สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องงบประมาณที่จัดโดยรัฐบาล โดยชี้ว่าการจัดงบประมาณปีนี้ไม่เหมาะสมในการแก้ปัญหาของประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงทุนและการผลิตอาวุธในประเทศ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการปรับปรุงการซื้อของและลงทุนให้ดีขึ้น รวมถึงการเตรียมตัวรับมือการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกับ ท่านนายกรัฐมนตรีคงจะอยู่ในสภา ผมอยากจะพูดเรื่องที่ผมเคยพูดปีที่แล้วเกี่ยวกับ งบประมาณ ผมคิดว่าการจัดงบประมาณปีนี้ผมว่าเลวร้ายกว่าปีที่แล้ว ในเรื่องไหน ท่านประธานครับ ผมกําลังจะบอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าพรรคที่เป็น พรรคเสียงส่วนใหญ่ในรัฐบาลท่านกุมได้เฉพาะกระทรวงการคลังซึ่งเป็นกระทรวงหาเงิน แต่กระทรวงซึ่งเป็นกระทรวงพัฒนา เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ นี่พรรคร่วมรัฐบาลเขาดูแลหมด เพราะฉะนั้นผมจะดูตรงนี้เป็นหลักว่าจัดงบประมาณลงไปอย่างนี้ที่บอกว่าจะสามารถ แก้ปัญหาประเทศชาติได้จริงหรือเปล่า รายได้ที่เข้ามาปีนี้อย่าเพิ่งดีใจนะครับ มันเป็น รายได้ที่ท่านเก็บมาจากการจ่ายภาครัฐ การลงทุนภาครัฐ ยังไม่ใช่เป็นกระบวนการ สร้างโภคทรัพย์ทางสังคมของกระบวนการการผลิตที่แท้จริงเลย ผมอยากจะให้ท่านดู อย่างนี้ ผมจะพูดภาพรวมให้ท่านเห็น แล้วก็อยากจะพูดถึงงบซึ่งท่านตั้งไว้ประมาณ ๑๖.๘ เปอร์เซ็นต์คือ งบเพื่อความมั่นคง เพื่อความเชื่อมั่น และเพื่อความมั่นคงของรัฐ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมคิดว่าที่ท่านตั้งไว้อย่างนี้จะไม่พอในส่วนหลัง หลายคน บอกว่าตั้งงบทหารมากไป ผมว่าไม่พอ เพราะอะไรครับ เพราะผมฟังมาทั้งวัน แล้วก็ ฟังสื่อตลอด ผมรู้สึกอย่างนี้ไม่ได้กระแหนะกระแหนใคร รู้สึกเหมือนกับว่าวันนี้ ผู้บริหารประเทศปล่อยให้สื่อของรัฐและสมาชิกของพรรคตัวเองเยาะเย้ยถากถาง แล้วก็ซํ้าเติมตลอดเวลา แล้วก็มาประกาศว่าประเทศเราอย่างไร ๆ ก็มีผู้ก่อการร้าย ผมดูงบประมาณ ท่านดูเถอะครับ ขออนุญาตอ่านเอกสารที่ผมเขียนไว้หน่อยหนึ่ง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานี่รายได้หลักของแผ่นดิน รายได้หลักที่เข้ามา ๕,๘๐๐ ล้านบาทได้ไปปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวง คมนาคมโครงสร้างพื้นฐาน ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์เท่าไร กระทรวงขาย ๗,๓๐๐ ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมเท่าไร ๖,๗๐๐ ล้านบาท รวมคร่าว ๆ งบที่จะไปพัฒนาและลงทุน ให้เกิดโภคทรัพย์ทางสังคม ๑๙๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอง รวมคร่าว ๆ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้การลงทุนของประเทศนี้จะทําอย่างไร ผมพูดผ่านท่านประธานไปยังองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สภาหอการค้าไทย คุณฟังผมพูดนะครับ คุณต้องมีหน้าที่เสนอต่อรัฐบาลที่คุณคิดว่า จะบริหารประเทศให้ประเทศพัฒนาได้จัดงบประมาณซึ่งเป็นเงินของแผ่นดินให้ตรงกับ ความต้องการของแผ่นดิน ๑๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนครับ ท่านนักธุรกิจครับ ในนี้มันมีงบประจําอยู่ด้วย ผมถามว่าทําไมไม่ดึงเอากระทรวง ๖-๗ กระทรวงนี้สักครึ่งหนึ่งไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะคุณจะได้จัดงบลงได้เต็มที่ วันนี้ใครไม่เห็นด้วย จัดการไปพัฒนาเด็กลงไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเกี่ยวกับ กระทรวงศึกษาธิการ อ้ายนั่นมันจําเป็นระยะยาว บ้านเรากําลังมีปัญหาเพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากการปฏิวัติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน และยังมีผลกระทบต่อสงครามไพร่นะครับ มันเกิดขึ้นจริง และมีปัญหาจริง ๆ จัดงบอย่างนี้แก้ไม่ได้แน่นอน ถ้าท่านจะตอบผมว่าแก้ได้ ท่านต้อง ตอบแบบมีนัยสําคัญว่าโภคทรัพย์ที่จะให้เขาไปขายนี่กระทรวงพาณิชย์ได้ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทจะทําอย่างไร กระทรวงอุตสาหกรรมได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะทําอย่างไร ทั้งหมดที่ผมพูดนี่ผมพูดเรื่องงบประมาณเนื้อ ๆ นะครับ รัฐบาลทุกรัฐบาล ตอนนี้จะต้องเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือเอางบประมาณมาบอกกับสมาชิกรัฐสภาว่า ฉันจะทําอย่างนี้นะ แล้วเราก็มีสิทธิที่จะมาพูด ไม่ใช่ความกรุณาของรัฐบาล เหมือนสมาชิกบางท่านบอกว่ารัฐบาลได้กรุณาให้พูดเรื่องนี้ ไม่ใช่ เป็นหน้าที่ต้องมาชี้แจง ต่อสภา มาขอนัดต่อสภา ผมพูดภาพรวมแค่นี้ แล้วก็สรุปให้ฟังว่าผมยังเห็นว่าจัดปีนี้ แย่กว่าปีที่แล้ว ถ้าไม่แย่อย่างไรก็ช่วยให้การศึกษาผมด้วยครับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมเห็นใจท่านครับ แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จัดการอย่างนี้

เรื่องต่อไป เรื่องงบทหาร ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่าขึ้นมานิดเดียว ขึ้นจากปีที่แล้วก็เยอะอยู่แล้ว ปีที่แล้วเอาไปก้อนแค่นี้ ปีนี้ขึ้นมานิดเดียว ก็ขึ้นจากก้อนแค่นี้ เกษตรมันก้อนแค่นี้ ปี นี้ให้ท่านเท่านี้ ก็เท่านี้เองครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น การตอบคําถามนี่มันต้องยึดโยงกับภาพรวมต่อกองทัพ ผมจะพูดเรื่องอะไรครับ พูดเรื่อง กระบวนการใช้เงินของพวกคุณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไปซื้อ ท่านประธานเป็นนายทหารอยู่ เขาไปซื้อของแต่ซื้อของทุกครั้งมันผูกพันกับการซ่อมบํารุงใช่ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานก็เป็นทหารอยู่ บางยี่ห้อบริษัทนี้ซ่อมไม่ได้และราคาซ่อมแพงกว่าซื้ออีก แล้วซื้ออย่างนี้มันจะผูกพันไปเรื่อย ๆ ทําไมไม่หันซ้าย หันขวา ผมเองนี่หงุดหงิดเรื่องนี้มาก ตอนเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร ท่านประธานเชื่อไหมครับ ลงทุน ทําดินปื นที่เอาไปกรอกในลูกกระสุนที่จังหวัดนครสวรรค์นี่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตั้งแต่ตั้งโรงงานมาทําการผลิตเหมือนโรงเรียนเด็ก ๆ เหมือนโรงเรียนอนุบาล ผลิตได้ ๑๐.๘ เปอร์เซ็นต์ที่ผ่านมา ผลิตอย่างไรครับ ติดเครื่องเต็มที่ครับ ตอนเช้า ๘ โมงติดเครื่อง เพราะเข้าตามทหาร เขารัน (Run) ๒๔ ชั่วโมง อันนี้ ๘ โมงเปิด วอร์ม (Warm) จนเครื่อง ได้ที่แล้วผลิตไปพอถึงบ่ายสี่โมงปิดอีก คือไม่ได้ตั้งใจซื้อและไม่ได้ตั้งใจลงทุนครับ ทําไมผมพูดประเด็นนี้ กองทัพวันนี้ถ้าคุณไม่ปรับปรุงการซื้อของ คุณจะทําให้บุคลากร ในกองทัพไม่มีความรู้เรื่องอาวุธ วันนี้คนซ่อมปืนได้จะเกษียณหมดแล้ว ไม่จริงก็บอกว่า ไม่จริงนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านช่วยบอกด้วย เรื่องจริงนี่ผมรู้มาว่า คนกลุ่มนี้เขาเกษียณหมดแล้ว ผมสงสารประเทศนี้ครับ ไม่อย่างนั้นจะมีทหารที่ไม่รู้ตั้งกรม กอง อะไรขึ้นมาก็มาพูดเรื่องอาวุธแบบคนไม่รู้ ท่านประธานครับ วันนี้อาวุธที่ผู้ก่อการร้าย มีใหม่มาก กระสุนเหล่านั้นถูกเหงื่อมือนี่ ๓ วันมันดําปี๋แล้ว มันหมองไปแล้ว อันนี้ยังใหม่ บอกว่าไปยึดได้ โอ้โฮ นี่มันที่สุดเลยประเทศไทย