๔ แนวนโยบาย ด้านเศรษฐกิจ ที่ท่านเขียนไว้อย่างชัดเจน จะพัฒนาด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องระบบขนส่ง ถนนไร้ฝุ่น ถนนทางหลวงแผ่นดิน เพื่อที่จะส่งเสริมความเท่าเทียมการไปมาหาสู่ของพี่น้องปวงชนชาวไทย อํานวยด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องปวงชนชาวไทย สะท้อนชัด ๆ ครับผมไม่อธิบายมาก ศพ ๑๓ ศพอธิบายแทนครับ นี่อย่างไรครับรัฐบาลก็บอกได้ว่าสําเร็จไปกี่กิโลเมตร ๆ ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ท่านบอกสําเร็จไปครึ่งหนึ่ง แล้วจังหวัดน่านบ้านผมมันคืออะไร พี่น้องประชาชนเขาเดินขบวนครับ ถนนทางหลวงแผ่นดินเชื่อมระหว่างนาน้อยกับเขตแพร่ อยู่ในเขตควบคุมของแขวงการทางแพร่ ผุกร่อนสร้างมากว่า ๒๐ ปีไม่ได้รับการเหลียวแล ทั้ง ๆ ที่เราพยายามติดต่อประสานงานอยู่ตลอด นี่อย่างไรครับคือสิ่งที่ท่านบอกว่าสัมฤทธิ์ผล ถ้าดูตามเอกสารนะครับเป็นสมาชิกเคลิบเคลื้มมาก ทําได้ ๆ ผมดูแล้วนี่ได้ทํามากกว่า ไม่มีผลสัมฤทธิ์ ไม่มีผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถ้าท่านจะบอก ท่านก็ต้องบอกว่าได้ทํานะ อยู่ในช่วงการติดตามประเมินผล อันนี้ผมจะไม่ว่าอะไรครับ เพราะเรารู้กัน ระยะเวลาแค่ ๑ ปีนี่ ๓๐ ธันวาคม ถึง ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๕๒ มันอาจจะไม่สัมฤทธิ์ทุกอย่าง แต่ท่าน มาบอกว่าทําได้ ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่ท่านบอกได้เก่งที่สุดคือบอกตามป้ายครับ มีป้ายขึ้นทุกที่ ทุกแห่งที่ท่านบอกว่าทําได้ แต่ข้อเท็จจริงได้ทํา แล้วก็ทําไม่ได้สําเร็จด้วย บางครั้งเหมือนกับ ปรุงอาหารครับ ท่านได้โขลกน้ําพริก ท่านได้เด็ดผักใส่ ท่านบอกได้ทําแล้ว ก็ไม่ว่าครับ นี่คือการทําอาหาร แต่ท่านยังไม่ได้แกงเลยครับ คนจะกินก็ยังไม่ได้กิน นี่เปรียบเทียบง่าย ๆ ท่านประธานครับ นี่เป็นเรื่องแรกที่ผมสะท้อนในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในมาตรา ที่เกี่ยวด้วยกับด้านเศรษฐกิจนะครับ ระบบขนส่ง

อีกเรื่องเดียวครับ ทางด้านเศรษฐกิจนี่ผมยกเป็นพิธี ที่จะเป็นปัญหาอุปสรรค สะท้อนให้เพื่อนสมาชิกอภิปรายเยอะ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกที่เตรียมเรื่องนี้โดยเฉพาะ คือโครงการประกันรายได้ที่รัฐบาลพยายามจะบอกกับพวกเราตลอดเวลาว่าเป็นโครงการที่ ภาคภูมิใจที่สุด ท่านประธานครับ ผมก็ดีใจกับพี่น้องเกษตรกรถ้าเขามีรายได้จริง แต่ปีนี้ รัฐบาลไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะอะไรครับ เพราะราคาพืชผลการเกษตรเหล่านั้นมันดี จะดีเพราะฝีมือรัฐบาล ผมไม่รู้ แต่ว่าภัยธรรมชาติสิ่งที่กระทบกับความเป็นอยู่พี่น้องประชาชน ข้าวโพดปลูก ๓ ครั้งนะครับ ถึงจะมีโอกาสได้งอกเงยขึ้นมา ภัยแล้งครับ ขอชดเชยภัยแล้ง ผมกราบขอบคุณคณะรัฐมนตรีอนุมัติตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมครับ แต่เงินยังไม่ได้ถึงมือ ชาวบ้านครับท่านประธาน นี่คืออะไรครับ นี่คือความล่าช้าและล้มเหลวของเชิงการนํา นโยบายสู่การปฏิบัติ เป็นหน้าที่ของใครครับ คณะรัฐบาลครับ รัฐมนตรี แล้วก็แขนขาของ รัฐบาลที่นํานโยบายสู่การปฏิบัติ จะให้ผมชื่นชมคงไม่ได้ครับ อันนี้คือเรื่องจริง ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งต่อไปที่ผมอยากจะเรียนสะท้อนเกี่ยวกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในมาตรา ๘๐ เกี่ยวกับด้านสังคมและวัฒนธรรม การศึกษา การสาธารณสุข เอาตัวอย่าง ง่าย ๆ ครับ ที่รัฐบาลเองภาคภูมิใจ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบล จริง ๆ ผมก็ ไม่อยากพูดเรื่องนี้มากเท่าไร แต่ว่าฐานะที่เป็นแพทย์ สะท้อนครับ ช่วงที่เขารัฐประหาร ผมอาสาสมัครไปเป็นแพทย์อยู่ที่สถานีอนามัย