วิทยา จี้รัฐบาลรับผิดชอบงบ 8 แสนล้าน ชี้ขาดดุลสูง-บริหารไม่โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

วิทยา บุรณศิริ แสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลในการพิจารณางบประมาณปี 2554 โดยชี้ว่าขาดดุลสูงถึง 420,000 ล้านบาท ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย และมีความเสี่ยงจากการบริหารงานที่ไม่คำนึงถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการผูกพันงบประมาณในหลายกระทรวง ซึ่งอาจเป็นภาระต่อรัฐบาลในอนาคต จึงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำงบประมาณแบบไม่ขาดดุลและลดการจัดสรรงบผูกพัน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้เงินจากการยึดทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรีก่อนที่คดีจะยุติ และเรียกร้องให้ประธานสภาชี้แจงความรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงยืนยันว่าฝ่ายค้านจะตรวจสอบงบประมาณอย่างเข้มข้นเพื่อค้นหาความจริงแทนการปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความรู้สึกว่าทุกอย่าง มันกระชับไปหมด ก็เกรงใจท่านสมาชิกหลายท่านที่จะต้องแสดงออกถึงความรู้สึก ในความรับผิดชอบต่อภาษีเม็ดเงินของพี่น้องประชาชน ต้องยอมรับว่าความรู้สึก ต่อเหตุการณ์ซึ่งดูเสมือนว่าไม่สมควรที่จะร่วมในการพิจารณางบประมาณ โดยเฉพาะ งบประมาณซึ่งเราได้แสดงความคิดเห็นมาเป็นเวลา ๒ วัน สมาชิกของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมมีความตระหนักดีต่อบทบาทหน้าที่และภารกิจที่พี่น้องประชาชนนั้น มอบหมาย แม้ความรู้สึกลึก ๆ ในสิ่งที่ได้บอกต่อสังคมว่าการไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาล ที่แม้กระผมเองและบุคคลในพรรคได้มีความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน แต่ด้วยสํานึก ในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบเราไม่สามารถที่จะปล่อยให้รัฐบาลได้ดําเนินการเพียงฝ่ายเดียว จึงได้มีความเห็นร่วมกันว่าเหตุนี้สมาชิกของพรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงต้องแสดงความสามารถและต้องร่วมพิจารณานําไปสู่กระบวนการหาความจริง แม้นว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะพูดในหลาย ๆ สิ่งแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่พูดเลย ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าความรู้สึกที่เราเกิดขึ้นและมีต่อสถานการณ์ของบ้านเมือง ผมไม่คิดว่า รัฐบาลจะนําเสนองบประมาณมาสู่สภาผู้แทนราษฎรไวกว่ากําหนด ไม่รู้ ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลนั้นคิดอย่างไร แต่ต้องตามนะครับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ฝ่ำยค้านอยากจะบอกว่าหลายสิ่งที่รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็ นเรื่องของการปรองดอง ความสมานฉันท์ แนวนโยบายของรัฐบาลที่พูดนั้นรัฐบาลยังไม่สามารถปฏิบัติได้เลย ผมจําเป็ นต้องย้อนไปถึงสิ่งที่รัฐบาลได้มีแนวคิดคือการกู้เงิน โดยการกู้ตาม พระราชบัญญัติ และ พ.ร.ก. ที่เสนอต่อสภาแห่งนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามองดูแล้ว ความรู้สึกของรัฐบาล โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ต่อความจําเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้แบ่งในรายละเอียด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทออกเป็น ๒ ส่วน ผมขออนุญาตเท้าความสักนิดนะครับ แต่คิดว่า ไม่เสียเวลามาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก สภาแห่งนี้รับทราบว่าท่านต้องการนําเงิน แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปปิดฐานะการเงินการคลังซึ่งยํ่าแย่ จากคํากล่าวของท่านตอนนั้นครับ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนําไปเพื่อเป็นงบกระตุ้น หรือฟื้นฟูที่เรียกว่าไทยเข้มแข็ง สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าไทยเข้มแข็งหรือใครเข้มแข็ง ท่านประธานครับ อยู่มาสภาแห่งนี้ก็ต้องรับทราบอีกว่าข้อเท็จจริงก็คือมีรายได้เก็บได้เกินกว่าเป้ำ รัฐบาล ได้ใช้เงินในการปิ ดหรือรักษาสถานะเงินคงคลังเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่บอกว่าจะเอาไปรักษาสถานะเงินคงคลัง ก็ถูกใช้ไปแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และรัฐบาลเองก็ทําโครงการขึ้นมาอีก ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบถึงความจําเป็นในการใช้เงินของรัฐบาล สุดท้ายครับรัฐบาลไม่เคยรับผิดชอบเลยว่าอันนี้เป็นความผิดพลาด

เรื่องที่ ๒ ถ้าตามไปดูอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทําเป็นพระราชบัญญัติ ออกเป็นพระราชบัญญัติ มาบอกสภาแห่งนี้ว่ามีความจําเป็นที่จะต้องใช้เงิน แล้วก็มี โครงการ พูดถึงในส่วนของกระทรวงคมนาคม ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวง สาธารณสุข ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลบอกรัฐบาล มีความจําเป็น แล้วก็ให้สภาแห่งนี้ใช้เสียงข้างมากลากไป แล้วก็ใช้เวลาในการผ่าน งบประมาณไม่ถึง ๑๕ นาที รายละเอียดของงบประมาณตามพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมได้กล่าวนั้นไม่มีรายละเอียด และถูกส่งจากสภาผู้แทนราษฎร ไปถึงวุฒิสภา ปรากฏว่าวุฒิสภาไม่เห็นด้วย พลาดอีกเป็นครั้งที่ ๒ รัฐบาลไม่แสดงถึง ความรู้สึกใด ๆ นะครับ กลับบอกว่าในส่วนนี้รัฐบาลจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้ำเป็นจํานวน เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ข้อเท็จจริงรายได้เกินกว่าเป้ำที่รัฐบาลบอกก็คือประมาณ ๒๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งในเดือนเมษายนที่ผมได้ติดตามรายได้ในการจัดเก็บ ๑๕๘,๙๘๔ ล้านบาท สูงกว่าประมาณการที่รัฐบาลกําหนด บวกกับเม็ดเงินส่วนหนึ่งที่กระทรวงการคลัง ได้รับจากการยึดทรัพย์ของ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ๔๙,๒๓๔ ล้านบาท รวมเป็นเม็ดเงินที่รัฐบาลจัดเก็บได้เกินกว่าเป้ำ ๒๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมอยากจะบอกท่านประธานนะครับในส่วนนี้มีข้อสังเกต เงินที่ท่านคิดว่าเป็นรายได้ ของรัฐบาลในส่วนที่ยึดทรัพย์ ผมกราบเรียนต่อที่ประชุม บันทึกไว้ด้วยนะครับ สิ่งนี้ถ้าผลทางคดีความออกมาสภาแห่งนี้จะทําอย่างไร ถ้าเกิดเอาค่าใช้จ่ายตรงนี้ ๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปใช้โดยที่คดีความยังไม่ยุติถือตัวนี้เป็ นรายได้หรือไม่ ตอบให้ชัดครับ

ตามไปดูอีกส่วนหนึ่งนะครับที่ผมไม่สบายใจ จากการที่ได้ติดตาม ในรายละเอียดของรัฐบาลในเรื่องของการทํางบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งเรียนตามตรงว่าจากเหตุการณ์เงินกู้ใน ๒ ส่วนคือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก ตาม พ.ร.ก. และตาม พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทําให้ พวกเราสมาชิกของพรรคเพื่อไทยเชื่อได้ว่าการจัดทํางบประมาณในปี ๒๕๕๔ จะสัมฤทธิผลตามที่รัฐบาลเสนอต่อรัฐสภา ข้อสังเกตในสิ่งที่รัฐบาลได้นําเสนอให้กับ รัฐสภาแห่งนี้ นั่นหมายถึงงบประมาณที่ขาดดุลเป็นวงเงินทั้งสิ้น ๔๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมงบประมาณที่รัฐบาลขอจัดสรรในปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ อยู่ในวงเงิน ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้ครับจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ พ.ร.