มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 และข้อสังเกตเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล โดยแนะนำการเพิ่มการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาท้องถิ่น โดยเฉพาะปัญหาน้ำประปา
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ภายใต้กรอบนโยบายงบประมาณรายจ่ายประจําปีโดยภาพรวมแล้ว ดิฉันเองก็ขอสนับสนุนในหลักการ สิ่งที่จะพูดต่อไปอาจจะเป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นบางมุมที่ตัวดิฉันเองมีความสนใจ เนื่องจากว่างบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๔ เราทุกคนทราบดีว่าเป็นการกําหนดนโยบายแบบขาดดุล ซึ่งขาดไป ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หากเทียบเป็นสัดส่วนก็คือร้อยละ ๔.๑ ของผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ แต่ว่าทุกคนก็เข้าใจดีว่าเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบาย ตามยุทธศาสตร์ที่สําคัญของรัฐบาล โดยที่ทางรัฐบาลได้กําหนดนโยบายเอาไว้ ๖ ประการ และยุทธศาสตร์ทั้งหมด ๘ ยุทธศาสตร์
ส่วนตัวของดิฉันเองมีความสนใจในนโยบายที่ ๖ คือการส่งเสริม การกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น เพื่อเป็นการเร่งรัดการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจถ่ายโอน ของท้องถิ่น ซึ่งได้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ ๘ คือการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในหัวข้อ ๘.๑ คือการส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครอง และรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ จํานวนเงิน ๑๗๓,๙๐๐ ล้านบาท ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ๗,๘๕๑ แห่ง หากคิดเทียบเป็นสัดส่วนแล้วคิดเป็นร้อยละ ๒๖.๑๔ และเมื่อเราย้อนกลับไปเปรียบเทียบ กับเมื่อปี ที่แล้ว ๒๕๕๓ ปี ที่แล้วนั้นทางรัฐบาลได้จัดสรรไปให้ ๒๕.๐๒ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเป็นการที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณนะคะ ถ้าถามว่าในตัวแทนของท้องถิ่น ก็ขอบคุณรัฐบาลที่ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่แต่ละท้องถิ่น มีปัญหา แล้วก็สภาพภูมิประเทศ แม้กระทั่งวัฒนธรรมก็แตกต่างกัน ดังนั้นในภาพรวม ของงบประมาณที่จัดสรรลงไปทางรัฐบาลได้รวม อย่างเช่น เบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ ค่าตอบแทนของ อสม. หรือว่าจะเป็นเงินสวัสดิการของผู้พิการ ตลอดจนนมโรงเรียน ซึ่งเป็ นนโยบายเป็ นการเพิ่มการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนลงไปด้วย ซึ่งรวมอยู่ ในเงินจัดสรรก้อนนี้ ถ้าหากมองภาพว่า ๒๖.๑๔ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นยอดที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากมอง อีกมุมหนึ่งการที่เงินเป็นเงินรายได้คงที่ก็จะเหลือเงินที่ใช้ในการแก้ปัญหาของท้องถิ่นนั้น ค่อนข้างที่จะน้อย เพราะว่าเมื่อหักลบเงินยอดนี้ออกไปแล้วเงินที่ทางท้องถิ่นจะได้ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะอยู่ประมาณ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอย่างที่บอกว่าท้องถิ่นเอง อยากที่จะแก้ปัญหา แล้วก็เป็นการสร้างความเจริญให้ประชาชนในพื้นที่ของตนเองนั้น มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี อย่างเช่น เรื่องเกี่ยวกับนํ้าประปา เรื่องถนน เรื่องไฟฟ้ำ ซึ่งในปัจจุบันนี้เรื่องประปาค่อนข้างจะเป็นปัญหากับพ่อแม่พี่น้องชาวต่างจังหวัด เป็นอย่างมาก แล้วยิ่งในภาวะปัจจุบันนี้เป็นภาวะภัยแล้ง หลาย ๆ ที่ต้องขอรถนํ้าจาก อบต. บ้าง บางที่ไม่มีก็ต้องไปขอที่ อบต. ข้างเคียง หรือว่าไปขอที่เทศบาล ปัญหาตามกลับมาก็คือว่า บางครั้งรถที่จะไปเอานํ้ามาเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคนี้กลับหานํ้าไม่ได้ เทศบาลบางที่ ขัดสนไม่กล้าที่จะจําหน่ายนํ้าให้กับ อบต. ในบริเวณข้างเคียง เพราะกลัวว่าในพื้นที่ของตัวเองนั้น จะไม่พอใช้ ซึ่งตรงนี้เองก็อยากจะฝากกับทางรัฐบาลว่าการที่จะจัดสรรเงินงบประมาณ ลงไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น อยากจะให้เป็นการแก้ปัญหาโดยที่ว่า คนในพื้นที่นั้นเขาได้ใช้เงินงบประมาณในส่วนนี้แก้ปัญหาของตัวเขาเอง ซึ่งในสัดส่วนที่ทางรัฐบาลจัดสรรลงไปก็อยากจะฝากบอกว่าหากเป็นไปได้ในงบประมาณ ของปี ๒๕๕๕ หากว่าท่านได้มีโอกาสกําหนดนโยบายในการจัดสรรงบประมาณแล้วก็ อยากจะให้เพิ่มสัดส่วนของการกระจายอํานาจลงไปที่ท้องถิ่นให้ได้มากขึ้นกว่านี้ หรือถ้าหากว่าเงินค่าตอบแทนของ อสม. และถ้าเกิดส่วนกลางอยากจะเอากลับคืนไป ในของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ทางท้องถิ่นเองก็จะได้เพิ่มงบประมาณตัวนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะ ได้ใช้ในการแก้ปัญหาพื้นที่ของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในส่วนตัวของดิฉันเองก็คงมี มุมมองในลักษณะแบบนี้หลาย ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ภาคการเกษตรก็คงมีเพื่อนสมาชิกท่านอื่นนั้นคงมีอีกมุมมองหนึ่ง ในขณะนี้ดิฉันเอง ก็คงต้องขอบคุณรัฐบาลที่เพิ่งผ่านวิกฤติมา แล้วพวกเราเองก็ต้องมาใช้เวลากันเร่งรีบ ในการจะจัดสรรงบประมาณของปี ๒๕๕๔ ขอขอบคุณไปทางคณะรัฐบาลทุก ๆ ท่าน ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณค่ะ