ท่านยกเลิกโครงการเหล่านั้นหมด ตั้งใหม่ครับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบล มีป้ายครับ สวยงามครับ งบประมาณ ที่ให้ไปแห่งละ ๘๐๐,๐๐๐ บาทนี่ทําป้าย ทําอาคารสถานที่ แต่ส่งเสริมคุณภาพ ถ้าดูตาม เจตนารมณ์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านบอกว่าต้องจัดระบบบริการให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน ชาวบ้านดีใจมากครับ บอกได้โรงพยาบาล โรงพยาบาลความหมายมันบอกชัดครับ ได้โรงพยาบาลกลับไปปุ๊บ ความคาดหวังก็คือต้องเจอคุณหมอ กลับไป บ่เอา ชาวบ้านผมพูด อย่างนั้นครับ ต้องขออนุญาตใช้ภาษาถิ่น เพราะหมอก็คือหมอคนเดิม พยาบาลก็พยาบาล คนเดิม ท่านไม่ได้ใส่ใจที่จะพัฒนาเรื่องคุณภาพ เรื่องคนเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมสะท้อนก็คือ ปัญหาและอุปสรรคที่ท่านสร้างความคาดหวังให้กับพี่น้องประชาชนบนพื้นฐานที่ให้เกิด ความแตกแยกกับผู้ให้บริการด้านการแพทย์ การสาธารณสุข ท่านประธานครับเรื่องนี้ นี่ท่านภูมิใจมากทําไป ๑,๐๐๐ แห่ง แล้วจะทําครบทุกแห่งในปี ๒๕๕๕ นี่คือสิ่งที่เป็นภาพสะท้อนในการนํานโยบายสู่การปฏิบัติเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๗๘ แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เขียนกว้างมาก ผมจะเอาสภาพจริง มายกตัวอย่างให้ท่านประธาน ฝากไปยังคณะรัฐมนตรีในฐานะเป็นองค์กรบริหารสูงสุดครับ ใน (๓) กระจายอํานาจให้องค์กรปกครองสู่ท้องถิ่น สิ่งที่สมาชิกโดยเฉพาะรัฐสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้ได้พบเจอในปี ๒๕๕๒ งบประมาณที่ผ่านการจัดสรรของรัฐสภา ผ่านอนุมัติ ของรัฐสภาลงสู่พื้นที่ปรากฏว่าถูกปรับเปลี่ยนโครงการทั้งหมด ทุกท่านทราบกันดี ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ทราบดีเพราะมีเพื่อนสมาชิก มีพี่น้องประชาชนสะท้อนปัญหาไป นั่นคืออะไรครับ นั่นคือท่านไม่ได้เข้าใจ ไม่เข้าถึงเรื่องของสิ่งที่ท่านเขียนในหนังสือเล่มนี้เลย ที่จะกระจายอํานาจให้เขา แต่ท่านกระจายแล้วท่านตามไปล้วงอํานาจ งบอุดหนุนทั่วไป ที่จัดสรรให้ พอมีโครงการไทยเข้มแข็งมา ผลพวง ท่านก็เอาโครงการไทยเข้มแข็งไปทดแทนให้ ที่ละล้านสองล้านบาท ตามสภาพขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ แล้วทําอย่างไรครับ บอกว่าเงินอุดหนุนงวดต่อไปขอคืน คืออะไรท่านประธานครับ นั่นคือตัดความเป็นอิสระของ ท้องถิ่นในการที่จะบริหารจัดการด้วยเงินของเขาเอง เขาคิดแผนงานโครงการไว้เรียบร้อย ทั้งหมด พอดึงเขาคืน ถามว่าแผนงานโครงการเหล่านั้นเขาจะเอาเงินที่ไหนไปทํา เอาแผนงาน โครงการไทยเข้มแข็งไปใส่แทนได้ไหม ไม่ได้ครับท่านประธานครับ เพราะแผนงานโครงการ ไทยเข้มแข็งระบุโครงการเป้าหมายไว้ชัดเจน และที่สําคัญผมก็ไม่แน่ใจว่าทําไมเอาแผนงาน โครงการไทยเข้มแข็งใส่ไปทั่วประเทศ บางแห่งเขาบอกว่าเอาแผนงานโครงการไทยเข้มแข็ง ใส่มาแล้วลงตามมาเก็บได้ ไม่ใช่เก็บดอกเก็บผลนะครับท่านประธานครับ เก็บประโยชน์เข้าสู่ ตัวเอง เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่ผมบอกว่า นี่ละครับคือภาพสะท้อนที่พี่น้องประชาชนเขาบอก ผมไม่เอางานวิจัยที่ไหนมาบอกหรอกท่านประธาน นี่คือเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้นในพื้นที่ สะท้อนอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมต้องการบอกกับท่านประธาน ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาเป็นนโยบายและนําสู่การทํางาน และแจ้งมาในเอกสารเล่มนี้ ความภาคภูมิใจของท่าน เรื่องของการส่งเสริมการสนับสนุน ความรู้รักสามัคคี ใน (๖) ท่านประธานครับ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา ผมเองกราบเรียน ด้วยความเคารพครับ พื้นฐานสังคมเกิดความระส่ําระสาย แตกแยก วุ่นวาย เพราะอะไรครับ เพราะท่านคิดไม่รอบด้าน สิ่งที่ท่านคิด คิดเพียงแต่จะเอาในสิ่งที่ท่านทําได้ ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ครับ สังคมแตกแยกจากอะไร จากการให้ค่าตอบแทน การปรับเงินเดือน เอาตัวอย่าง ง่าย ๆ นี่ครับ ผมดีใจครับที่พี่น้อง อสม. ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เขาได้รับค่าตอบแทน เพราะว่า เป็นฐานรากที่สําคัญที่สุดในการทํางานในชุมชน ในระดับหมู่บ้าน แต่สิ่งที่พี่น้อง อสม. ต้องรับค่าตอบแทนด้วยความรันทดก็คือว่าถูกคนอีกกลุ่มใหญ่ตั้งข้อรังเกียจ ประเด็นการอุทิศตัว การมีส่วนร่วมกับชุมชนมองหน้ากันไม่ติด ประธานแม่บ้านที่ไม่เป็น อสม. มอง อสม. ก็ไม่ติด นี่อย่างไรครับ คือสิ่งที่ท่านคิดไม่รอบด้าน คิดจะขึ้นเงินเดือนให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คิดจะขึ้นเงินเดือนให้กับทางท้องถิ่น เขาถามว่าเลขานุการ อบต. ทําไมเงินเดือนแค่ ๔๖ บาท ทําไมไม่ขึ้น ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้คิด คิดเพื่อคนส่วนใหญ่หรือเปล่า หรือคิดเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เพียงหวังว่าเขาจะช่วยท่านในเรื่องคะแนนเสียง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นปัญหาอุปสรรคใหญ่ในเรื่องของสังคมแตกแยก ผมยกตัวอย่างครับ ในพื้นที่ผมมีเยอะ ภาคเหนือมีเยอะครับ คือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ฝ่ายความมั่นคง รัฐบาลเองไปทําให้เขาแตกความรักความสมัครสมานสามัคคี มอบเงิน ๒๕,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว ให้กับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่มีคุณสมบัติ วันที่ ๑๔ มีนาคมครับ ท่านเตรียมรับไว้เลยครับจะมีคนกลุ่มใหญ่ที่เป็นทหารผ่านศึกทั่วประเทศ มาพบท่านที่นี่ครับ ไม่ลานพระบรมรูปทรงม้าก็หน้าทําเนียบรัฐบาล ไม่หน้าทําเนียบรัฐบาล ก็หน้ารัฐสภา พวกผมช่วงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เป็นสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติ ตัวแทนปวงชนชาวไทยที่ไร้เกียรติที่สุดครับ เพราะเวลาเข้ารัฐสภาต้องอ้อมไป ด้านหลังครับ ด้านหน้าถูกปิดกั้นขังคอกหมด บ้านผมเรียกขังคอก มีเกียรติตรงไหน ท่านประธานครับ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์หายหมดครับ อย่าว่าแต่ผู้แทนที่ทรงเกียรติเลย เงินเดือนที่ให้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่รอหวังมากครับ เพราะเขาไม่ได้รับการเหลียวแล ข้าราชการ บํานาญครับ นี่คือความคิดไม่รอบด้านของท่าน แทนที่ท่านจะทํานโยบายตามแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ ทําผลงานให้เป็นที่ถูกใจ เป็นที่ชอบใจของคนส่วนใหญ่ทั่วประเทศ ท่านกลับไปทําลายคนกลุ่มหนึ่ง ส่งเสริมคนกลุ่มหนึ่งทําให้สังคมแตกแยก ท่านไม่ต้องถาม แล้วมันเกิดจากอะไร ประเทศไทยรบประเทศเขมรเกิดจากอะไรไม่ต้องถามครับ เกิดจาก การกระทําของผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ทั้งนั้น ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเองตามที่ท่าน เสนอผลงานตรงนี้เข้ามาให้เสนอต่อรัฐสภา ในฐานะที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย ผมสรุป ตรงนี้เลยครับว่าสิ่งที่ท่านตรงนี้ท่านทําได้ทุกอย่างครับ แต่ได้แค่พูดว่าได้ทํา ๒. มีป้ายขึ้นทุกที่ ว่าได้ทํา ๓. บางอย่างทําครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วสุดท้ายครับไม่มีผลสัมฤทธิ์ ไม่มีประโยชน์อันใด ที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เขาที่จะรับได้ เขาทนครับ เขารอที่จะบอกท่านในวันเลือกตั้ง วันนั้นก็มาดูกัน ขอบคุณท่านประธานครับ