ก. ที่รัฐบาลออกไปแล้วไม่ได้ตรงไปตามเป้ำที่รัฐบาล ประมาณการเลย การจัดแผนงบประมาณ พระราชบัญญัติงบประมาณที่ขาดดุลนั้น ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยง เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไรนะครับ ผมดูจากการปฏิบัติงาน ของรัฐบาลที่ผ่านมารัฐบาลไม่คํานึงถึงรายได้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือการจัดสรรงบประมาณ ที่เป็นไปในทิศทางที่เป็นรายได้ที่จะเกิดในเชิงบวก ผมสังเกตได้จากรายละเอียด ของงบประมาณที่ลงเป็นรายละเอียดว่า ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นรัฐบาลทําอะไร การบริหารงานทั่วไปของรัฐ ๕๑๙,๐๐๐ ล้านบาท การศึกษา ๔๒๒,๐๐๐ ล้านบาท การเศรษฐกิจ ๔๒๑,๐๐๐ ล้านบาท การสาธารณสุข ๒๐๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท การป้ องกันประเทศ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท การสังคมสงเคราะห์ ๑๓๙,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็นงบประมาณที่จัดสรรในครั้งนี้ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท การบริหารงานทั่วไป ของรัฐ ผมเรียนตามตรงเลยครับว่าในส่วนนี้หักค่าใช้จ่ายหนี้ที่รัฐบาลมีอยู่ที่จะต้องชดใช้ ไม่ว่าเงินคงต้นหรือหนี้สาธารณะ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และส่วนอื่น ๆ ในรายจ่ายประจําไม่เหลืออะไร ท่านประธานครับ การศึกษานี้ถึงแม้ว่าเม็ดเงินจะจัดสรร ลงไป ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เรียนตามตรงนะครับท่านชินวรณ์ท่านเป็นรัฐมนตรี เงินไม่ได้ทําให้การศึกษาประสบความสําเร็จหรอกครับ เพราะที่ได้ทราบมาหลังจาก ที่ท่านเข้าไปกระทรวงศึกษาธิการนั้นมีการยกเลิกโครงการเก่า ๆ ที่เป็นไปตามแผนที่ผ่าน จากสภาแห่งนี้มากมาย มันเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านจะไม่บอกกับสภาแห่งนี้หรือว่าเม็ดเงินที่ผ่านมาในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ต่อเนื่อง มาปี ๒๕๕๔ มันเป็นงบผูกพันผมเข้าใจ แต่บางรายการได้ถูกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง อันนี้เป็ นสิ่งที่เห็นได้ชัดนะครับว่าผมไม่อาจเชื่อมั่นในส่วนของการบริหารงาน ซึ่งท่านเข้าไปดํารงตําแหน่งเพียงไม่กี่เดือน ตรงนี้เป็นสิ่งหนึ่งนะครับแต่ผมก็เชื่อและไว้ใจ แต่ท่านต้องบอกทางนี้ให้ชัด ในชั้นกรรมาธิการอาจจะต้องมีการพูดคุยกัน ในส่วนที่สําคัญ ที่สุดที่เรามองแล้วตระหนักนะครับก็เรื่องของรายจ่ายประจําซึ่งรัฐพยายามเข้าไปผูกพัน โดยเฉพาะงบผู้สูงอายุ น่ากลัวครับ สิ่งเหล่านี้จะไม่ลดลงเลยเพราะกฎหมายที่กําหนด ไปจากสภาแห่งนี้โดยรัฐบาลเป็นคนกําหนดและสภาแห่งนี้ได้ตราขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ เป็นความผูกพันกับผู้สูงอายุไปจนกว่าเขาจะหมดลมหายใจ แต่เมื่อมองแล้วว่าการจัดสรร งบประมาณในหลาย ๆ ส่วนไปในเชิงสังคมมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ อันนี้อันตราย ครับท่านประธาน ทําไมผมต้องพูดอย่างนั้นครับ เพราะสิ่งที่พลาดมานั้น ๒ เรื่องรัฐบาล ประมาณการไม่ถูกเลย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น การจัดเก็บที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการคํานวณของรัฐบาล ไม่สามารถตอบโจทย์ ข้อเท็จจริงในฐานะที่เป็นผู้บริหารได้เลย ต้องกราบท่านประธานนะครับว่าในส่วนนี้เราได้ พิจารณาแล้ว แม้ พ.ร.บ. นั้นจะถูกยกเลิกในเรื่องของ พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านก็จะยังเอางบประมาณในส่วนของที่เป็นอยู่ใน พ.ร.