สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

นริศ ขํานุรักษ์ แสดงผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำผลงานการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวและผลงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาไฟป่า หมอกควัน ปัญหาตลิ่งพัง และปัญหามาบตาพุด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายในรายงาน แสดงผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ดังต่อไปนี้นะครับ ภายใต้ความปรวนแปรของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วโลกและประเทศไทย ซึ่งก่อปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ําท่วม ภัยแล้ง แผ่นดินไหวและวาตภัย ภายใต้ความต้องการ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อการดํารงชีวิต เพื่อการค้า การลงทุน และเพื่อรักษาความสมดุลของธรรมชาติ ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ได้บริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีผลที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง โดยผมมีเหตุผลที่จะ ประกอบดังต่อไปนี้

เรื่องที่ ๑ รัฐบาลของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําให้ป่าเพิ่มขึ้นเป็น ๓๓ เปอร์เซ็นต์ วันที่พลเอก ชวลิต มอบตําแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อมายังท่านชวน หลีกภัย ขณะนั้น ป่าทั้งประเทศมีอยู่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วสิ้นสมัยท่านชวน หลีกภัย ป่ากลับมามีถึง ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านชวนทําตั้งแต่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ มาเป็น ๓๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วหลังจากนั้น รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านสมชาย ท่านสมัคร ไล่ลงมาป่าลดลงเรื่อยครับ จาก ๓๓ เปอร์เซ็นต์มาเป็น ๓๒ เปอร์เซ็นต์ มาเป็น ๓๑ เปอร์เซ็นต์ มาเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จนมาถึงปีนี้ครับ ปีที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ป่าเพิ่มขึ้นมาเป็น ๓๓ เปอร์เซ็นต์ครับ นี่เป็นผลงานเรื่องการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นถึง ๓๓ เปอร์เซ็นต์ และผมคิดว่าหากรัฐบาลนี้ยังมีเวลาบริหารจัดการเรื่องนี้ต่อไป ผมเชื่อว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นเป้าหมายสากลว่าประเทศหนึ่งควรมีป่าไม้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าเป็นไปได้นะครับ

เรื่องที่ ๒ ปัญหาใหญ่ในโลกขณะนี้คือปัญหาไฟป่า หมอกควัน ปัญหานี้ เริ่มเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐอเมริกา ในประเทศออสเตรีย รวมถึง ประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ ๘ จังหวัดทางภาคเหนือ ไม่ว่าจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลําพูน จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดลําปาง จังหวัดแพร่ เป็นปัญหาที่มีปัญหาต่อสุขภาพ เป็นปัญหาที่มีต่อเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะ ๘ จังหวัดนี้ เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยว รัฐบาลชุดนี้ได้จัดสรรงบประมาณมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ถึงร่วม ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท สําหรับการแก้ไขปัญหาแนวกันไฟ ไฟป่าและหมอกควัน เช่นเดียวกันครับรัฐบาลชุดนี้ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ผูกพันให้ หน่วยงานตั้งงบประมาณร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะป้องกันการพังทลายของตลิ่ง ซึ่งประเทศไทยมีตลิ่งพังปีละประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ทุกปีนะครับ ซึ่งมูลค่าผืนดินที่เสียหาย ก็ประมาณปีละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลได้ลงทุนครั้งเดียวครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อป้องกันตลิ่งพังในอ่าวไทย ในอันดามันและในทะเลสาบ เป็นงบประมาณก้อนใหญ่ที่สุด ที่เข้าไปดูแลเรื่องตลิ่งพังซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต เช่นเดียวกันท่านประธานครับ กรณีมาบตาพุด ถ้ารัฐบาลนี้ไม่ทุ่มเททํางานจริง ๆ คนลงทุน นักลงทุนกําลังย้ายฐาน การลงทุนจากประเทศไทยไปประเทศอื่นแล้วครับ ชาวระยองหวั่นไหวต่อปัญหามาบตาพุด แต่ด้วยความตั้งใจของรัฐบาลชุดนี้ การตั้งคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย ที่มีท่านอานันท์ เป็นประธาน การออกกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและการอนุมัติงบประมาณถึง ๑,๓๐๐ ล้านบาท ในการแก้ไขปัญหามาบตาพุด วันนี้มาบตาพุดกลับมาเป็นที่น่าสนใจ สําหรับนักลงทุนอีกครั้งหนึ่ง วันนี้มาบตาพุดไม่เป็นที่น่ากลัวอีกแล้วสําหรับคนจังหวัดระยอง