เพราะอะไรครับ เพราะเอางบประมาณ ไปใช้โดยการซื้อ ไม่ได้ใช้โดยการลงทุน ทั่วโลกเขาซื้อของอย่างไรครับ ซื้อเสร็จคุณต้องมีเงื่อนไขว่ามาสอนให้พวกเราแล้วมาทํา การผลิตที่พวกเรา ซื้ออะไหล่ก็ซื้อในประเทศเราแล้วส่งไปขายต่างประเทศอีก วันนี้เอาเงิน ส่วนนี้ปรับหน่อยได้ไหม ไม่ต้องเสียหน้า ไม่ต้องอายครับ เอาเงินจํานวน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อของเอามาทําการผลิตได้ไหมครับ รัฐมนตรีในคณะของท่านคนหนึ่งก็เก่งมาก แต่ท่าน อยู่ที่กระทรวงยุติธรรมผมคิดว่าท่านคงให้คําแนะนําได้เพราะว่าท่านสนใจเรื่องนี้มาก ผมพูดถึงกระทรวงกลาโหมในฐานะที่ท่านได้เงินไปซื้อของแล้ว ผมบอกว่าอย่าทําตราบาป ให้กับแผ่นดินเหมือนแท่งพลาสติกที่เอามาตรวจระเบิด อายเขามากครับท่านประธาน ผ่ามาแล้วข้างในไม่มีอะไรเลย ซื้อได้เครื่องหนึ่งเป็นล้านบาทก็มี มันเกิดอะไรขึ้น ท่านครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ ภาพรวมของงบประมาณเรื่องตั้งมันจะตั้งอย่างนี้ แต่เรื่องตัดนี่เจ็บปวด เหลือเกินท่านประธาน แต่จังหวัดผมแม่นํ้าลี้ครับ ๑๔๘ ล้านบาทมีหลักฐานหมดว่าชัด ๆ ทําฝาย ๆ ช่วยตัดเหลือ ๒ โครงการ ๒ โครงการท่านประธานคิดว่าเหลือเท่าไรครับ เหลือ ๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท ได้กรุณาตัดแค่ ๑๔๒ ล้านบาทเท่านั้นครับ เหลือให้ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร ผมพูดเรื่องนี้หมายความว่าการตัด การย้ายโครงการ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังได้กํากับดูแลด้วยครับ อย่าอาศัย ช่องทางของกฎหมายวิธีการงบประมาณ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาทําให้เรื่องนี้ มันเสียหายกับงบประมาณเลยครับ แบ่งให้น้อยอยู่แล้วยังไปโยกงบประมาณที่น่าเสียหาย อีกด้วย ผมคิดว่าไม่มีจังหวัดไหนที่เจ็บปวดเท่าจังหวัดผมกับการโยกย้ายงบประมาณ แม่นํ้าแม่ทาทั้งหมดถูกอุทกภัยได้งบไปแล้วตัดจนกระทั่งบัดนี้ผมไม่ทราบว่าจะสร้างได้ หรือเปล่า ผมพูดเรื่องนี้แค่นี้

แต่ที่ผมจะพูดสุดท้าย ผมกําลังจะบอกให้พี่น้องประชาชนว่าตั้งหลักให้ดี ผมกําลังจะบอกให้รัฐบาลว่าสร้างกระบวนการตั้งรับให้ดี ผมกําลังจะบอกนักธุรกิจว่า คุณต้องมานั่งปรึกษาหารือกันแล้วสร้างกระบวนการตั้งรับทางธุรกิจอย่างเร่งด่วน ทําทุกอย่างต้องมียุทธศาสตร์ รายได้จากการท่องเที่ยวมันคงมาเป็นกอบเป็นกํามาก เพราะเขาจะได้มาดูผู้ก่อการร้าย เขาจะได้เดินทางมาดูผู้ก่อการร้ำยแล้วผมคิดว่า กระทรวงการคลัง แล้วกระทรวงที่ผมพูดถึงก็คือกระทรวงยุติธรรมดูตาม้าตาเรือ เสียหน่อยหนึ่ง โอ้โฮ ผมไม่มีบัญชีในธนาคารพาณิชย์ไหนเลยครับท่านประธาน ถูกห้ามทํา ผมตกใจเลยครับ ตกใจกลัวเขาไม่รู้จะตรวจสอบตรงไหนครับท่านประธาน แล้วผมคิดว่าวันนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องปรองดอง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสิ่งอื่น ผมจะบอกท่านว่า อย่างนี้ครับ มันมีเรื่องนกพิราบจับเหยี่ยว นกพิราบมันปรึกษาหารือกัน ทําไมเหยี่ยว กินเราตลอด เหยี่ยวนี้ไม่ดีเหลือเกิน ไม่จริงครับท่านประธาน เหยี่ยวต้องกินนกพิราบ เป็นเรื่องปกติครับ แต่ความไม่ดีมันอยู่ตรงไหน อยู่ตรงนกพิราบทั้งหลายเสือกเลือกเหยี่ยว เป็นหัวหน้า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าประเทศนี้จะไปได้หรือไปไม่ได้อยู่ที่งบประมาณ ฉบับนี้นะครับ อยู่ที่จิตสํานึกของคนบริหารประเทศนี้ว่าคุณจะเอาประเทศไว้หรือจะเอา พรรคการเมืองไว้เพียงบางพรรคเท่านั้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน