สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยเน้นย้ำว่าเป็นงบประมาณที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากที่ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ และมีการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยอภิปรายเรื่องงบประมาณกระทรวงกลาโหมและเกษตร และยืนยันว่างบประมาณกระทรวงกลาโหมไม่ได้เพิ่มขึ้น และรัฐบาลยืนยันแนวทางการปรองดอง และขอความสนับสนุนจากสมาชิกสภาในการดำเนินการตามงบประมาณที่จะช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมจะขอกราบเรียนท่านประธานเพียงสั้น ๆ เพื่อขอความสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกให้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ว่า เป็นงบประมาณซึ่งกําลังนําการเงินการคลังและการใช้งบประมาณของประเทศกลับเข้าสู่ ภาวะปกติหลังจากที่เราต้องฝ่าฟันวิกฤติเศรษฐกิจมา โดยจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจในช่วง ๓ เดือนแรกของปีนี้กลับมาขยายตัวในอัตราที่สูง แล้วก็ทําให้เราสามารถที่จะหยุดยั้ง การใช้อํานาจพิเศษในการกู้เงินและเอาโครงการการลงทุนทั้งหลายซึ่งมีความจําเป็น ในการที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเกษตร การคมนาคม การศึกษา การสาธารณสุข ให้กลับเข้ามาสู่ระบบงบประมาณได้อีกครั้งหนึ่ง โดยมีการขาดดุลอยู่ในเกณฑ์ของกฎหมาย แล้วก็จะทําให้ปัญหาในเรื่องของการเพิ่มขึ้น ของหนี้สาธารณะนั้นเป็นปัญหาซึ่งสามารถที่จะควบคุมได้ แตกต่างจากหลายประเทศ ซึ่งกําลังประสบวิกฤติอย่างต่อเนื่องในโลก แล้วก็ทําให้การประมาณการต่าง ๆ ซึ่งหลายฝ่ายรวมทั้งที่นี่ในสภาแห่งนี้เคยหวาดกลัวในช่วงปีที่แล้ว ขณะนี้ก็ชัดเจนว่าเราได้ ผ่านพ้นสิ่งเหล่านี้มาแล้ว

ประการที่ ๒ งบประมาณฉบับนี้เป็ นงบประมาณซึ่งนําไปสู่ การลดความเหลื่อมลํ้าทางสังคมอย่างแท้จริง โดยการเร่งรัดในการนําเอาโครงการ ของรัฐบาลที่มุ่งสร้ำงหลักประกันความมั่นคงและสร้ำงระบบสวัสดิการให้กับ พี่น้องประชาชนนั้นเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง ตั้งแต่เรื่องของการดูแลเด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ และในส่วนของเกษตรกรที่จะมีการประกันรายได้ เพราะฉะนั้นงบประมาณมองจากในมุม ของเศรษฐกิจก็ดี สังคมก็ดี งบประมาณฉบับนี้มีคําตอบที่ผมเห็นว่าไม่เพียงแต่เหมาะสม กับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ว่าจะเป็นคําตอบสําหรับโครงสร้างงบประมาณในอนาคต อีกด้วย

ส่วนข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกที่ได้มีการอภิปรายนั้น ผมคงต้องขอยืนยันว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แนวทางการอภิปรายบางเรื่องนั้นน่าจะคลาดเคลื่อน จากข้อเท็จจริงเช่นที่เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดจนทําให้พี่น้องประชาชนที่รับฟังการประชุม อาจจะเข้าใจว่าปีนี้งบประมาณของกระทรวงกลาโหมหรืองบประมาณด้านความมั่นคง เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ในขณะที่งบประมาณบางด้านเช่นการเกษตรนั้นกลับลดน้อยลง ที่จริงตรงกันข้ามครับ เปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลที่ท่านได้เป็ นอยู่ในสภาชุดนี้ กลับปรากฏว่าสัดส่วนงบประมาณทางด้านของกองทัพ กระทรวงกลาโหม ลดลงเทียบกับ สมัยของท่าน แต่งบทางด้านการเกษตรกลับเพิ่มขึ้น อันนี้คือข้อเท็จจริงที่อยากจะ กราบเรียนยํ้าให้ท่านได้รับทราบ

สุดท้ายครับ ที่อาจจะต้องเรียนชี้แจงอีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านผู้อภิปราย ท่านสุดท้ายได้พูดถึงความรับผิดชอบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์การชุมนุม และผลกระทบที่ตามมา ขอกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐบาลยืนยันแนวทางที่ได้มีการเสนอ แผนการปรองดอง ผมทําสิ่งนี้มาตั้งแต่การตัดสินใจที่จะเจรจากับแกนนําผู้ชุมนุม ผมตัดสินใจสิ่งนี้มาตั้งแต่การทําแผนการปรองดองที่ได้นําเสนอต่อสาธารณะ แล้วทุกครั้ง กลับได้รับการปฏิเสธจากแกนนํา จากผู้ชุมนุม ที่ไม่ยอมรับข้อตกลงซึ่งเป็นเรื่องของ การประนีประนอม การสมานฉันท์ ที่จะนําบ้านเมืองออกจากวิกฤติ สุดท้ายความเสียหาย ที่เกิดขึ้น ผมทราบดีว่าจะต้องมีการตรวจสอบ รวมทั้งในสภาแห่งนี้ในวันจันทร์ วันอังคาร ที่จะถึงนี้ แต่ก็ขอกราบเรียนครับ ปรากฏเห็นชัดเจนครับว่าความเสียหายหลายส่วนนั้น เกิดขึ้นจากคนที่มีอาวุธ เกิดขึ้นจากคนที่กระทําผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ว่าจะเป็น การวางเพลิง การก่อวินาศกรรมต่าง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่าผมแปลกใจ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทําของคนที่ทําผิดกฎหมายนั้นกลับจะมาเรียกร้องความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในเรื่องของการที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ จากรัฐบาล ที่จริงแล้วใครก็ตาม ที่สนับสนุนการกระทําที่ผิดกฎหมาย ทําให้เกิดการสูญเสียนั้นจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งเรื่องนี้เราคงจะได้มีการพูดกันต่อไปในช่วงของวันจันทร์และวันอังคาร ผมเพียงแต่ยํ้าว่า สําหรับรัฐบาลนั้นการดําเนินการอย่างเคร่งครัดต่อกฎหมายกับผู้กระทําความผิดเป็นสิ่งที่ จําเป็นในการที่จะรักษาระบบของบ้านเมือง แต่ขณะเดียวกันความคิดเห็นที่แตกต่าง ความรู้สึกที่ยังตกค้างอยู่กับพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะได้รับข้อมูลแตกต่างกันไป เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนจะต้องมาช่วยกันแก้ไขต่อไป งบประมาณฉบับนี้สามารถที่จะ รองรับการดําเนินการตามแนวทางของการปรองดองได้ และหากมีสิ่งใดที่จําเป็นจะต้อง ปรับเปลี่ยนแก้ไขในชั้นของกรรมาธิการเพื่อรองรับกระบวนการปรองดองที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต ผมก็มั่นใจว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราจะได้แต่งตั้งขึ้นต่อไปก็คงจะ สามารถทําหน้าที่นี้ได้ และรัฐบาลก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน ผมขอความสนับสนุน จากเพื่อนสมาชิกอีกครั้งหนึ่งสําหรับงบประมาณฉบับนี้ที่จะช่วยให้เราสามารถที่จะ เดินหน้าประเทศไทยของเราได้ ขอขอบคุณครับ