บ. โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข คิดเป็นเงิน ประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอามาฝากไว้ในปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการก่อหนี้ผูกพันบางกระทรวงครับ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นสิ่ง ที่น่าเป็นห่วงครับว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่จะมารับงานใหม่หรือท่านคิดว่า ท่านจะเป็นรัฐบาลตลอดกาลจึงได้ผูกเอาไว้เต็มไปหมดเลย สิ่งนี้นะครับที่ผมกล้าบอก ต่อสภาแห่งนี้ว่าผมต้องตั้งคําถามสู่รัฐมนตรี ถ้ารัฐมนตรีและรัฐบาลมีความเก่งกล้า ทําไมท่านไม่ทํางบประมาณแบบไม่ขาดดุลล่ะครับ เหลือไว้สัก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หากงบประมาณสามารถจัดเก็บรายได้ได้เกินกว่าเป้ำ อีกสัก ๖ เดือนค่อยมาทํา เป็นงบประมาณเพิ่มเติมอันนี้ก็ทําได้ แต่ที่น่าแปลกใจนอกจากเอามาเข้าสภาเร็วกว่ากําหนด ร่วม ๒ เดือน ข้อเท็จจริงก็ควรจะเป็นปลายเดือนมิถุนายนแต่ท่านก็เอามาเข้าก่อน แล้วก็แถมทํางบประมาณแบบผูกพันกันจนกระทั่งไม่สามารถที่จะดิ้นออกไปข้างหน้า ได้เลย สรุปนะครับว่าในส่วนที่เราได้ติดตามว่าการจัดทํางบประมาณของท่านนั้น ขาดดุลอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เลข ๔ ไม่ดีสําหรับท่านเลยนะครับ พ.ร.ก. เงินกู้ ก็ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. เงินกู้ก็ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายการจัดทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ท่านก็ขาดดุลอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะนําพาประเทศไปอย่างไรครับ พี่น้องประชาชนเขาขนหัวลุกนะครับว่าเขามีหนี้หัวละเท่าไร เกิดมาร้องอุแว้จะมีหนี้เท่าไร สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมต้องบอกนะครับว่าหลายกระทรวงที่ท่านสมาชิกได้แสดงความห่วงใย โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ที่เป็ นประโยชน์กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็ นสินค้าก็ดี พืชเกษตรก็ดี นั้นรัฐบาลไม่ได้ให้ความสําคัญเลย การกระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียนตามตรงว่า รากหญ้านั้นคงจะต้องมีความเชื่อมั่น สมาชิกในซีกของพรรคเพื่อไทยได้แสดง ความคิดเห็น ท่านไม่ได้ใส่ไว้รายการของงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ เลย สิ่งเหล่านี้ผมกราบท่านประธาน แม้กระทั่งการใช้จ่ายเงินที่ผมได้ตรวจสอบจากระบบ จีเอฟเอ็มไอเอส ขอแสดงให้สมาชิกในสภาแห่งนี้ได้รับทราบเพียงบางประเด็น นี่พูดถึง ความสามารถในการใช้จ่ายเงิน ยกเว้นกระทรวงมหาดไทยเก่งมาก ไม่ทราบว่าใช้อย่างไร ๘๒ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นผมเรียนตามตรงว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๘ เดือนแล้วท่านใช้เงินไป ๓ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ๘ เดือนนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรม ๑๙ เปอร์เซ็นต์เศษ กระทรวงวัฒนธรรม ๑๙ เปอร์เซ็นต์เศษ กระทรวงคมนาคม น่าแปลกใจ ๘ เดือนท่านใช้เงินไปแค่ ๓๗ เปอร์เซ็นต์เศษ ผมได้ติดตามว่ารายได้ที่เก็บ เกินกว่าเป้ำมันเป็นรายได้ที่เกิดจากการส่งออก ไม่ใช่รายได้จากเงินเอสพี (SP) ไม่ใช่ รายได้จากเงินที่ท่านแจก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลว่า บัดนี้รัฐบาลได้จ่ายเงินโดยเฉพาะไทยเข้มแข็งจ่ายไปแค่ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาแห่งนี้ขนาดไม่รู้ไม่ชี้อนุมัติให้ท่านไป ๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีโครงการที่อนุมัติไป ทีหลังแซงหน้า ถ้าเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ เงินกู้จัดสรร ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รอบสองเบิกจ่ายไป ๔๙ เปอร์เซ็นต์ นี่มาทีหลังแซงหน้าเงินกู้แรก เงินกู้แรกจัดสรรไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไป ๗๘,๐๐๐ ล้านบาท ๘ เดือนครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นนอกจากท่านหาเงินไม่เป็นแล้วท่านยังใช้เงินยังไม่เป็นเลย ยกเว้นกระทรวงมหาดไทย ผมยํ้า รัฐมนตรีบุญจงไม่ต้องมองครับ กระทรวงมหาดไทยนี่ เก่งมากที่ผมนําเรียน ๘๒.๖๕ เปอร์เซ็นต์ รองลงมากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๗๗ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นสอบตกหมด ผมว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าที่จะติดตามว่าเกิดอะไรขึ้น ขนาดกู้ กู้ กู้ เขาให้กู้มาใช้ท่านก็ยังไม่สามารถที่จะบริหารจัดการได้ หรือว่ามันเกียร์ว่าง จนกระทั่งไม่รู้จะทําอะไรแล้วที่กระทรวง

