สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชี้แจงว่าประเทศไทยมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ดีที่สุด โดยลดอัตราการป่วยและการเสียชีวิตลงอย่างมาก จากรายการการชี้แจงและการหารือของเขาที่มีหลายประเด็น แต่รวมทั้งหมดแล้ว เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่ และการดูแลสุขภาพของประชาชน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายมาตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ว่าจะชี้แจงโดยกระชับที่สุดนะครับ

ประเด็นแรก สมาชิกเมื่อสักครู่ที่เพิ่งอภิปรายไปก่อนหน้า ๑ ท่าน ท่านได้ พูดถึงการใช้งบประมาณในส่วนของการแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ว่า ไร้ประสิทธิภาพเพราะมีผู้เสียชีวิตเกือบ ๒๐๐ คน ก็ขอเรียนให้ทราบว่าการเสียชีวิต เกือบ ๒๐๐ คนนั้นเป็นการเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว แต่ปีที่แล้วนั้นก็เป็นความรับผิดชอบ ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ แต่ว่าที่เสียชีวิตเกือบ ๒๐๐ คนนั้นเป็นการเสียชีวิตในช่วงปีแรก ของการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ซึ่งทุกประเทศในโลกไม่มีประสบการณ์ มาก่อน และถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด ประเทศหนึ่งในโลกนะครับ อย่างไรก็ตามสําหรับปี นี้แนวทางการแก้ปัญหาก็มี การพัฒนาการขึ้นมาแล้วก็ลดอัตราการป่วยและการเสียชีวิตลงมาได้เป็นจํานวนมาก จะเห็นว่าตัวเลขการเสียชีวิตในช่วง ๕ เดือนที่ผ่านมาลดลงมาเหลือ ๓๓ คน แล้วก็ ได้มีการเดินมาตรการป้ องกัน นอกจากกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยแล้ว กระทรวงสาธารณสุขก็ได้มุ่งเน้นในการนําวัคซีนมาฉีดให้กับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ๙ กลุ่ม แล้วก็สามารถลดอัตราการป่ วยและการเสียชีวิตลงไปได้ นอกจากนั้นในเรื่อง การรักษาก็มีการกําหนดนโยบายไว้ชัดเจนว่าต่อไปนี้ถ้าพบอาการป่ วยเป็นไข้หวัด ไม่จําเป็นต้องรอผลการตรวจสอบจากห้องแล็บ (Lab) แต่ให้แพทย์สามารถให้ยาป้ องกัน ไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ได้ทันทีเพื่อลดอัตราการป่ วยและการเสียชีวิตลง อันนี้ก็คือ ประสิทธิภาพในการดําเนินการของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนั้นก็มีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงกรณีความคืบหน้าในเรื่อง ของการสอบสวนโดยคณะกรรมการชุดคุณหมอบรรลุ ศิริพานิช ว่าได้ดําเนินการไปถึงไหนแล้ว ซึ่งนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้สอบถามเมื่อเช้า ก็ขออนุญาตเรียนว่าเมื่อผมเข้ามา รับผิดชอบก็ได้ดําเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ นั่นก็คือว่าได้ส่งเรื่องในส่วนของ ผู้ที่เกี่ยวข้องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วก็ขณะเดียวกันสําหรับข้าราชการประจํา ที่ยังปฏิบัติราชการอยู่ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย ซึ่งมีท่านเลขาธิการ ก.พ. เป็นประธาน แล้วขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการของการสอบสวนทางวินัยอยู่ ผลเป็นประการใดก็จะดําเนินการให้เป็นไปตามนั้น ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง

ประการถัดมาท่าน ส.ส. สุรวิทย์ได้สอบถาม แล้วก็ได้ให้ความเห็น เรื่องการจัดซื้อรถพยาบาลว่าอาจมีผู้ได้รับประโยชน์จากการล็อก สเปกและการกําหนด ราคาที่สูง ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานในประเด็นนี้ว่าแต่เดิมเราได้ตั้ง งบประมาณสําหรับการจัดซื้อรถพยาบาลไว้คันละ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่า คณะกรรมการสอบสวนชุดคุณหมอบรรลุตั้งข้อสังเกตว่าควรจะเป็น ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมการทบทวนซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ จากหลายฝ่ายและนายแพทย์จากหลายสังกัดซึ่งมาร่วมกันพิจารณา ในที่สุดก็ได้ข้อสรุป มีความเห็นว่าควรคงราคาไว้ที่ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่การคงราคาไว้ที่ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ควรจะมีการเพิ่มวัสดุครุภัณฑ์ช่วยชีวิตเพิ่มเติมเช่นเครื่องกระตุกหัวใจซึ่งยังไม่มีการระบุไว้ ในรถพยาบาล เพราะเครื่องกระตุกหัวใจเป็นเครื่องที่มีความสําคัญต่อการที่จะช่วยให้ ผู้ป่วยที่ลําเลียงใส่รถพยาบาลมีโอกาสรอดชีวิตได้สูง และราคาโดยเฉลี่ยของเครื่องกระตุกหัวใจ ตกประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อเครื่อง เพราะฉะนั้นถ้าเราเพิ่มเครื่องกระตุกหัวใจไปแล้ว ก็ใช้ราคาเดิม ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท แต่เพิ่มเป็น ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าได้เครื่องมาราคาเฉลี่ยอีก ๑๕๐,๐๐๐ บาท ก็น่าจะถือว่าเป็นการคุ้มค่ากว่า การที่ใช้รถพยาบาลที่ปราศจากเครื่องกระตุกหัวใจ ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่มีการตั้งงบไว้ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทเช่นเดิม และการจัดซื้อการกําหนดสเปกในรายละเอียดนั้น ส่วนกลาง จะไม่กําหนดสเปกและจะไม่เป็นผู้จัดซื้อเอง แต่จะให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้ดําเนินการ ในการจัดซื้อ แล้วรถพยาบาลที่ว่านี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการใช้งานเพราะมีการจัดสรร ให้กับโรงพยาบาลชุมชน คือโรงพยาบาลอําเภอทุกโรงทั่วทั้งประเทศ ขณะเดียวกัน ก็มีการจัดสรรให้กับโรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์อีก ๙๔ คันทั่วประเทศ ซึ่งอันนี้เราก็หวังว่าจะมีการช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงได้ทั่วประเทศในที่สุด

ประเด็นถัดมาก็คือว่ามีข้อสังเกตจากท่านปวีณ แซ่จึง ท่านอภิปราย ด้วยความเข้าใจว่ายอดวงเงินงบประมาณของกองทุน สปสช. ที่ใช้ในการรักษาพยาบาลฟรี ลดลงและเพื่อนสมาชิกก่อนหน้าเมื่อสักครู่ก็มีความเห็นทํานองว่างบในการรักษาพยาบาลฟรี ของ สปสช. นั้นจัดซํ้าซ้อนกับงบของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในความเป็ นจริง ไม่ได้ซํ้าซ้อนหรอกครับ เพราะงบประมาณที่รัฐบาลจัดให้กระทรวงสาธารณสุขก็คือ งบประมาณที่จัดให้กับสถานบริการทางด้านรักษาพยาบาลคือโรงพยาบาลต่าง ๆ ในการที่จะปรับปรุงพัฒนาระบบการให้บริการ พัฒนาทางด้านกายภาพเพื่อดูแล รักษาพยาบาลให้กับคนไทยทั้งประเทศ