สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

รัชดา ธนาดิเรก หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยเรียกร้องให้จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานราชการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อจลาจลและเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ นอกจากนี้ยังเรียกร้องการจัดสรรเงินเพิ่มเติมเพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถสร้างความเข้าใจและความมั่นใจต่อนานาชาติ และเพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในระดับพหุภาคี กลุ่มอาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในหมวดงบกลางที่จัดไว้สําหรับเงินสํารองจ่ายฉุกเฉิน โดยรัฐบาลกําหนด กรอบวงเงินไว้ที่ ๔๗,๖๐๐ ล้านบาทในสภาวะที่บ้านเมืองไม่ปกติเช่นนี้มีการก่อการจลาจล มีการปลุกระดมให้ประชาชนคนไทยลุกขึ้นมาเผาบ้านเมือง ทั้ง ๆ ที่เป็นแผ่นดินเกิด ของตนเอง มีกลุ่มคนที่เป็นผู้ทรยศชาติ หวังจะเห็นประเทศชาติเสียหายล่มจม การตั้ง งบประมาณเพื่อการสํารองฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราไม่อาจคาดการณ์ ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า จะมีความสูญเสีย มีความรุนแรงอย่างไรและโดยผู้ใด เราเพียงทราบแต่วันนี้ว่ายังมีกลุ่มคนที่คิดทําลายชาติ และรอเวลาออกมาสร้าง ความเดือดร้อนให้แก่ประเทศชาติเมื่อโอกาสมาถึง ท่านประธานคะ พี่น้องประชาชนอาจจะ ตั้งคําถามว่างบฉุกเฉินที่ตั้งไว้ถึง ๔๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้นมันมากไปไหมสําหรับเหตุการณ์ ข้างหน้าที่เรายังคาดไม่ถึง แต่ถ้าท่านประธานพิจารณาเปรียบเทียบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในประเทศสหรัฐอเมริกา อาจจะพอทราบได้ว่ามันไม่สูงเกินไปเลย ในกรณีจลาจล ที่เกิดขึ้นที่เมืองแอลเอ ปี ๑๙๙๒ เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดความเสียหายทั้งเมือง รัฐบาลกลาง ของประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นถึง ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท อีกกรณีหนึ่งก็คือเหตุการณ์ ๙๑๑ ที่เมืองนิวยอร์ก รัฐบาลกลางให้เงินช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบกับเงิน ๔๖,๗๐๐ ล้านบาทที่จะช่วยฟื้นฟูกรุงเทพมหานคร พื้นที่อื่น ๆ ที่อาจจะเกิดความหายนะขึ้น ดิฉันคิดว่ามันไม่มากเกินไปเลยนะคะ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่หวังจะทําลายประเทศชาติ นําไปสู่ความเสียหาย ของอาคาร ๓๗ แห่ง มีผู้เสียชีวิต ๘๕ ราย ผู้บาดเจ็บ ๑,๔๐๒ คน และผู้ประกอบการ นับพันที่ได้รับความเสียหาย เปรียบเสมือนตายทั้งเป็น ทุกวันนี้รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาตรการช่วยเหลือไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินสด การลดหย่อนภาษี การหาแหล่งสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า การหาแหล่งค้าขายให้ การเยียวยาต่าง ๆ ส่วนหนึ่ง ก็มาจากเงินกู้แล้วก็หวังว่าหากมีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก เงินฉุกเฉินนี้จะได้จัดสรร มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที แต่ก็ไม่มีการเยียวยาใดหรอกค่ะ ที่จะสามารถชดเชยความเสียหายและลบเลือนความเสียหายที่เกิดขึ้นในใจทั้งหมด ของคนทั้งประเทศให้หมดสิ้นไป ยังมีผู้เสียหายรายใหญ่อีกรายหนึ่งที่ต้องการ ความช่วยเหลือแล้วก็คิดว่าเงินฉุกเฉินนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งก็คือกรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่การเริ่มต้นการชุมนุมในวันที่ ๑๒ มีนาคม จนถึง ๑๙ พฤษภาคม กรุงเทพมหานคร มีค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้แก่บุคลากร ไม่ว่าจะเป็นพนักงานรักษาความสะอาดที่จะต้อง รับผิดชอบทําความสะอาดบริเวณพื้นที่ชุมนุมเก็บกวาดขยะวันละนับพันตัน ถ้าไม่เข้าไปเก็บผู้ชุมนุมก็ขู่จะเผารถขยะหรือขู่ว่าจะเผาศาลาว่าการบ้าง จะต้องจัดเงิน ส่วนหนึ่งให้กับพนักงานที่ดูแลในเรื่องทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล และหน่วยฉุกเฉินต่างๆ คิดเป็ นค่าใช้จ่ายวันละประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตลอด ๒ เดือนที่ผ่านมาก็รวมแล้ว ๑๒๐ ล้านบาท และยังมีค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น จากการเผาทําลายบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเผาสะพาน การทําลายกล้องวงจรปิด ค่าเสียหายเหล่านี้ถ้าได้รับการจัดสรรจากทางรัฐบาลก็จะช่วยเอื้ออํานวยให้ กทม. ลดภาระในเรื่องการบริหารงบประมาณได้เป็นอย่างยิ่ง เพราะในส่วนของกรุงเทพมหานครเอง ก็มีภาระที่จะต้องจัดสรรเงินเพื่อไปใช้ในการลงทุน การพัฒนากรุงเทพมหานคร เพื่อกลับสู่สภาพความเป็นเมืองที่น่าอยู่อีกครั้งหนึ่ง ที่ดิฉันกล่าวไปแล้วไม่ได้หมายความว่า เม็ดเงินฉุกเฉินจะเป็นประโยชน์เฉพาะกรุงเทพมหานครทั่วไปนะคะ เพราะความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการเผาบ้านเผาเมืองนั้นมันก็เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ ด้วย เช่น การเผาศาลากลาง จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดมุกดาหาร ดังนั้น งบฉุกเฉินจํานวน ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ถ้าจัดสรรให้เป็นประโยชน์จะทําให้หน่วยงาน ราชการเข้าไปคลี่คลายปัญหาที่เกิดปัญหาขึ้นได้อย่างทันท่วงทีนะคะ

อีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันจะขออภิปรายสนับสนุนก็คืองบของกระทรวง การต่างประเทศ ในครั้งนี้รัฐบาลจัดสรรไว้ ๗,๖๖๙ ล้านบาท คิดเป็น ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณทั้งหมด จะว่าไปแล้วดิฉันคิดว่ามันน้อยไปด้วยซํ้าสําหรับบทบาทหน้าที่ ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องเป็นองค์กรหลักในการเสริมสร้างสถานะและ บทบาทของประเทศไทยในเวทีนานาชาติอย่างมีเกียรติและสมศักดิ์ศรี วิกฤติการเมือง และจลาจลที่เกิดขึ้น อีกทั้งการเสนอข่าวที่บิดเบือนของสํานักข่าวต่างประเทศบางแห่ง ทําให้นานาชาติไม่มั่นใจและขาดความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งแน่นอนที่สุดความไม่มั่นใจของต่างชาตินี้จะนําไปสู่ผลของการย้ายฐานการลงทุน และย้ายฐานการท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่น จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะต้องเร่งเดินหน้าสร้างความเข้าใจและความมั่นใจต่อนานาชาติ อีกทั้งจะต้องมีบทบาท อย่างสร้างสรรค์กับนานาชาติในระดับพหุภาคี กลุ่มอาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศ จึงเป็นเรื่องสําคัญที่รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ให้แก่ กระทรวงการต่างประเทศทําหน้าที่กอบกู้ศักดิ์ศรีของประเทศไทยคืนมา

สุดท้ายดิฉันขอเป็นกําลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล เดินหน้าในการบริหารประเทศต่อไป อย่าได้ท้อแท้กับเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นนะคะ ขอบคุณค่ะ