อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงพาณิชย์ 16% เพื่อสนับสนุนการค้าขายและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนระบบการผลิตจาก "แมส โปรดักชัน" เป็น "สมาร์ท โปรดักชัน" และเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะข้าวและผลไม้
ก็ถูกแล้วครับ คือจะได้ทราบว่างบประมาณที่ได้เพิ่มมา ๑๖ เปอร์เซ็นต์ที่จะขออนุมัติท่านสมาชิกสภานี่ เราจะไปต่อยอดต่อแต้มสร้างแต้มต่ออย่างไร แต่ละเม็ดเงินเพื่อจะได้เกิดความเข้าใจตรงกัน เพราะว่าถ้าท่านสมาชิกสภาไม่สนับสนุนงบประมาณ แล้วก็ต้องขอบคุณหลายท่านบอก อยากให้กระทรวงพาณิชย์มีมากขึ้น เราก็อยากได้มากขึ้น แต่ว่าได้เพิ่มมา ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นแล้วและภายใต้ข้อจํากัดของภาวะทางเศรษฐกิจอย่างนี้เราก็มุ่ง ทํางาน เรื่องเงินนี่เป็นรอง เอาเหงื่อ เอางาน เอาสมอง นี่เป็นตัวนํา เพราะฉะนั้นประเทศ มาเลเซียนี่เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเราในอาเซียนและมีอัตราการเติบโตที่ดีมาก แม้ว่ายังมี ปัญหาอุปสรรคบางเรื่องที่จะต้องไป วันที่ ๙ นี่ครับผมก็จะนําคณะเข้าไปเยือน ๕ รัฐ ภาคเหนือของประเทศมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นกลันตัน เปดัก เปอร์ลิส กันตัง ปีนัง เป็นต้น การขับเคลื่อนอย่างนี้เป็นเรื่องที่เรียนว่ารัฐบาลได้กําหนดวิสัยทัศน์ในการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการให้นํ้าหนักกับการค้าชายแดนในวงแหวนรอบอาเซียนของเรา แล้วก็ในส่วน ประเทศคู่ค้าของเราที่มีมา ก็เรียนว่าทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทําไมรัฐบาลจึงเพิ่มงบประมาณ ให้กระทรวงพาณิชย์ถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ และเราก็บูรณาการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในเรื่องการวิจัย พัฒนา และต่อยอดโดยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนระบบจาก แมส โปรดักชัน (Mass production) เป็ นสมาร์ท โปรดักชัน (Smart production) สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรของเรา ข้าวก็จะเพิ่มเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์ เป็นข้าวจีไอ (GI) ก็คือข้าวที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการยอมรับ รับรองระหว่างประเทศ เราอยู่แบบเดิม อีกไม่ได้ครับ ผมเพิ่งกลับจากกวางโจว เซินเจิ้น ผมเรียนว่ากวางโจว เซินเจิ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพราะว่าคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เข้าไปเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหาร และพัฒนาผลไม้แห่งชาติ มีท่านธีระ วงศ์สมุทร ที่บูรณาการในฐานะท่านเป็นประธาน คณะกรรมการบริหารและพัฒนาผลไม้แห่งชาติ เพราะฉะนั้นก็เชื่อมโยงกันระหว่าง การผลิตไปสู่การตลาดในและต่างประเทศ คือท่านพาดพิงมาผมก็ต้องชี้แจงนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่าขณะนี้เราเข้าไปเชื่อมโยงตั้งแต่สหกรณ์ เกษตรกร ไปสู่ตลาด กลไกการค้า ให้เกิดความเป็นธรรมอย่างเป็นธรรมที่สุดสําหรับเกษตรกร และไปสู่การค้า ระหว่างประเทศ และไปสู่การทําระบบของการเพิ่มมูลค่าที่เรียกว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ทําแพคเกจจิ้ง (Packaging) ใหม่ ข้าวแทนที่เราค้าเป็นตัน ๆ อย่างในอดีตต่อไปแปรรูปด้วยผลการวิจัย แล้วก็มาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แล้วก็เพิ่มมูลค่า ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ทําแบรนดิ้ง (Branding) ประเทศนิวซีแลนด์ นี่แอปเปิลเชื่อไหมครับ เขาสามารถใช้ยี่ห้อแจซ (Jazz) ขึ้นมา อย่าไปคิดว่าสินค้าอุตสาหกรรมจะมียี่ห้อได้อย่างเดียว ต่อไปแนวคิดรัฐบาลใหม่ชุดนี้ โดยแนวคิดท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นี่คือนโยบายใหม่ ของประเทศ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อไปสินค้าเกษตรทุกตัวจะมียี่ห้อ มียี่ห้อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประเทศนิวซีแลนด์มีแอปเปิลยี่ห้อแจซ ประเทศสหรัฐอเมริกามีแอปเปิลยี่ห้อวอชิงตัน เข้ามาขายในไทย เข้ามาขายในเอเชีย ต่อไปมังคุดไทยต้องมียี่ห้อ ข้าวไทยต้องมียี่ห้อ ผลไม้ทุกชนิดต้องมียี่ห้อ และกระทรวงพาณิชย์โดยสํานักงานพาณิชย์ซึ่งมีอยู่ ๖๖ แห่งทั่วโลกในกว่า ๕๔ ประเทศ จะทําหน้าที่ส่งเสริมการขาย ส่งเสริมการตลาด เคียงบ่าเคียงไหล่กับสมาคมการค้าและเทรดิ้ง คัมพานี (Trading company) ของเรา ทั้งหลาย นี่คือแนวใหม่ทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยกราบเรียนท่านสมาชิกว่าเข้าใจ ในความห่วงใย แต่ว่าผมในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ทําหน้าที่ เป็นเซลส์แมนตระเวนไปตะลอน ๆ ไป แล้วก็พยายามที่จะช่วย จนกระทั่งเราสามารถ ขยายการส่งออกได้สูงถึงกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่ายังอยู่ในภาวะที่ทั่วโลกยังมีปัญหาอยู่นะครับ ประเทศกรีซมีปัญหา เงินยูโรมีปัญหามีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเรา ในการส่งออก แต่เราก็สามารถทําได้ และในไตรมาสนี้เชื่อไหมครับ ประเทศไทย เป็นประเทศที่อัตราจีดีพีเติบโตถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการค้าการขายเพื่อชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ชาวประมง หรือว่าผู้ใช้แรงงานตามโรงงาน จะมั่งมีศรีสุขก็ด้วยการค้าการขาย ในและต่างประเทศแต่บรรยากาศต้องสงบเรียบร้อยครับ บรรยากาศต้องสงบเรียบร้อย เขาเตือนว่ามีเคอร์ฟิวนะครับ ก็จะขอจบเพียงเท่านี้ก่อน ขอบคุณท่านสมาชิกครับ