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการบริหารจัดการน้ํา รัฐบาลชุดนี้ครับ ที่ประกาศว่าต้องบริหารจัดการน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําครับ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลก่อนหน้านี้ บริหารจัดการไปดูในแนวนโยบายของรัฐบาลก็ได้ครับ บริหารจัดการเพียง ๒ ลุ่มน้ํา เท่านั้นเองครับ เลือกเอาจาก ๒๕ ลุ่มน้ํา คือลุ่มน้ําเชียงใหม่กับลุ่มน้ําโคราชเท่านั้นเอง แต่รัฐบาลชุดนี้ทําไปพร้อม ๆ กันถึง ๒๕ ลุ่มน้ํา ถือว่าเป็นความเป็นธรรมสําหรับ พี่น้องประชาชน เช่นเดียวกันครับ รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณเรื่องแหล่งน้ํา โดยประกาศว่า จะมี ๑ หมู่บ้าน ๑ แหล่งน้ํา แล้วก็ได้ให้งบประมาณ และงบประมาณที่ผ่านไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ยังจะให้งบเพิ่มเติมสําหรับทําแหล่งน้ําถึง ๙๘๙ ล้านบาท ผมคิดว่ารัฐบาลนี่มีผลงานเรื่อง การจัดการแหล่งน้ําที่เป็นรูปธรรม ปะการังเทียม แนวพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทําเป็นจริงในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยการเอาเศษวัสดุเก่า รถไฟ รถบัส รถขยะของ กทม. รวมทั้งทําปะการังเทียมขึ้นมาใหม่ ขณะนี้ทะเลในอ่าวไทย ผมคิดว่า สมบูรณ์กลับขึ้นมาใกล้เคียงกับในอดีต เพราะว่ามีปะการังเทียม ปัญหาสําคัญของเมืองไทย คือปัญหาที่ดินทํากิน ที่ดินป่าไม้ ผมคิดว่าหลักของรัฐบาลชุดนี้ ผลงานของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเททําแนวเขตป่าให้ชัดเจนขึ้น การจําแนกที่ดินโดยการทําแผนที่ระหว่าง ในมาตราส่วนเดียวกันทุกส่วนราชการ แล้วก็การมีภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังได้ถึง ปี ๒๔๙๕ ปรากฏว่าสิ่งเหล่านี้จะทําให้โฉนดชุมชนเป็นจริงมากยิ่งขึ้น แล้วจะได้แก้ไขปัญหา การบุกรุกพื้นที่ป่าของประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอยู่ในทุกขณะ

สุดท้าย โครงการที่ผมเคยกราบเรียนกับท่านประธานว่า โครงการพระราชดําริ โครงการพระราชเสาวนีย์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี้มีมากครับ รัฐบาลแทบไม่ต้องคิดใหม่เลย เพียงแต่เอาเงินเข้าไปสนับสนุนโครงการเหล่านี้ครับ ก็จะสามารถปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ ไม่ว่าจะเป็นฝนหลวง เพียงแต่เอาเงินเข้าไปสนับสนุนโครงการเหล่านี้ครับ ก็จะสามารถปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ และดูแลสิ่งแวดล้อมได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการฝนหลวง บ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการ พระราชเสาวนีย์ทุกโครงการ โครงการพระราชดํารัสทุกโครงการได้รับการดูแลเอาใจใส่จาก รัฐบาลนี้ด้วยดีเสมอมานะครับ ถึงกับบางโครงการได้มีมติคณะรัฐมนตรีอย่างจริงจังเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหากราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลมีผลงานทางด้านการปกป้องรัพยากรธรรมชาติ ด้านปราบปรามการบุกรุกทําลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างชัดเจน แม้ว่าบางผลงานจะยังไม่มี ประจักษ์ชัดบ้าง เพราะว่าเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนาน แต่ว่าหลายผลงานผมคิดว่า เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติครับ ท่านประธานครับ