ก็กราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมได้กล่าวมานั้นผมไม่รบกวนเวลาถึง ๓๐ นาที ผมใช้เวลาแค่ ๒๐ นาทีว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะบอกต่อสภาแห่งนี้ว่า ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสําคัญที่สุด ถ้านายกรัฐมนตรีต้องการที่จะสร้างความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เรื่องการบริหารราชการ บัดนี้ท่านต้องตระหนักแล้วว่าจากนี้ไป ท่านจะบริหารราชการแผ่นดินนั้นชอบหรือไม่ เงินที่ท่านเอาไปใช้ในส่วนของการเยียวยา ที่ดูเสมือนว่าท่านออกมาพูดจาต่อสิ่งที่มันเกิดขึ้นในเหตุการณ์ของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ของการสลายการชุมนุมที่ใช้คําว่า กระชับพื้นที่ ขอคืนพื้นที่ จะเป็นกี่หมื่น ล้านบาทก็แล้วแต่ ซึ่งจะต้องอยู่ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ผมขอพูดต่อสภาแห่งนี้ว่า หากเกิดความผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดิน โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีนั้น เป็นผู้ตัดสินใจ และมีความผิดตามที่ศาลได้ดําเนินการในสิ่งที่หลายท่านกําลังพิสูจน์ ท่านต้องชดใช้ครับ ฝากสํานักงบประมาณและรัฐมนตรีด้วยว่าเผื่อช่องนี้ไว้ด้วย หลายหมื่นล้านบาทที่ท่านจะเอาไปชดเชย จะเอาไปเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นผู้สูญเสีย ในเรื่องของอาคาร ผมเสียใจ ไม่ใช่ผมไม่ได้เสียใจ ผมเสียความรู้สึกว่าวุฒิภาวะผู้นํานั้น สําคัญที่สุด อาจจะเกิดความเสียหายและอาจจะไม่เกิดความเสียหายได้ถ้าเรารู้จักยั้งคิด และเม็ดเงินงบประมาณแผ่นดินของภาษีพี่น้องประชาชนทุกคนนั้นมีคุณค่า เรายังไม่รวยครับ กระทบกระเทือนไปถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องสูญเสียเงินส่วนพระองค์ มาดูแลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเศร้าใจครับ แต่เมื่อเม็ดเงินงบประมาณส่วนนี้รัฐบาล จะมีมาตรการไปเยียวยาก็เป็นสิ่งที่ต้องกระทํา แต่เมื่อพิสูจน์แล้วว่าความจริงนั้น นายกรัฐมนตรีเกิดการตัดสินใจผิดพลาดเราต้องรับผิดชอบนะครับ เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้ ได้โปรดบันทึกไว้ด้วยว่าผมได้อภิปรายถึงความเป็นห่วง ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ในกรณีเหตุการณ์ต่อการยึดทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดูเสมือนว่ามีความภาคภูมิใจในการจัดเก็บ เพราะถือเป็ นส่วนหนึ่ง ๒๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็ นของอดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ หากมีการดําเนินคดีหรือมีการดําเนินทางกฎหมาย ผลเขาชนะ ท่านเอาเงินไปใช้ท่านต้องรับผิดชอบ

เรื่องที่ ๒ การดําเนินการถ้าเกิดความผิดพลาดจากการบริหารราชการแผ่นดิน ของนายกรัฐมนตรีต่อความผิดพลาดต่อเหตุการณ์การสลายการชุมนุมหรือการชุมนุม เรียกร้องในระบอบประชาธิปไตยของพี่น้อง ท่านต้องรับผิดชอบครับ

ผมขอฝากโอกาสนี้ไว้ต่อสภาแห่งนี้ แล้วก็ขอเรียนว่าจากการตรวจสอบ งบประมาณแล้วในซีกของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทําหน้าที่ให้ดีที่สุด และขอยืนยันกับ พี่น้องประชาชนว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จากนี้ไปฝ่ำยค้านจะต้องทํางานให้เข้มข้น ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